ส่วนกลุ่มอายุเกิน 35 ปี ก็ถูกปิดโอกาสตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเมื่อดูประกาศรับสมัคร จะมีการจำกัดอายุไว้อย่างชัดเจน
‘จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ’ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด หรือ WorkVenture เล่าว่า ตลาดแรงงานประสบปัญหาคนหางานไม่เจอคนรับ และคนรับไม่เจอคนที่ใช่ จนเกิดภาวะ ‘สวนทางกัน’ โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ‘กระบวนการจ้างงาน’ (Hiring Process) ขององค์กรไทย ซึ่งมาจาก 2 คำสำคัญ ได้แก่
Skill First : องค์กรอยากได้คนเก่งที่มีทักษะตรงสเปก แต่ในความเป็นจริงหลายองค์กรในไทย ยังขาดเครื่องมือที่แม่นยำในการวัดทักษะและการคัดคน ทำให้ตรวจสอบและวัดผลเป็นรูปธรรมได้ยาก
Risk First : เมื่อวัดทักษะจริง ๆ ไม่ได้ องค์กรจึงหนีไปใช้โหมดเพลย์เซฟเพื่อแก้ความกลัวเรื่อง ‘เลือกคนผิด’ และ ‘อายุ’ กลายเป็นตัวคัดกรองที่ง่ายที่สุด เพราะเห็นชัดในเรซูเม่ ซึ่งอายุถือเป็นความเสี่ยงอย่างนึง และนำมาสู่ ‘อคติ’ จากภาพจำเดิมๆ ก็คือ
Gen Z โดนมองว่า ‘มีปัญหาเรื่องทัศนคติ’ มักโดนแปะป้ายว่า ติสต์แตก ไม่อดทน วีนเก่ง สื่อสารกับคนอื่นยาก
คนอายุ 35 ปีขึ้นไปจะถูกปฏิเสธ เพราะถูกมองว่า ‘ไม้แก่ดัดยาก’ เรียนรู้ช้า ไม่สดใหม่ ไม่ทันกระแส
ขณะที่ช่วงอายุที่หางานและย้ายงานได้คล่องตัวที่สุดในปัจจุบัน จะอยู่ในช่วง 30 - 35 ปีเท่านั้น
กลยุทธ์ทำลายกำแพงภาพจำจาก‘อายุ’
แม้ปัญหาเรื่องอายุกับการรับคนเข้าทำงาน จะเกิดขึ้นในตลาดแรงงานทุกยุคทุกสมัย แต่จีรวัฒน์แนะนำว่า คนทำงานต้องมีการปรับตัวและเปลี่ยนจุดขายของตนเอง เพื่อหักล้าง ‘ความเสี่ยง ในสายตานายจ้าง
กลุ่มคนรุ่นใหม่ : อย่าขายแค่ความมั่นใจและความทันกระแส แต่ต้อง ขาย ‘ความรับผิดชอบ’ และ ‘การลงมือทำ’ โดยต้องโชว์พอร์ตโฟลิโอที่พิสูจน์ว่า สามารถส่งมอบงานได้จริง แก้ปัญหาเป็น และมีความรับผิดชอบสูง
กลุ่มคนรุ่นใหญ่ 35 ปีขึ้นไป : อย่าขายแค่ประสบการณ์ เพราะมีอยู่ในเรซูเม่แล้ว แต่ต้องขาย ‘ความสดใหม่’ และ ‘ความสามารถในการเรียนรู้ไว’ (Learnability) ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ทันสมัย ปรับตัวเก่ง และมีหลักฐานชัดเจนว่า พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ
4_Pillars_เพื่อความอยู่รอดในโลกการทำงานยุคใหม่
ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน หากต้องการเติบโตในองค์กรต้องมี 4 ทักษะหลักเพื่อลบจุดอ่อนเรื่องอายุและสร้างคุณค่าที่ AI แทนที่ไม่ได้
1.Skill Fit & Role Fit: การมีทักษะที่ตรงกับตลาดแรงงานต้องการ โดยเริ่มต้นต้องรู้ชัดว่า ตัวเองอยากเป็นอะไร หรือตลาดแรงงานมีความต้องการอย่างไร แล้วพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการนั้น
2.Learnability: ความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นทักษะจำเป็นและสำคัญมาก โดยเฉพาะโลกในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
3.Human Communication: ทักษะการสื่อสารและทำงานร่วมกัน เพราะองค์กรไม่ต้องการคนที่เก่งแต่งาน แต่สร้างปัญหาให้คนอื่น ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบต่อองค์กรเอง
4.Execution: การลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ สามารถส่งมอบงานได้ตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย
ยุคนี้คือยุคทองของลูกจ้าง
จีรวัฒน์บอกว่า ปัจจุบันถือเป็น ‘ยุคทองของลูกจ้าง’ นั่นเพราะว่า ฝั่งองค์กรและนายจ้างกำลังเผชิญกับ ‘แรงกดดันด้านประชากร’ จากวิกฤตเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนแรงงานไทยลดลงตามเช่นกัน โดยจากสถิติแรงงานไทยรุ่นก่อน ๆ มีอยู่ 16-17 ล้านคน แต่ตอนนี้ ‘หายไปกว่าครึ่ง’ เหลือเพียงประมาณ 8 ล้านคน
ดังนั้น องค์กรจะไม่สามารถเลือกคนจากอายุได้อีกต่อไป เพราะถ้ายังยึดติดแบบเดิมก็จะหาคนทำงานไม่ได้ แม้จะมีเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วย เพราะงานหลายอย่างเทคโนโลยีก็ยังทดแทนคนไม่ได้
สุดท้าย ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต้องสังคยนากระบวนการจ้างงานให้ชัดเจน โปร่งใส และเน้น Skill First จริงๆ รวมถึงต้องลุกขึ้นมาทำ Corporate Branding อย่างจริงจัง บอกถึงข้อดีและศักยภาพขององค์กร เพื่อดึงดูด Talent คนมีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานในองค์กร ขณะที่ คนทำงาน ก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้ ‘ผู้ชนะ’ ในตลาดแรงงาน