และการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่นี้ จะตามติดด้วยการเปิดความมหัศจรรย์ของสวนลอยฟ้า Sands SkyPark ณ 23 มิ.ย.นี้ ลาส เวกัส เนวาดา (วันที่ 3 มีนาคม 2553) – บริษัท ลาส เวกัส แซนด์ส คอร์ป (NYSE: LVS) ประกาศแผนการเปิดให้บริการเฟสแรกของ มารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) ในวันที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งใช้เงินลงทุนจำนวน 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานการก่อสร้างที่มีความท้าทายมากที่สุดในโลกอีกทั้งยังเป็น รีสอร์ตครบวงจรขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการก่อสร้างสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ภายหลังการเปิดตัวเพียงไม่กี่วันเท่านั้น มารีน่า เบย์ แซนด์ส ก็จะเริ่มดำเนินงานชิ้นแรกทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมประจำปีของ Inter-Pacific Bar Association
“เมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว เราก้าวออกไปบนเส้นทางที่เราเชื่อว่าจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของบริษัท และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนโฉมของวงการท่องเที่ยวในสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชียตะวันตกตลอดช่วงทศวรรษใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ขณะนี้ใกล้จะถึงช่วงเวลาของการเปิดตัวของ มารีน่า เบย์ แซนด์ส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานที่สำหรับการทำธุรกิจที่มีความโดดเด่นที่สุดที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา และดูเหมือนว่าเป้าหมายทั้งสองกำลังใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว” มร.เชลดอน จี เอเดลสัน ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร ลาส เวกัส แซนด์ส คอร์ป กล่าว
“แม้ว่าจะเจอความท้าท้าย ซึ่งบางครั้งสภาพเศรษฐกิจที่บริษัทต่างๆในธุรกิจของเราต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความทุ่มเทของเราเพื่อให้โครงการเดินหน้าสู่ความสำเร็จก็ไม่เคยแปรปรวนแม้แต่วินาทีเดียว ความมุ่งมั่นนี้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของบริษัทพร้อมทั้งความสามารถของบริษัทที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานชิ้นเอกอย่างเช่น มารีน่า เบย์ แซนด์ส และไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งที่เห็นอยู่นี้คือความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ และวิธีที่เราเดินทางมาถึงจุดนี้จะมีความสำคัญอย่างมากต่อกาลภายหน้าในอนาคตของบริษัทเรา” มร. เอเดลสัน กล่าว
ทางด้าน มร. โทมัส อาราซี ประธานกรรมการบริหารของมารีน่า เบย์ แซนด์ส กล่าวถึงแผนที่จะเปิดบริการห้องพักโรงแรมจำนวน 963 ห้อง พื้นที่บางส่วนในช้อปปิ้ง มอลล์ และพื้นที่สำหรับใช้ในการจัดประชุม, บรรดาร้านอาหารของเชฟชื่อดังพร้อมสถานที่รับประทานอาหารที่หลากหลาย และคาสิโน ในวันที่ 27 เมษายน ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับงานก่อสร้างเป็นไปตามกำหนด และการได้รับอนุญาตให้เริ่มดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการ
สำหรับในเฟสที่ 2 ซึ่งประกอบไปด้วยสวนลอยฟ้า Sands SkyPark? The Event Plaza ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวของ Marina Bay ร้านค้าชั้นนำมากมายของโลก ร้านอาหารพร้อมสรรพด้วยอาหารและเครื่องดื่มอีกมากมาย รวมถึงสถานท่องเที่ยวยามราตรีจะเปิดให้บริการในวันที่ 23 มิถุนายน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเปิดตัวครั้งใหญ่ มร. อาราซี กล่าว ซึ่งในเดือนตุลาคม โรงละครแบบครบวงจรที่ทันสมัย 1 ใน 2 แห่งของ มารีน่า เบย์ แซนด์ส ก็จะเปิดให้บริการ โดยเปิดตัวด้วยการแสดงของ The Lion King ของ Disney ส่วนอีกโรงละครจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงหลากหลายชนิดและโชว์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย ส่วนพิพิธภัณฑ์ มารีน่า เบย์ แซนด์ส อันเป็นเอกลักษณ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ จะไม่เพียงจัดแสดงงานนิทรรศการชั้นนำจากนานาชาติอันเป็นที่ตื่นตาตื่นใจเท่านั้นแต่ยังเป็นสัญลักษณ์การต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกภายใต้การออกแบบอาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกบัว
“เรากำลังตั้งใจให้การก่อสร้างเสร็จตามเวลาและการเตรียมทีมของเราให้พร้อมสำหรับงานเปิดตัว และการปฏิบัติงาน ณ สถานที่ท่องเที่ยวและทำธุรกิจอันแสนวิเศษนี้ เราขอส่งผ่านความรู้สึกขอบคุณไปยังประชาชนและรัฐบาลของสิงคโปร์สำหรับการสนับสนุนที่แน่วแน่ตลอดมา เรามั่นใจว่า มารีน่า เบย์ แซนด์ส จะทำให้ชาวสิงคโปร์มีความภูมิใจ และจะทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาที่สิงคโปร์เพื่อสัมผัสสิ่งนี้ด้วยตัวเอง”
“ขณะที่การเปิดตัวของ มารีน่า เบย์ แซนด์ส เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นในหลายแง่ การสร้างสถานที่อย่างนี้เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันตกเปรียบเสมือนเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์สำหรับลาส เวกัส แซนด์ส การเปิดตัวของมารีน่า เบย์ แซนด์ส รวมถึงบทบาทของเราในตลาดมาเก๊าที่กำลังเติบโตทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมากมายในระยะยาว เพราะความใกล้ชิดของเรากับประเทศที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจที่รวดเร็วที่สุดในโลกทั้งตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปเอเชีย อีกทั้งยังทำให้เราไม่ต้องพึ่งธุรกิจของเราในจุดต่างๆ ที่เศรษฐกิจยังอยู่ในสภาพของการฟื้นตัวมากนัก” มร. ไมเคิล เลเวน ประธานบริษัทและประธานฝ่ายปฏิบัติการกล่าว “นอกจากนั้น สิงคโปร์ยังเปิดโอกาสให้เราแสดงถึงความเป็นผู้นำในด้านการบุกเบิกของการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและทำธุรกิจ ระดับมหภาคที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ซึ่งบทบาทนี้ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่จะได้โอกาสขยายกิจการทั่วโลกในอนาคต”
หมายเหตุ : ในเดือนพฤษภาคม 2549 หลังจากที่มีการแข่งขันกันสูงมากในการประมูล ในที่สุดรัฐบาลสิงคโปร์ก็เลือก ลาส เวกัส แซนด์ส ให้เป็นผู้ก่อสร้างรีสอร์ตแบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศ และ มารีน่า เบย์ แซนด์ส จะเป็นเพียง 1 ใน 2 รีสอร์ตที่มีคาสิโนที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีระยะเวลาในการดำเนินงานนาน 30 ปี
คำแถลงในเอกสารข่าวชิ้นนี้ ไม่อิงประวัติศาสตร์ แต่เป็นคำแถลงที่แสดงถึง ‘การมองไปข้างหน้า’ และจะขึ้นอยู่กับบทบัญญัติที่เรียกว่า Safe Harbor Provisions of the Private Securities Litigation Reform Act ในปี 2538 ถ้อยแถลงของการมองไปข้างหน้ามีความเสี่ยงหลายอย่าง ความไม่แน่นอน และปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท ซึ่งอาจจะส่งผลที่แตกต่างออกไปตามที่หวังเอาไว้ ปัจจัยเหล่านี้รวมถึงแต่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจ การแข่งขัน การลงทุนใหม่ ข้อกำหนดของภาครัฐ การทำให้การพนันถูกต้องตามกฎหมาย อัตราดอกเบี้ย การก่อการร้ายในอนาคต การประกันภัย และปัจจัยอื่นๆ ที่มีการระบุรายละเอียดอยู่ในรายงานของ ลาส เวกัส แซนด์ส คอร์ป กับคณะกรรมการ Securities and Exchange Commission โดยทาง ลาส เวกัส แซนด์ส คอร์ป ไม่มีการรับหน้าที่ใดๆ ในการอัพเดทข้อมูลเหล่านี้