Wednesday, April 29, 2026
Home Blog Page 3314
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทำแคมเปญต่อเนื่อง เจาะกลุ่มคนทำงานทุกอาชีพ จัดซิกเนเจอร์แคมเปญ ‘ROBINSON MEGA PAY DAY’ (โรบินสัน เมกา เพย์ เดย์) อัดดีลโปรโมชั่นสุดคุ้มทุกสิ้นเดือนบนแพลทฟอร์มออมนิชาแนลตลอดปี ให้นักช้อปได้ #ช้อปมันส์วันสิ้นเดือน พร้อมสร้างการรับรู้ และจดจำแคมเปญฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารการตลาดทุกรูปแบบ คาดกระตุ้นและลดภาระค่าใช้จ่ายนักช้อปช่วงเงินเดือนออก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง นายสเตฟาน จูเบิร์ท HEAD OF MARKETING - BRAND COMMUNICATION บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 ห้างโรบินสัน ได้จัดหลากหลายแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมทั้งหวังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเราพบว่าหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อของโรบินสัน คือ ‘กลุ่มคนทำงาน’ เราจึงได้วางแผนเดินหน้าตอบรับกำลังซื้อและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว ผ่านแคมเปญ ‘ROBINSON MEGA PAY DAY’  ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ลูกค้าได้ #ช้อปมันส์วันสิ้นเดือน ตลอดปี ซึ่งเราหวังว่าแคมเปญฯ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักช้อปอย่างต่อเนื่อง” สำหรับโปรโมชั่นของแคมเปญ ‘ROBINSON MEGA PAY DAY’ #ช้อปมันส์วันสิ้นเดือน ในเดือนมีนาคม 2564 ประกอบด้วย ช้อปห้างฯ กับดีลสุดคุ้มมากมาย ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม...
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลก ซึ่งกำลังทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เกิดความวุ่นวายตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ล่าสุด ‘Intel’ ก็ได้ประกาศว่าจะทุ่มเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ 2 แห่ง
เมื่อชีวิตของคนในปัจจุบันต้องการการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาททำให้ทุกด้านของชีวิตมีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์ไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งซัมซุงถือเป็นแบรนด์แรกที่หลายคนนึกถึง ด้วยความโดดเด่นด้านความหลากหลายของสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ที่ครอบคลุมทุกประสบการณ์การใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก โดยผลิตภัณฑ์ของซัมซุงได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกัน ในรูปแบบของ ‘Galaxy Ecosystem’ เพื่อมาเป็นมาลอง ‘ตัวช่วย’ ให้ทุกกิจกรรมของสมบูรณ์และเปี่ยมประสิทธิภาพแบบครบวงจร ตัวช่วยให้ทุกการทำงานเต็มประสิทธิภาพแบบมืออาชีพ เมื่อคนยุคใหม่ทำงานในทุกที่ ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์ ดังนั้นแต่ละไอเท็มที่เลือกใช้จึงต้องตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของผู้คนที่เปลี่ยนไป ซึ่งสมาร์ทดีไวซ์จากซัมซุงถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้ความเป็นมืออาชีพนั้นไม่มีสะดุด ด้วย Samsung DeX (Desktop eXperience) ที่เพียงแค่การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ก็สามารถแปลงสมาร์ทโฟนเป็นโหมด Desktop ให้พร้อมใช้งานกับจอภาพ เมาส์ และคีย์บอร์ด ราวกับทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้ใช้ยังสามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อมกัน โดยการเปิดหน้าต่าง DeX แยกต่างหากในหน้าจอ ทำให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ทั้งสองไปได้พร้อมกัน อีกทั้งการย้ายข้อมูลก็ง่ายดายเพียงแค่ลากไฟล์จากหน้าต่าง DeX ไปวางไว้บนหน้าจอ นอกจากนี้ปัญหาการแปลงไฟล์ที่มักทำให้หลายๆ คนทำงานแบบสะดุดจะหมดไป เพราะแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Office Mobile, One Drive หรือ Skype สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลบนสมาร์ทดีไวซ์ของซัมซุงทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อ และด้วยสมาร์ทดีไวซ์ใน Galaxy Ecosystem ปัญหาการพลาดการติดต่อสำคัญจะหมดไป เพราะทุกการโทรและข้อความจะถูกซิงค์เข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ ดังนั้นหากผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดก็ตาม เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ซัมซุงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Galaxy Tab S7 หรือ Galaxy Watch3 ก็สามารถตอบรับข้อความหรือการโทรได้ในทันที ตัวช่วยให้ทุกความบันเทิงไม่มีสะดุด เคยไหมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วต้องหยุดเพลงโปรดเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ใหม่...
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท แบรนด์โรงแรมระดับ 5 ดาว เปิดตัวแคมเปญ “MJD JOURNEY” ส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสานความสะดวกสบายเหนือระดับครบครันในทุกมิติ ให้กับลูกบ้านที่ซื้อโครงการ โดยประเดิมที่ 3 โครงการ ได้แก่ มิวนีค สุขุมวิท 23, มารุ เอกมัย 2 และมารุ ลาดพร้าว 15  ซึ่งถือเป็นดีเวลลอปเปอร์รายแรกที่ให้ JOURNEY POINT แก่ผู้อยู่อาศัย โดยสามารถนำ Journey Point มาแลกรับบริการสุดพิเศษจากโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิทถึง 8 รายการ ผ่านช่องทาง Line  ที่ใช้งานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยภายในงาน ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ คุณโอลิเวอร์ ชนัทส์ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท และเมอร์เคียว...
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์เงินติดล้อ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเงินติดล้อได้พัฒนาแอปพลิเคชันเต็มรูปแบบที่จะช่วยตอบรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ให้กับลูกค้า เพิ่มความอุ่นใจให้ลูกค้าสามารถจัดการบัญชีในส่วนที่เกี่ยวกับสินเชื่อและประกันภัยของตนเองได้สะดวก หมดข้อสงสัย โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดเงินสินเชื่อและจัดการชำระคืนเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์  ขออนุมัติเพิ่มวงเงินสินเชื่อ หรือซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับได้โดยไม่ต้องไปที่สาขา รวมถึงยังสามารถค้นหาสาขาของเงินติดล้อได้อีกด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมาหลังจากเปิดให้ลูกค้าใช้งานแอปพลิเคชันเงินติดล้อได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แอปพลิเคชันเงินติดล้อ มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 192,000 ราย นอกจากนี้ปัจจุบันลูกค้ากว่า 29% ยังหันมาชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ สะท้อนถึงพฤติกรรมการปรับตัวให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่และเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้านการเงินต่อจากนี้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเงินติดล้อให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการสร้างความโปร่งใส ยกระดับการให้บริการ และเพื่อช่วยลดต้นทุนจากการขยายสาขาในอนาคต และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีด้านการเงินของเงินติดล้อที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนธุรกิจต่อจากนี้ อย่างไรก็ตาม เงินติดล้อจะมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างโอกาสทางด้านการเงินไปพร้อมกับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนความรู้พื้นฐานด้านการเงิน เพื่อให้ชีวิตของผู้คนในสังคมหมุนต่อได้อย่างแท้จริง นางสาวภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส-ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น กล่าวว่า แอปพลิเคชันเงินติดล้อมีจุดประสงค์เพื่ออยากให้ลูกค้าสามารถควบคุมและจัดการชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น และสามารถเข้าถึงการบริการของเงินติดล้อได้ง่าย สะดวก สบาย รวดเร็ว ทุกที่ ตลอด 24 ชม. เปรียบเหมือนการย่อสาขาเอาไว้ในมือ โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่างวด ยอดเงินสินเชื่อ ยอดกดเงินจากบัตรย้อนหลัง 12 เดือน ใบแจ้งหนี้...
SCB PRIVATE BANKING (เอสซีบี ไพรเวทแบงก์กิ้ง) เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ โซลูชันด้านการลงทุน และบริการที่มาพร้อมการมอบประสบการณ์ใหม่แบบไร้ขีดจำกัดในการดูแลกลุ่มลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High-Net-Worth) ของเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการเป็นคู่คิดด้านบริหารความมั่งคั่ง (Trusted Thought Partner) ด้วยการแนะนำการบริหารการเงินการลงทุนที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้าแต่ละราย (Personalized Asset Allocation) ผสานความแข็งแกร่งของทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเข้ากับผลิตภัณฑ์ และโซลูชันรูปแบบใหม่ (Product Innovation) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง จนสามารถคว้า9รางวัลยอดเยี่ยมด้านไพรเวทแบงก์กิ้งจากสถาบันชั้นนำด้านการเงินระดับโลก สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการให้บริการ และความเชี่ยวชาญในการดูแลให้คำปรึกษาด้านการเงินการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับกลุ่มลูกค้าไพรเวท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจไพรเวทแบงก์กิ้ง (Private Banking) หนึ่งในธุรกิจหลักที่เป็นยุทธศาสตร์องค์กรที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล ดร.เมธินี จงสฤษดิ์หวัง รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธุรกิจไพรเวทแบงก์กิ้ง (Private Banking)...
ตลาดรับสร้างบ้านหรูยังเนื้อหอม แลนดี้ โฮม เปิดเกมรุกเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ปักหมุดย่านฝั่งธนฯ ทุ่มงบ 20 ล้าน เปิดสาขาใหม่ พร้อมอวดโฉม Sale Gallery Landy Grand Flagship Store (เซลล์ แกลอรี่ แลนดี้ แกรนด์ แฟล็กชิพ สโตร์) ที่แรกในประเทศไทย รับสร้างบ้านหรูราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมบริการเหนือระดับครบวงจรในที่เดียว อัดโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาส่วนลดสูงถึง 30% คาดปีนี้โต 15% นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ผลประกอบการปี 2563 เติบโต 15 % จากปี 2562 คิดเป็นมูลค่า 2,100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกรุงเทพและปริมณฑล 80% และต่างจังหวัด 20% ซึ่งสวนทางกับภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2563 ที่ลดลงประมาณ 5% คิดเป็น 12,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน ปี 2562 อยู่ที่ 12,500 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มบ้านหลังเล็ก ราคา 2-5 ล้านบาท และ กลุ่มบ้านขนาดกลาง ราคา 5 - 15 ล้านบาท มียอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย อีกทั้งกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านลักชัวรี่ตั้งแต่ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป มียอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 16% ในปีนี้ทางแลนดี้โฮมจึงหันมาเจาะตลาดไฮเอนด์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มนิชมาร์เก็ตที่มีกำลังซื้อและความต้องการบ้านหรูในราคาที่คุ้มค่าสูง...
เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ปักหมุดแลนด์มาร์คประจำร้อนนี้ภายใต้แคมเปญ “Summer Plays” กับ Decorations สุดปัง ด้วยสีสันแสนสดใสรับหน้าร้อน ให้เหล่าเยาวรุ่นได้มาเช็คอิน ถ่ายรูปสวยๆ อัพลงโซเชียล พร้อมใช้ชีวิตกันให้สนุกทุกรูปแบบทั้งกิน เที่ยว ช้อปด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม และดีลดีที่สุดแห่งปี ลดสูงสุดถึง 90% ตั้งแต่วันนี้จนถึง 4 พฤษภาคม 2564 นี้ โปรโมชั่นพิเศษ เฉพาะสมาชิกเดอะวัน! Top Spenders รับฟรีแพ็กเกจที่พักสุดหรูจาก Hyatt Regency Koh Samui 3 วัน 2 คืน (มูลค่ารางวัลละ 11,870 บาท) และอื่นๆ 7 Weeks 7 Prizes เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกสัปดาห์ อาทิ แพ็กเกจที่พัก Park Hyatt Bangkok, Apple...
ความปั่นป่วน และไม่สามารถคาดการณ์ได้ เป็นคำที่ใช้อธิบายปี 2020 ได้อย่างถูกต้องที่สุด จากการที่คนทำงานต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากที่ไซต์งานหรือจากออฟฟิศไปสู่การทำงานจากระยะไกล ทำให้การรักษาความปลอดภัยทางไอทีและความเป็นผู้นำในองค์กรถูกบังคับให้ต้องปฏิรูปสู่ดิจิทัลได้อย่างถูกโดยไม่มีข้อผิดพลาด และกลายเป็นว่าทุกคนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีกันมากขึ้น ทั้งในการทำงาน การไปโรงเรียน รวมถึงการเสพสิ่งบันเทิงต่างๆ จึงทำให้ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ในปี 2021 ฟอร์ซพอยต์ เชื่อว่า เราจะเริ่มตระหนักกันอย่างจริงจังว่ามีทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมากที่ถูกโจรกรรมจากผู้บุกรุกที่เป็นคนนอกและจากคนในที่ประสงค์ร้าย ในช่วงระหว่างปี 2020 ที่มีการเปลี่ยนรูปแบบสู่การทำงานจากระยะไกล ด้วยปัจจัยบ่งชี้ในเรื่องของการทำงาน การดูแลความปลอดภัยของระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการปกป้องข้อมูลทุกที่ได้อย่างต่อเนื่อง  Forcepoint Future Insights ได้นำเสนอมุมมองความคิดใน 4 ประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้ม และเหตุการณ์ที่เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ จะต้องรับมือกันในปี 2021 การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นปัจจัยสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ ในปี 2020 ดูเหมือนว่าอนาคตจะพุ่งตรงเข้ามาหาเราอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวพร้อมกับต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเมื่อเราทุกคนก้าวสู่การทำงานจากระยะไกล การปรับใช้คลาวด์จึงเป็นสิ่งจำเป็น มีการปฏิรูปสู่ดิจิทัลเกิดขึ้น และในที่ๆ ยังไม่มีการปฏิรูป ก็จำเป็นจะต้องทำ องค์ประกอบในภาพใหญ่ทั้งหมดเหล่านี้ นำเราไปสู่บทสรุปที่ว่า การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจในปัจจุบัน และจำเป็นต้องอาศัยผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเฉพาะทาง (category disruptor)  การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ กลายเป็นกลไกที่มีศักยภาพที่อนุญาติให้องค์กรธุรกิจเร่งเป้าหมายสู่คลาวด์ และใช้ประโยชน์จากความเร็ว ขอบเขตที่กว้างขวาง และความยืดหยุ่นของการปฏิรูปทางดิจิทัล เมื่อการ์ทเนอร์ เริ่มแนะนำ SASE ออกมาเป็นแนวคิดในปี 2019  รายงานฉบับแรกระบุว่าตลาดอาจจะยังไม่พร้อม หรืออาจจะยังไม่ไปกับโมเดลนี้ในเวลาสองถึงห้าปี...
ธุรกิจจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแม้ฝ่าลมฝนได้นั้น ย่อมมีธงที่ปักเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งทุกหน่วยงานในธุรกิจรวมพลังกันและกัน พร้อมทั้งผลิตสิ่งที่ดีคืนกำไรสู่สังคม โดย เคอี กรุ๊ป กลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่เน้นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนา และบริหารงานสินทรัพย์ทั้งด้านรีเทล สำนักงาน ฯลฯ รวมถึงการบริหารกองทรัสต์ ALLY (อัลไล) ประกาศปักธงแผนบริหารธุรกิจในปี 2564 ดำเนินธุรกิจตามนโยบาย ESG (Environmental Social Governance) หลังทดลองติดตั้งหลังคาด้วย ‘โซลาร์ รูฟท็อป’ (Solar Rooftop) ทุกโครงการในเครือบริหาร ปรากฏลดต้นทุนพลังงานไปมากกว่า 15% นางศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ เคอี กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนกองทรัสต์ ALLY กล่าวว่า “บริษัทฯ ริเริ่มแนวคิดการบริหารธุรกิจตามนโยบาย ESG หรือ Environmental Social Governance ประกอบด้วย การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การใส่ใจสังคม และเรื่องของการกำกับดูแลที่ดี หรือบรรษัทภิบาล...