Insight

โตเกียวครองแชมป์เมืองหลวงมิชลินสตาร์ ร้านราเม็งเล็กจิ๋ว 9 ที่นั่งคว้าด้วย

รอยเตอร์/เอเอฟพี – ประกาศผลโตเกียวมิชลินไกด์ปี 2559 ยังติดอันดับหนึ่งเมืองที่มีร้านอาหารติดดาวมิชลินมากที่สุดถึง 217 แห่ง เผยมีร้านได้มิชลิน 3 ดาว 13 แห่ง ส่วนปีนี้มีเซอร์ไพรซ์คือร้านราเม็งขนาดเล็กเพียง 9 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้นเพียง 900 เยน ก็ได้รับการประดับดาวจำนวนหนึ่งดวงด้วย…

blogmedia-61957.JPEG

รอยเตอร์/เอเอฟพี – ประกาศผลโตเกียวมิชลินไกด์ปี 2559 ยังติดอันดับหนึ่งเมืองที่มีร้านอาหารติดดาวมิชลินมากที่สุดถึง 217 แห่ง เผยมีร้านได้มิชลิน 3 ดาว 13 แห่ง ส่วนปีนี้มีเซอร์ไพรซ์คือร้านราเม็งขนาดเล็กเพียง 9 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้นเพียง 900 เยน ก็ได้รับการประดับดาวจำนวนหนึ่งดวงด้วย   วานนี้ (1 ธ.ค.) มีการเปิดตัวโตเกียว มิชลินไกด์บุ๊ก ประจำปี 2559 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยปีล่าสุดนี้มีร้านอาหารจำนวน 217 แห่งในโตเกียวที่ได้รับการประดับดาวจากหนังสือแนะนำอาหารที่ได้รับการยอมรับจากนักชิมทั่วโลก แบ่งเป็นร้านมิชลินระดับ 3 ดาวจำนวน 13 แห่ง, ระดับ 2 ดาว 51 แห่ง และ ระดับ 1 ดาว 153 แห่ง   ทั้งนี้ ในจำนวนร้านอาหารมิชลิน 1 ดาวของโตเกียวที่ได้รับการยกย่องล่าสุดมี Tsuta ร้านราเม็ง หรือ ร้านบะหมี่ขนาดเล็กจิ๋ว เพราะมีที่นั่งเพียง 9 ที่นั่งในย่านซูงะโมรวมอยู่ด้วย   สำหรับราเม็งระดับดาวมิชลินของร้าน Tsuta ก็มีราคาย่อมเยาคือเริ่มต้นที่เพียงราว 900 เยน หรือ 260 บาท โดยเมนูเด่นของที่นี่คือ หมูย่าง (ชาชู) รสโรสแมรี และโชยุราเม็งที่มีส่วนผสมของเห็ดพอร์ชินี   “สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือลูกค้าชอบราเม็งของร้านเรา ทำให้เราได้รีวิวที่ดี ส่วนการได้ดาวมิชลินนั้นไม่ได้เป็นจุดประสงค์หลักของเรา” ทากาโตชิ อิตามิ พ่อครัวของร้านเผย   ปีนี้ถือเป็นเรื่องพิเศษที่อาหารอย่างราเม็ง อาหารราคาถูก ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมีโอกาสได้รับการยกย่องให้ติดดาวมิชลิน เมื่อเทียบกับอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นๆ เช่น ซูชิ หรือเทมปุระ ที่ได้รับดาวมิชลินจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว   แม้ว่าจำนวนร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในกรุงโตเกียวปีนี้จะลดลงเหลือ 217 แห่ง เปรียบเทียบกับ 267 แห่งในปีที่แล้ว แต่กรุงโตเกียวก็ยังถือว่าเป็นเมืองที่มีร้านอาหารมิชลินเยอะที่สุดในโลกอยู่ดี โดยเมืองอันดับสองที่ตามมาคือกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  

ภาพเอเอฟพี    

ภาพกจากเฟซบุ๊ก Japanese Soba Noodles 蔦  

ยูกิ โอนิชิ ตัวแทนจากร้าน Tsuta (ภาพเอเอฟพี)   ที่มา: http://manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9580000133156