ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่าง “เฟซบุ๊ก” (Facebook) ถูกจับตามองใกล้ชิดในหลายวงการ เพราะการประกาศทดสอบระบบมากมายที่เชื่อกันว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจของเฟซบุ๊กในตลาดใหม่ได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางนักวิเคราะห์ที่ฟันธงว่า สิ่งที่เฟซบุ๊กทำและสถิติที่สรุปได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปีม้าทองนี้จะนำไปสู่เม็ดเงินรายได้เข้ากระเป๋าเฟซบุ๊กมูลค่าหลักพันล้านแน่นอน ความเคลื่อนไหวที่ฮือฮาที่สุดต้องยกให้การเปิดเสรีแชตผ่านแอปพลิเคชัน “แมสเสนเจอร์” (Messenger) โดยไม่ต้องมีบัญชีเฟซบุ๊ก หมากเกมนี้ของเฟซบุ๊กมีนัยซ่อนอยู่เพราะการเปิดเสรีจะทำให้แอป Messenger นั้นมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแตะหลักพันล้านคน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้นับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปี ผ่านบริการชำระเงินในแอป Messenger ฮือฮารองลงมาคือ เฟซบุ๊กประกาศลุยให้บริการ “เฟซบุ๊ก ไลต์” (Facebook Lite) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้เครือข่าย 2G ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีผลช่วยให้ฐานผู้ใช้ และสถิติการชมสื่อบนเฟซบุ๊กยิ่งขยายตัวมากขึ้นอีก โดยเฉพาะยอดชมวิดีโอที่กำลังไล่ตีตื้นเบอร์ 1...
เอเอฟพี/บีบีซี - บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษหรือ "บีบีซี" สถานีโทรทัศน์ชื่อดัง เผยเมื่อวันพฤหัสบดี(2ก.ค.) ว่าจะปรับลดพนักงานมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง ส่วนหนึ่งในแผนขับเคลื่อนระยะยาวในการลดค่าใช้จ่ายที่พอกพูนจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ชม ด้วยผู้ชมทางโทรทัศน์หลายล้านคน หันไปเสพรายการต่างๆบนแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือมากขึ้น บีบีซีเป็นสำนักข่าวของอังกฤษที่มีอายุเกือบ 100 ปี และได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษีของประชาชน โดยทุกครัวเรือนที่มีการรับชมรายการทางโทรทัศน์ จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมรับชมโทรทัศน์ประจำปีเป็นจำนวนเงิน 145.50 ปอนด์ (227 ดอลลาร์) แต่ด้วยประชาชนหันไปรับชมรายการต่างๆทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้มีจำนวนครัวเรือนที่ควักกระเป๋าจ่ายค่ายบริการเพื่อรับชมรายการต่างๆของบีบีซีทางโทรทัศน์ลดลงมากกว่าคาด จึงประมาณการณ์ว่าจะมีรายได้เพียง 150 ล้านปอนด์จากการเก็บค่าธรรมเนียมในปีงบการเงิน 2016/2017 น้อยกว่าจากที่คาดหมายไว้เมื่อ 4 ปีก่อน ด้วยเหตุนี้ ทางบีบีซีจึงเสนอรวมแผนกต่างๆ ปรับลดพนักงาน ส่วนใหญ่เป็นด้านผู้เชี่ยวชาญและสนับสนุนปฏิบัติการ ขณะเดียวกันก็จะมีการปรับปรุงโครงสร้างด้านบริการจัดการให้คล่องตัวขึ้น...
จีเอฟเค ประเทศไทย บริษัทวิจัยทางการตลาด ได้เผยถึงผลสำรวจไลฟ์สไตล์ของคนเอเชียในแต่ละเดือน ว่านิยมทำอะไรมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความคล้ายคลึงกัน โดยที่ในแต่ละเดือนจะนิยมไปช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ต และทานข้าวนอกบ้านมากที่สุด สำหรับในประเทศไทยยังมีช่องว่างในส่วนของไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิงในบ้าน นักการตลาดสามารถมองเป็นโอกาสในการเพิ่มไลฟ์สไตล์ด้านนี้ให้ผู้บริโภคคนไทยได้
จีเอฟเค ประเทศไทย บริษัทวิจัยทางการตลาด ได้เผยการศึกษาถึงไลฟ์สไตล์การทำงานของพนักงานประจำของคนชั้นกลางในเอเชีย 21 ประเทศ ซึ่งคนเอเชียใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้าเปรียบเทียบประเทศอื่นในเอเชีย พบว่าประเทศไทยมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยสูงที่สุดคือ 50.9 ชั่วโมง/สัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่อยู่ที่ 48 ชั่วโมง ในขณะที่ทั่วโลกมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย 36.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็มีจำนวนชั่วโมงการทำงานที่น้อยคือ 37.3 ชั่วโมง/สัปดาห์ แสดงว่าเขามีการหาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ดี แต่สำหรับเวลากับการเดินทาง ประเทศจีนใช้เวลาสูงที่สุดเฉลี่ย 7.8 ชั่วโมง ประเทศไทยก็ใกล้เคียงกันอยู่ที่ 7.6 ชั่วโมง/สัปดาห์
เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด “inkaNet” ระบบการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์เอ็มจี ระบบแรกในตลาดที่ทำงานบนเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย ช่วยเพิ่มความความปลอดภัยสูงสุดกับระบบติดตามรถยนต์แบบเรียลไทม์ และตรวจวิเคราะห์สภาพรถยนต์แบบรีโมท ช่วยเช็คความผิดปกติในระหว่างขับรถได้ทันที รวมถึงระบบนำทางที่ช่วยให้เดินเป็นไปอย่างง่ายๆ เผยเตรียมติดตั้งในรถยนต์เอ็มจีใหม่ทุกรุ่น ที่จะเปิดตัวทำตลาดในไทยตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้เป็นต้นไป
หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยว่า inkaNet เป็นนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่สะท้อนเทรนด์การใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ ซึ่งอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทุกวินาทีของชีวิต หรือที่เรียกว่า “Internet of Things” ยุคที่เราสื่อสารกันผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย และช่วยทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เอ็มจีมองเห็นเทรนด์นี้ จึงได้เริ่มพัฒนาและเริ่มนำ inkaNet มาให้ลูกค้าได้ใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 และวันนี้เอ็มจีในประเทศไทย ได้นำเทคโนโลยีที่พิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วมาให้ลูกค้าในประเทศไทยได้ใช้งานกัน ช่วยให้ลูกค้าสั่งการและสื่อสารกับรถยนต์เอ็มจีได้ทุกที่ทุกเวลา
“inkaNet จะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพราะเราจะนำเทคโนโลยีระดับโลกนี้มาติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถยนต์ทุกรุ่นของเอ็มจี...
เอาใจขาชอป กูเกิล (Google) เพิ่มฟีเจอร์เปรียบเทียบราคาสินค้าบน Google.com แล้ว โดยสามารถแสดงให้เห็นว่าสินค้าตัวใดลดมากกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันด้วย สำหรับการทดสอบฟีเจอร์ดังกล่าวนั้น รายงานจาก Mashable.com ระบุว่า มีการใช้งานจริงมานานหลายเดือนแล้ว เพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว อีกทั้งยังถูกจำกัดด้วยคำค้นที่ผู้ใช้ป้อนด้วยนั่นเอง ผู้ที่ค้นพบว่า มีฟีเจอร์ดังกล่าว และเผยแพร่ต่อคือ ChannelAdvisor ซึ่งระบุว่า ปัจจุบันโฆษณาในลักษณะดังกล่าวสามารถพบเห็นได้บ่อยมากขึ้นบน Google.com อย่างไรก็ดี จากผลการเสิร์ชจะพบว่า สินค้าที่มีโปรโมชันพิเศษ หรือสินค้าที่มีราคาถูกพิเศษมักถูกจัดวางเอาไว้บริเวณที่เด่นกว่าสินค้าตัวอื่นๆ (เช่นอยู่ตรงกลางของหน้าจอ) อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการเปรียบเทียบราคาสินค้าว่ากูเกิลใช้โมเดลอะไรในการคำนวณด้วย ยกตัวอย่างเช่น การที่ฟีเจอร์ใหม่แสดงภาพของสินค้าชนิด A จำนวน 5 ยี่ห้อ และมีการระบุว่า สินค้า A ยี่ห้อที่ 2 มีราคาถูกกว่าราคาเฉลี่ยของสินค้าชนิดนี้ 11 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น...
ฟรานเซส เฉิน พนักงานของธนาคารเซี่ยงไฮ้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงหนึ่งในหลายล้านคน ที่หนุนให้ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงในจีนกลายเป็นธุรกิจโตเร็วที่สุดอย่างหนึ่งในโลก เธอพาคุกกี้ ไปอาบน้ำที่ร้านรับจ้างสัปดาห์ละครั้ง ให้กินอาหารชั้นดี ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ค่าเลี้ยงดูเจ้าตูบ สายพันธุ์พุดเดิ้ล เพศผู้ตัวนี้ตกราวเดือนละ 2,000 หยวน หรือประมาณ 10,000 บาท “ฉันอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา” สาวโสด วัย 26 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อแม่เปิดเผย “เขาเป็นลูกของเราค่ะ ไม่เหมือนกันแค่ตรงที่เขาพูดภาษามนุษยไม่ได้เท่านั้นเอง” หญิงสาวสะพายกระเป๋า พร้อมเจ้าตูบน้อย กำลังเดินอยู่ในย่านช้อปปิ้งกรุงปักกิ่ง – รอยเตอร์ สมัยหนึ่งเหมา เจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนเคยห้ามคนจีนมีสัตว์เลี้ยง เพราะมันเป็นเครื่องพักผ่อนหย่อนใจของพวกชนชั้นทุนนิยม ทว่ามายุคสมัยนี้การครอบครองสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่งกลับเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางการเงินบนแดนมังกรไปเสียแล้ว ยูโรมอนิเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและวิจัยด้านการตลาดโลก คาดการณ์ว่า ภาคธุรกิจการดูแลสัตว์เลี้ยงในจีนจะโตอีกกว่าครึ่งหนึ่งเป็น 15,800 ล้านหยวน หรือราว 79,000 ล้านหยวนภายในปี...







