Tuesday, April 14, 2026
Home Blog Page 3685
“ขุนทอง” แชทบอทเหรัญญิกพันธุ์ใหม่โดยธนาคารกสิกรไทย ออกฟีเจอร์ใหม่ “หารบิลแบบรายเดือน” ตอบโจทย์ลูกค้าที่แชร์ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนในกลุ่มเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว เช่น แชร์แอคเคาน์ค่าบริการของ Netflix, Spotify, Youtube Premium รวมถึงแชร์ค่าเช่าหอพัก ค่าอินเตอร์เน็ต หรือการเก็บค่ากิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนหรือมหาลัยวิทยาลัย โดยขุนทองจะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเงิน และตามเก็บเงินในกลุ่มเพื่อนให้จนครบ เตือนทุกเดือน จ่ายได้ทุกแบงก์ คาดสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้งานถึง 600,000 ราย ฟีเจอร์ “หารบิลแบบรายเดือน” ออกมาเพื่อช่วยเก็บเงินที่ต้องหารกันทุกเดือนในกลุ่มเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว เช่น ค่าสมาชิก Netflix, Spotify, YouTube Premium หรือค่าเช่าต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาลืมเก็บเงินเมื่อครบกำหนด หรือเก็บเงินคืนได้ไม่ครบ โดยฟีเจอร์ดังกล่าวของขุนทองจะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลาต้องจ่ายบิลเหล่านี้ เพียงแอดไลน์ @KhunThong เชิญขุนทองเข้ากลุ่มแชท จากนั้นพิมพ์ 'ขุนทอง' ในแชท แล้วเลือกสร้างบิลจากเมนู ‘เก็บรายเดือน’ ผู้ใช้งานก็สามารถกำหนดวัน เวลา ที่ให้ขุนทองแจ้งเตือน รวมถึงเลือกได้ว่าให้เก็บเงินทุก ๆ...
หนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติ...เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นเลิศในการบริหารจัดการองค์กรที่ทัดเทียมมาตรฐานโลก จะต้องมีชื่อ รางวัลคุณภาพแห่งชาติ หรือ Thailand Quality Award (TQA) รวมอยู่ด้วย ซึ่งจัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ โดยรางวัลดังกล่าวว่างเว้น ไม่มีองค์กรได้รับมาถึง 8 ปี เพราะด้วยเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มข้น จนกระทั่งล่าสุด ปี 2562 กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มบริษัททรู ได้รับเลือกให้เป็นองค์กรด้านการสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพียงรายเดียวในไทย ให้รับรางวัลดังกล่าวอย่างเต็มภาคภูมิ อย่างไรก็ดี ความสำเร็จครั้งนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากปราศจากการบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นระบบอันนำไปสู่การปฏิบัติครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร และพนักงานทุกคนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ซึ่งกลุ่มทรู ได้มาร่วมแบ่งปันให้แก่องค์กรต่างๆ บนเวทีงานเสวนา “Thailand Quality Award 2019 Winner Conference” โดยมี...
พิษ COVID-19 สะเทือนเศรษฐกิจไทย “สภาพัฒน์” แถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2563 ติดลบถึง 12.2% หนักสุดในรอบ 22 ปี หั่นคาดการณ์จีดีพีทั้งปีติดลบ 7.5% จากเดิมคาดว่าจะติดลบ 5-6% จับตาสถานการณ์โรคระบาดที่เริ่มควบคุมได้ ภาคธุรกิจเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปีนี้ นับว่าเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 หนักมากที่สุด ลดลงจากไตรมาสแรก 6.9% จากมาตรการล็อกดาวน์ปิดสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาคส่งออกที่ติดลบ 10% ทำให้จีดีพีหดตัวลงมาก การลงทุนรวมในไตรมาสก่อนลดลง 8% ขณะที่การบริโภคเอกชนลดลง 6.6%  ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)...
อิตาลีสั่งปิดคลับและดิสโก้ทั่วประเทศ รวมถึงบังคับประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่กลางแจ้งบางพื้นที่ช่วงกลางคืน นับเป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมไวรัสโคโรนารอบใหม่เป็นครั้งแรก เนื่องจากพบจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยหนุ่มสาวอายุต่ำกว่า 40 ปี
บนโลกของเทคโนโลยีและการแข่งขัน พฤติกรรมใหม่ของผู้ซื้อและเทรนที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การสร้างตัวตนที่ชัดเจนของแบรนด์ เป็นหัวใจสำคัญของความอยู่รอดทางธุรกิจ แบ่งปันมุมมองของตัวตน 4 ด้าน กล่อง 4 ใบ มาตรฐานใหม่ที่แบรนด์ต้องสร้างเพื่อความโดดเด่นและแตกต่าง ติดตามได้ในเนื้อหาของตอนนี้ครับ
กลุ่มสื่อต่างประเทศรายงานผลการสำรวจชาวจีน 1.2 ล้านคนพบว่า 95% พร้อมเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจาก iPhone ไปใช้ยี่ห้ออื่นหากไม่สามารถใช้ Wechat ได้
พิษ COVID-19 สะเทือนเศรษฐกิจมาเลเซีย หดตัวมากที่สุดในรอบ 22 ปี โดยในไตรมาส 2 จีดีพีติดลบกว่า 17.1% หลังการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลต่อการบริโภคเเละการท่องเที่ยว ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 2 ของมาเลเซียหดตัวมากถึง -17.1% เมื่อเทียบกับปีที่เเล้ว ทำให้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากจีดีพียังหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส โดยนับว่าแย่ที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 1998 ที่มาเลเซียต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินเอเชีย ซึ่งตอนนั้นติดลบที่ 11.2% เศรษฐกิจของมาเลเซียนั้นส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการค้า การส่งออกและการท่องเที่ยว โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ๆ ได้เเก่น้ำมันปาล์ม น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย ระบุว่า เศรษฐกิจมาเลเซียจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากมาตรการสกัดการเเพร่ระบาดของ COVID-19 ถูกผ่อนคลาย เเละจะฟื้นตัวต่อไปในปีหน้าไป พร้อมๆ...
ในปีนี้ Amazon บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของสหรัฐฯ ได้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอินเดีย ล่าสุด ได้เปิดตัวร้านขายยาออนไลน์ภายใต้ชื่อ ‘Amazon Pharmacy’ โดยจะเปิดตัวในเมืองบังกาลอร์และอาจทดลองใช้ในอีกหลาย ๆ เมืองของอินเดีย