Insight

บราเดอร์ รุกตลาดไอทีอย่างต่อเนื่องประกาศเปิดตัวเครื่องมัลติฟังก์ชั่นใหม่ พลิกโฉม ทั้งแนวคิด และ ดีไซน์

บราเดอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์ การก้าวเป็นคีย์เพลเยอร์ในตลาดเครื่องมัลติฟังก์ชั่น ส่งสินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “ตอบสนองครบทุกความต้องการ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว” เจาะตลาดโฮมและโซโห แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์สวยงาม เพรียวบางกะทัดรัด ไร้เสียงรบกวน พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่…

บราเดอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์ การก้าวเป็นคีย์เพลเยอร์ในตลาดเครื่องมัลติฟังก์ชั่น ส่งสินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “ตอบสนองครบทุกความต้องการ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว” เจาะตลาดโฮมและโซโห แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์สวยงาม เพรียวบางกะทัดรัด ไร้เสียงรบกวน พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บ. บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล ( ประเทศไทย ) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีนี้ บราเดอร์จะสร้างภาพลักษณ์สินค้าและสร้างความรู้จักในชื่อ ของสินค้าในตลาดสินค้าไอที แทนภาพลักษณ์เก่าที่อยู่ในตลาดเครื่องใช้สำนักงาน (โอเอ) เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดและความต้องการบริโภคสินค้าในกลุ่มไอที ออฟฟิศ โซลูชั่น โดยกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ คือ การเข้าถึงตลาดกลุ่มคอนซูเมอร์ โซโห และเอสเอ็มอีมากขึ้น และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ เราจึงเปิดตัวเครื่องอิงค์เจ็ตมัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อีก 4 รุ่น คือ MFC – 210 C , MFC – 410 CN, MFC – 620 CN และ DCP – 110 C เนื่องจากปัจจุบันเครื่องมัลติฟังก์ชั่นที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีรูปร่างที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะต้องตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ต้องใช้พื้นที่มากในการติดตั้ง เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศสำนักงานที่มีพื้นที่มากกว่าการใช้งานภายในบ้านหรือโฮมออฟฟิศ

ดังนั้น บราเดอร์ จึงได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องมัลติฟังก์ชั่นใหม่ ให้แตกต่างจากเดิมที่ดูเป็นเครื่องใช้สำนักงาน ภายใต้แนวคิด ที่เน้นการออกแบบสินค้าให้มีรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยสไตล์ที่โดดเด่น มีขนาดเพรียวบางกะทัดรัด ดูเรียบหรูด้วยการใช้สีเมทัลลิก ช่วยประหยัดพื้นที่ สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการใช้งานของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มโฮมออฟฟิศหรือกลุ่มธุรกิจ โดยมัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบโดย มิสเตอร์ มิตซูฮารา ฮัตโตริ Product Architect ชื่อดังชาวญี่ปุ่นและทีมงาน”

MFC-210C, MFC-410CN และ MFC-620CN ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชั่นในเครื่องเดียวกันคือ มีความรวดเร็วในการพิมพ์ถึง 20 แผ่นต่อนาที (ขาวดำ) และ 15 แผ่นต่อนาที (สี่สี) ด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 1,200 x 6,000dpi สามารถรับ – ส่ง แฟกซ์ทั้งขาวดำและสีได้ และมีหน่วยความจำสำรองในกรณีที่กระดาษหมด ทั้งยังสามารถเป็นพีซีแฟกซ์ สามารถส่งแฟกซ์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และ สามารถเสียบการ์ดกล้องดิจิตอลเข้ากับช่องเสียบของเครื่องได้โดยตรง

โดยไม่ต้องซื้อเครื่องอ่านการ์ดเพิ่มเติมหรือหยุดการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะกำลังดาวน์โหลดรูปภาพอีกต่อไป สามารถรองรับทุกการ์ดบันทึกข้อมูลที่เป็นที่นิยม นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์ภาพอินเด็กซ์แบบภาพขนาดเล็ก (Thumbnail) โดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เพื่ออ้างอิงได้ง่ายยิ่งขึ้นในการเลือกไฟล์เพื่อพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ด้วยความละเอียดสูง พร้อมด้วยสแกนเนอร์แบบ Flatbed สามารถทำสำเนาด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 600 x 1,200dpi และสามารถสแกนเป็นอีเมล์ ภาพ OCR, ไฟล์ หรือสแกนลงในการ์ดหน่วยความจำได้โดยตรง (ยกเว้นรุ่น MFC-210C) และสำหรับ MFC-620CN ยังมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่าตัวป้อนเอกสารอัตโนมัติ (Automatic Document Feeder : ADF) ช่วยให้ไม่ต้องใส่กระดาษทีละแผ่น เมื่อต้องการส่งแฟกซ์ ทำสำเนา หรือสแกนเอกสาร สำหรับ DCP-110C นั้น มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับทั้ง 3 รุ่นที่กล่าวไปแล้ว แต่มีเพียง 4 ฟังก์ชั่นหลัก คือ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต ถ่ายสำเนา สแกนเนอร์ และ PhotoCapture ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ เครื่องอิงค์เจ็ตมัลติฟังก์ชั่นของบราเดอร์ทั้ง 4 รุ่นนี้ ยังมีเอกลักษณ์เด่นอยู่ที่ระบบหมึก Capillary Tube Delivery ที่จะดูดหมึกจากตลับหมึกทั้ง 4 ตลับ ไปยังหัวพิมพ์โดยตรง จึงทำงานได้ราบรื่นขึ้น และเปลี่ยนตลับหมึกได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

“จะเห็นได้ว่า บราเดอร์ มีแผนการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับตลาดอิงค์เจ็ต มัลติฟังก์ชั่น ทางบริษัทเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 4 รุ่นภายในสิ้นปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องพิมพ์อเนกประสงค์ หรือ Multi-Function Printer (MFP) โดยเฉพาะเครื่องอิงค์เจ็ตมัลติฟังก์ชั่นในประเทศไทย ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บราเดอร์ เป็นผู้นำตลาดเครื่องมัลติฟังก์ชั่นที่ใช้เลเซอร์เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของไอดีซี เอเชียแปซิฟิก โดยในไตรมาสที่ 1 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 18 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ ไตรมาสที่ 2 มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็น 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเปิดตัวอย่างต่อเนื่องของสินค้าใหม่ รวมทั้งการรุกกิจกรรมทางการตลาดอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การจัดอบรมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเพื่อรองรับสินค้าใหม่ การออกงานแสดงสินค้าต่างๆ การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง การขยายศูนย์บริการหลังการขายด้วย บราเดอร์ ช็อป รวมทั้ง การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านอินแกรม จะทำให้ บราเดอร์ เติบโตอย่างต่อเนื่องตามที่บริษัทได้ตั้งเป้าไว้” นายสมชัยกล่าวสรุป