ย้อนกลับไปเมื่อปี 2501 บ้านหลังเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองโคราช เริ่มทำหมูหยอง หมูแผ่น กุนเชียง ส่งขายในท้องถิ่นจนเป็นที่เลื่องลือในรสชาติ ได้โอกาสขยายกิจการต่อ ด้วยการเปิดร้านขายของฝากในชื่อว่า ‘เตียหงี่เฮียง’
จากความอร่อยที่บอกเล่าปากต่อปาก ทำให้สินค้าของเตียหงี่เฮียง กลายเป็น ‘ของเด็ด’ ที่เหล่านักท่องเที่ยวและผู้สัญจรไปมาต้องแวะซื้อ
หลายปีผ่านไป แม้กิจการร้านขายของฝากจะไปได้สวย แต่ก็เริ่มมีคู่เเข่งทำผลิตภัณฑ์เดียวกันออกมา ทำให้ ‘ทายาทรุ่นสอง’ ต้องคิดหา 'เมนูชูโรง' เพื่อสร้างความแตกต่าง จึงนำมาสู่การเปิดตัว ‘ข้าวตังหมูหยอง’ ขึ้นในปี 2531 และเริ่มขยายตลาดไปวางขายในหลายจังหวัด รวมถึงส่งออกไปต่างประเทศด้วย
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ‘เตียหงี่เฮียง’ กลายเป็นชื่อจดจำได้ยากและดูไม่ทันสมัย ทางครอบครัวจึงตกลงกัน ‘เปลี่ยนชื่อใหม่’ ให้จำง่ายและคุ้นหูกันมากขึ้น โดยใช้ชื่อแบรนด์ใหม่นี้ว่า ‘เจ้าสัว’ นับตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา...
2563 เป็นปีแห่งวิกฤตสาหัสของ "ไมเนอร์" หรือ MINT อย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนถึง 2.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2564 ต้องลุ้นให้ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว โดยบริษัทคาดว่าโรงแรมในทวีปยุโรปซึ่งเป็นพอร์ตใหญ่ที่สุดของไมเนอร์ น่าจะฟื้นในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป หากกลุ่ม EU ไฟเขียวเดินทางในภูมิภาคได้ปกติ ส่วนโรงแรมไทยยังต้องรอเปิดประเทศ วอนภาครัฐอนุญาตนักท่องเที่ยวที่รับวัคซีนแล้วไม่ต้องกักตัว
Jubilee ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “Jubilee Diamond” เดินหน้าตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ายุคดิจิทัล เปิดทางเข้าถึงเพชรแท้ผ่านออนไลน์ หลังพลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 เป็นโอกาส พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มรายได้จากหน้าร้านสาขา ขณะที่พบลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานสนใจซื้อเครื่องประดับเพชรผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น พร้อมเผยมีการใช้ข้อมูลในการบริหารก่อนวางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ผลการดำเนินงานของ Jubilee ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ Jubilee ต้องปิดร้านค้า แต่ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว Jubilee ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เตรียมไว้ตั้งแต่ปลายปี 2562 อย่างจริงจัง จนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างยอดขายเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและช่วยเสริมรายได้ส่วนที่ขาดหายไปของร้านสาขา โดยยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2563 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% ของยอดขายรวม ขณะที่ในปี 2564 ตั้งเป้าหมายอยู่ที่ 5-6% ของยอดขายรวม
“สำหรับสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ตอนนี้ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการขายผ่านหน้าร้าน แต่ถือว่าเติบโตได้ดี และทำให้มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งมองเห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ซึ่งเราอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการกำหนดกลยุทธ์ในอนาคต เพราะหากช่องทางออนไลน์เติบโตมากขึ้นจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านสาขาได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามการขายเครื่องประดับเพชรยังต้องมีร้านสาขาและตลาดส่วนนี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเพราะเป็นช่องทางสำคัญในการช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในอนาคต” นางสาวอัญรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม
Jubilee เป็นเครื่องประดับเพชรแท้แบรนด์เดียวที่ทำระบบค้าขายอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบ สามารถผ่อนชำระและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่นเดียวกับการซื้อที่ร้านค้าสาขา...
แกร็บ ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว ‘GrabExpress Sellers Club’ คู่คิดพิชิตธุรกิจออนไลน์ โปรแกรมที่มอบสิทธิพิเศษเพื่อกลุ่มร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย 2 พันธมิตรหลักอย่าง TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก และ AIS SME “เพื่อนที่มั่นใจได้ทุกเรื่อง SME” ง่าย มั่นใจ ครบทุกมิติ ซึ่ง GrabExpress Sellers Club คู่คิดพิชิตธุรกิจออนไลน์ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์เพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ ยกระดับทักษะดิจิทัล รวมไปถึงการช่วยลดต้นทุนธุรกิจให้แก่ร้านค้าออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ แกร็บ ประเทศไทย พร้อมด้วย TikTok และ AIS SME จึงร่วมกันผนึกกำลังในการปลดล็อคและเพิ่มศักยภาพธุรกิจ เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ผ่านธุรกิจ Social Commerce มุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มตัว
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บ ประเทศไทย ได้เปิดให้บริการรับ-ส่งพัสดุด่วน (On-demand package delivery) อย่าง GrabExpress มากว่า 2 ปี เพื่อส่งมอบบริการและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการที่ต้องการส่งสินค้า หรือ พัสดุแบบด่วน...
ลีวายส์®ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งแฟชั่นยั่งยืนผ่านกิจกรรมและแคมเปญมากมายที่ลีวายส์®ทำมาตลอดหลายสิบปี ล่าสุดเตรียมเผยแคมเปญ Better Clothes, Better Choices,Better Planet นำเสนอคอลเลคชั่น แฟชั่นรักษ์โลก พาสไตล์สู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม Cottonized Hemp (การผสมใยกัญชงกับคอตตอน) อย่าง Levi’s® 551TM Z Authentic Straight fit สำหรับผู้ชาย และ Levi’s® Women’s Loose Fit สำหรับผู้หญิง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์ยุค 90 หยิบทรงกางเกงสุดฮิตกลับมาให้เหล่าแฟนๆได้หายคิดถึงอีกครั้ง
กว่าหลายสิบปีที่ลีวายส์®เฝ้าพัฒนาศักยภาพในการเป็นเจ้าแห่งแฟชั่นที่ยั่งยืน ผุดแคมเปญหลากหลายเพื่อรณรงค์ให้คนตระหนักถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะลีวายส์®ตระหนักและเข้าใจในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีส่วนส่งผลกระทบมากมายต่อธรรมชาติทั้งในกระบวนการผลิต การฟอก การทำสี รวมถึงขยะจากฟาสแฟชั่นที่มาไวไปไว ก่อให้เกิดเป็นขยะในอนาคตจำนวนมหาศาล ฉะนั้นลีวายส์®จึงได้รังสรรค์นวัตกรรมแฟชั่นรักษ์โลก โดยครอบคลุมทั้งสายการผลิต ตั้งแต่การเฟ้นหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต...
วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จับมือ Oab’sเปิดตัวคอลเลคชั่นผลิตภัณฑ์ปรนนิบัติผิวใหม่ล่าสุด 3 ตัว สำหรับ 3 ขั้นตอนสู่ผิวสุขภาพดี ชูจุดเด่นส่วนผสมจากธรรมชาติพร้อมผสานนวัตกรรมความงามอย่างล้ำลึก ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเหมาะกับทุกสภาพผิว วางจำหน่ายในร้านวัตสันสาขาที่มี Oab’s และวัตสันออนไลน์ที่เดียวเท่านั้นผ่านการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง ปลอดภัย และไม่ก่อนให้เกิดการแพ้
คุณนวลพรรณ ชัยนาม กรรมการลูกค้าสัมพันธ์ Customer Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ครั้งแรกกับ Oab’sในครั้งนี้โดยมีความมุ่งหวังเหมือนกันที่อยากตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้หญิงอย่างรอบด้าน และมากไปกว่านั้นคือการเสริมสร้างความมั่นใจ การสร้างพลังบวก และความรักตัวเองให้แก่ผู้หญิงทุกคนผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพจากวัตสันอย่างครบสูตร ”
คุณโอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล เจ้าของแบรนด์ Oab's (โอป) กล่าวว่า “ ปอล์ รู้สึกยินดีและดีใจมากค่ะ ที่ได้ร่วมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบ...
วัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่พัฒนาขึ้นในประเทศตัวแรกของเวียดนาม ที่มีชื่อว่า Nanocovax คาดว่าจะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และจะเริ่มใช้ในปี 2565
นิสสัน ประกาศความสำเร็จด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนถึง 50% (อัตราส่วนระหว่างค่าความร้อนของพลังงานที่เครื่องยนต์ผลิตได้ต่อค่าความร้อนของเชื้อเพลิงที่สูญเสียไป) ภายใต้ระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์
เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ของนิสสัน ใช้เครื่องยนต์เบนซินเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับชุดขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e powertrain) โดยล่าสุดนิสสันได้ยกระดับของเทคโนโลยีนี้ให้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency)ที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ได้มากขึ้นกว่าเดิม
"เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนเป็นศูนย์จากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ภายในปี พ.ศ.2593 นิสสันตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนการใช้พลังงานไฟฟ้าในรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่เปิดตัวในตลาดหลักๆ ของนิสสัน ภายในช่วงต้นทศวรรษ พ.ศ.2573" โทชิฮิโระ ฮิราอิ รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมระบบส่งกำลัง และรถยนต์ไฟฟ้า (ใส่ ENG name & title) กล่าว "ภายใต้กลยุทธ์ด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของนิสสัน เราพร้อมส่งเสริมการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่ใช้ไฟฟ้ารวมถึงแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า โดยเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญของเรา” ฮิราอิ กล่าวเสริม
แนวคิดของการเพิ่มประสิทธิภาพ
รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine - ICE) ทั่วไป ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงรอบเครื่อง (RPM) ที่เหมาะสมและต้องสัมพันธ์กับแรงต้านที่มาจากการขับเคลื่อนซึ่งรวมไปถึงน้ำหนักที่กำลังบรรทุก ด้วยข้อกำหนดพื้นฐานนี้ทำให้เครื่องยนต์ทั่วไปไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา อย่างไรก็ตามระบบ อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การทำงานของเครื่องยนต์จะถูกจำกัด...
· สร้าง Multiplier Effect ให้ภาคการท่องเที่ยวและบริการของประเทศ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา ทรานส์ปอร์ต สายการบิน เรือหรู รถเช่า และธุรกิจบริการอื่นๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) เพื่อกระจายรายได้ทั่วประเทศ
· ชูกลยุทธ์ Experiential marketing ครบทุกความสนุก เปลี่ยนศูนย์การค้าให้ทุกมุมเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ รวมถึงไฮไลท์อีเว้นท์ที่สนุกทุกรูปแบบ อร่อยกับเมนูรับซัมเมอร์ โปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ cash back สูงสุด 13% หรือรับคูปองแทนเงินสดสูงสุด 1,000 บาท และเตรียมสงกรานต์ยิ่งใหญ่แบบ ‘ไทยนิยม’ ทุกสาขาทั่วประเทศ
· การจับมือระหว่างผู้นำศูนย์การค้าและผู้นำวงการแฟชั่นกับ Central Pattana x Vogue...
"บมจ.เซ็ปเป้" หรือ SAPPE เปิดตัวเครื่องดื่มซีรีย์ใหม่ “มาเพรียวกัญ” Preaw x Cannabis และ “หอมอร่อยด้วยกัญ” All Coco x Cannabis มี 4 เมนูใหม่ที่มีส่วนผสมของกัญชา โดยนำร่องที่ร้าน HAVE A sip DAY CAFE by เพรียว คาเฟ่แบบป็อปอัพใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ และร้าน All Coco สาขาเซ็นทรัล อีสวิลล์









