Insight

เครือข่ายพลังบวก ย้ำจุดยืนปลุกพลังบวกเปลี่ยนประเทศไทยให้น่าอยู่

เครือข่ายพลังบวก สานต่อแนวทางขับเคลื่อนอุดมการณ์ “ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย” เน้นทิศทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลในการเปลี่ยนอคติเป็นพลังบวก ด้วยการเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ “พลังในตัวคุณ” กระตุ้นคนไทยปรับทัศนคติ เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ให้ดีกว่าเดิม…

เครือข่ายพลังบวก สานต่อแนวทางขับเคลื่อนอุดมการณ์ “ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย” เน้นทิศทางการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลในการเปลี่ยนอคติเป็นพลังบวก ด้วยการเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ “พลังในตัวคุณ” กระตุ้นคนไทยปรับทัศนคติ เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ให้ดีกว่าเดิม เผยเตรียมจับมือกลุ่ม we voice ซึ่งเป็น สำนักโพลล์และเครือข่ายนักวิชาการร่วมทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชน นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีอิกไนท์ ครั้งที่ 2 ระดมคนไทยจากหลากหลายอาชีพมาร่วมแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ จุดแนวคิดบวกเพื่อประเทศชาติ . นายภาณุ อิงคะวัต ประธานเครือข่ายพลังบวก กล่าวว่า จุดยืนสำคัญของเครือข่ายพลังบวกคือการช่วยเยียวยาสังคมผ่านพ้นวิกฤตความแตกแยก กระตุ้นคนไทยเข้าใจปัญหาและเปลี่ยนอคติเป็นพลังบวก โดยอาศัยความถนัดด้านวิชาชีพการสื่อสารของบุคคลในวงการโฆษณา โซเชียลเน็ตเวิร์คและประชาสัมพันธ์เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนแคมเปญการสื่อสาร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เรื่อง “พลังในตัวคุณ” ซึ่งมีแนวคิดมาจากความต้องการปลุกพลังบวกที่มีอยู่ในตัวคนไทยทุกคน แล้วร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นทั้งในระดับบุคคล ชุมชนและสังคม

“คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในสังคม และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ เครือข่ายพลังบวกจึงต้องการแสดงให้เห็นว่า พลังของคนหนึ่งคนสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของสังคมได้ ด้วยการเริ่มที่ตัวเราแล้วค่อยขยายผลไปสู่คนรอบข้าง สังคม และประเทศชาติ เรื่องราวในโฆษณาชุดนี้จึงเป็นลักษณะการตั้งคำถามให้ผู้ชมคิดตาม ว่าคนหนึ่งคนสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยนำเสนอความคิดเห็นจากผู้คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างภูมิลำเนา ต่างสาขาอาชีพ ซึ่งเป็นส่วนเล็กๆ ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถเปลี่ยนประเทศให้น่าอยู่ได้” นายภาณุ กล่าว

ทางด้าน นายชัยประนิน วิสุทธิผล รองประธานเครือข่ายพลังบวก เปิดเผยถึงความร่วมมือกับกลุ่ม we voice ว่า ได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายนักวิชาการจากหลากหลายสถาบันร่วมกันตั้งเครือข่ายเสียงประชาชน และได้เชิญสำนักโพลล์มาร่วมสำรวจความคิดเห็นเพื่อร่วมกันนำประเด็นในแต่ละด้านของสังคมมาสร้างการรับรู้ สำรวจปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาสื่อสารให้กับประชาชน สังคม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ พร้อมนำไปพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในสังคมไทย

“โพลล์เสียงประชาชนถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสะท้อนความต้องการแท้จริงของประชาชน เนื่องจากเป็นการทำงานที่มีอิสระผ่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มนักวิชาการจากหลากหลายสถาบัน โดยมีหลายสำนักโพลล์ที่ตอบรับและร่วมสำรวจความคิดเห็น ได้แก่ กรุงเทพโพลล์ ธุรกิจบัณฑิตโพลล์ นิด้าโพลล์ รังสิตโพลล์และศรีปทุมโพลล์ ซึ่งร่วมกันกำหนดประเด็น วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ระเบียบวิธีวิจัยและวิเคราะห์ผล ทำให้การสำรวจสามารถสะท้อนความเป็นจริง มีความเป็นธรรมและเป็นกลาง โดยจะเก็บข้อมูล 5 ครั้ง กระจายพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้และภาคอีสาน รวม 5,682 ตัวอย่าง แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและสรุปพื้นที่ที่มีปัญหาค่อนข้างชัดเจน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างตรงประเด็น เช่น เปิดให้มีเวทีสาธารณะในท้องที่นั้นๆ ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและนำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ” นายชัยประนิน กล่าว

ขณะที่ นายปรเมศวร์ มินศิริ ผู้จัดการเครือข่ายพลังบวก กล่าวว่า ได้มีการเดินหน้าสานต่อภารกิจขยายแนวคิดปลุกพลังบวกเปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการจัดกิจกรรม อิกไนท์ (ignite) ครั้งที่ 2 โดยเชิญวิทยากร (Igniter) จากหลากหลายอาชีพมาร่วมนำเสนอความคิดเห็นดีๆ เพื่อนำไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติ อาทิ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร.ประมวล เพ็งจันทร์, ดร.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์, ธนา เธียรอัจฉริยะ, สรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์, อุ้ม- สิริยากร พุกกะเวส, เพชร โอสถานุเคราะห์, ทนงศักดิ์ ศุภการ, จิตร์ ตัณฑเสถียร, ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน), ปรีดา ลิ้มนนทกุล, คงยศ วงษ์วิกย์กรณ์, รัฐภูมิ อยู่พร้อม, ภาณุมาศ ทองธนากุล เจ้าของนามปากกาใบพัด,ดร.อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ, สมคิด ชัยจิตวนิช, ธวัชชัย แสงธรรมชัย, วิลาวัลย์ บุญจันทร์ และลุค แคสซาดี-ดอเรียน

“คอนเซ็ปต์ของการจัดเวทีอิกไนท์ ยังคงเป็นแนวทางเดิม คือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พูดและฟังกันมากขึ้น เป็นการฟังให้ได้ยิน พูดให้สร้างสรรค์ มุ่งเน้นจุดประเด็นให้เกิดแรงบันดาลใจที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ซึ่งแนวร่วมคิดบวกสามารถเข้าฟังโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกมาร่วมงานก็สามารถติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากวิทยากรทุกท่าน ได้ทาง www.ignite.in.th และ http://facebook.com/PositiveNetwork ตลอดจนสื่อต่างๆ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำแนวคิดดีๆ ไปช่วยกันเปลี่ยนประเทศไทยให้น่าอยู่กว่าเดิม” นายปรเมศวร์ กล่าว