ทิศทางตลาดทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงวานนี้ (6 เม.ย) ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจ คงหนีไม่พ้นเรื่องการการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี-20 ที่กรุงลอนดอน กับการประชุมของอีซีบี ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ ระดับ 1.0% รวมถึงอีซีบีจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนหรือไม่ เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนเหมือนกับธนาคารกลางสหรัฐ, อังกฤษและญี่ปุ่น เมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาบ้านเรา
หลังการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่ได้เสร็จสิ้นลง ปรากฏว่าที่ประชุมสนับสนุนให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีบทบาทเป็นแกนนำในการรับมือกับวิกฤตการณ์การเงินและวางระเบียบควบคุมระบบการเงินโลก รวมถึงที่ประชุมมีมติอัดฉีดงบประมาณรวม 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์การเงินและยับยั้งเศรษฐกิจโลกจากภาวะถดถอย ซึ่งครอบคลุมถึงการอัดฉีดเงินทุนให้กับ IMF เพิ่มอีก 5 แสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกับเงินทุนก้อนเดิมเป็น 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงิน
สำหรับการประชุมของอีซีบี ปรากฏว่าธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจลดดอกเบี้ยลง 0.25% แตะที่ระดับ 1.25% ในการประชุมเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี ซึ่งผิดจากความคาดหมายของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ที่เชื่อว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยลง 0.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1% เหตุการณ์นี้ได้ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันพฤหัสบดี
การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี-20 ที่กรุงลอนดอน เพื่อดูว่าจะมีการใช้มาตรการร่วมเพื่อแก้ไขภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงทั่วโลกหรือไม่ โดยมีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า อีซีบีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ 1.0% ในวันนี้ และตลาดรอดูว่า อีซีบีจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนหรือไม่ เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนเหมือนกับธนาคารกลางสหรัฐ, อังกฤษและญี่ปุ่น จากปัจจัยที่กล่าวมา ส่งผลต่อสัญญาทองคำในตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างรุนแรง โดยเมื่อคืนที่ 6 เม.ย. โดยสัญญาดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนเนื่องจากนักลงทุนกระหน่ำขายหลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก นอกจากนี้ สัญญาทองคำถูกกระหน่ำขายอย่างหนักหลังจากนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีการกล่าวว่า กลุ่ม G20 จะเรียกร้องให้ IMF ขายทองในคลังสำรองเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาด้านการเงิน
กองทุน ETF ของ SPDR Gold Trust ไก้มีการปรับตัวลงมาเล็กน้อยในศุกร์ที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาโดยปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1,127.37 ตันจากสทิติสูงสุดเดิมที่ 1,127.44 ตัน ณ วันที่ 29 มี.ค. ถึงแม้จะมีการปรับตัวลงของ SPDR Gold Trust การปรับตัวนี้ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงของราคาทองคำ และยังคงมองได้ว่านักลงทุนในกองทุน ETF ยังคงมั่นใจในทองคำอยู่
สรุปราคาทองคำและแนวโน้มทองคำ
จากการที่ ADX = 24 ทำให้ดูได้ว่าทิศทางทองคำดูชัดเจน และจาก +DI
การที่นักลงทุนหันไปหาตลาดหุ้นบวกกับการที่มีความเป็นไปได้ที่ IMF จะออกมาขายทองปริมาณมากเพื่อระดมทุน เพื่อที่จะปล่อยกู้ให้ประเทศที่ต้องการทุนเพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังคงทำให้ปัจจัยลบครอบงำราคาทองคำอยู่ แต่หากสัญญาณเศรษฐกิจยังคงไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน นักลงทุนควรจะกลับมาหาทองคำอีกครั้งหนึ่ง
ข้อมูลจากฝ่ายวิจัย บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจการลงทุนเกี่ยวกับทองคำและโกลด์ฟิวเจอร์ส์ ติดต่อโทร 02-287-1155 หรือ www.ylgbullion.com