วงการธุรกิจเกาหลีใต้ต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง เมื่อกลุ่มบริษัท Samyang Roundsquare (ซัมยัง ราวด์สแควร์) ประกาศแต่งตั้ง ‘คิม จอง-ซู’ (Kim Jung-soo) รองประธานกรรมการ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ‘ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท’ (Chairman) อย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2026
การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของ "คิม จอง-ซู" ถือเป็นการทลายกำแพงของสังคมแชโบล และตอกย้ำความสำเร็จครั้งใหญ่ของอดีต ‘แม่บ้านธรรมดา’ ที่กอบกู้ซัมยังบริษัทที่เคยล้มละลาย ให้กลายเป็นอาณาจักรอาหารระดับโลกด้วยยอดขายทะลุ 2.35 ล้านล้านวอนในปี 2025 ที่ผ่านมา
จากแม่บ้าน สู่ทัพหน้ากู้วิกฤตล้มละลาย
"คิม จอง-ซู" เกิดปี 1964 จบการศึกษาจากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา หลังจากเรียนจบเธอก็แต่งงานกับ "จอน อิน-จาง" ลูกชายคนโตของ "จอน จุง-ยุน" ผู้ก่อตั้ง Samyang Foods และใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดูแลครอบครัวอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอด
ในอดีต Samyang Foods (ซัมยัง ฟู้ดส์ ปัจจุบันเป็นบริษัทลูกของ ซัมยอง ราวด์สแควร์) คือผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกของเกาหลีใต้และเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 บริษัทเจอมรสุมครั้งใหญ่จากข่าวลือเรื่องคุณภาพน้ำมัน (Uji Incident) ซ้ำร้ายยังถูกพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 1997 เล่นงานจนบริษัทเกือบล้มละลาย ส่วนแบ่งการตลาดดิ่งจาก 70% เหลือเพียง 10% กว่า ๆ เท่านั้น
ด้วยปณิธานที่จะ "ช่วยสามีและกอบกู้ธุรกิจของตระกูล" คุณคิมซึ่งขณะนั้นอายุ 34 ปี จึงตัดสินใจสลัดผ้ากันเปื้อน ก้าวเข้าสู่สมรภูมิธุรกิจในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายในปี 1998 เธอมุ่งมั่นรีนิวแบรนด์และลงพื้นที่สำรวจตลาดด้วยตนเองเพื่อหาจุดเปลี่ยนให้กับบริษัท

ไอเดียความเผ็ดกลางเมียงดง กับเดิมพันด้วย ซอสเผ็ด 2 ตัน ไก่ 1,200 ตัว
แม้จะเข้ามาบริหาร แต่การจะเบียดขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเกาหลีที่แข่งขันกันดุเดือดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่ง ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2010 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็มาถึง
วันนั้นคุณคิมไปเดินเล่นแถวเมียงดงกับลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และเธอสังเกตเห็นผู้คนยืนต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้าน "จิมดัก" (ไก่อบซีอิ๊วรสเผ็ด) สิ่งที่เธอเห็นคือ ทุกคนกินไป ปาดเหงื่อไป พลางบ่นว่า "เผ็ดจะตายอยู่แล้ว" แต่ก็ยังคีบกินเข้าปากไม่หยุดเหมือนโดนมนต์สะกด
ไก่เผ็ดเกาหลี จุดประกายความคิดในใจเธอทันทีว่า "ถ้าเราสามารถเปลี่ยนความอร่อยแบบเผ็ด ๆ ที่ทำให้คนติดหนึบแบบนี้ ให้มาอยู่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ มันจะกลายเป็นโอกาสทอง"
ทว่า เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไอเดียนี้ถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากคณะผู้บริหารในบริษัท โดยระบุว่า "มันเผ็ดเกินไปจนมนุษย์กินไม่ได้" และ "ไม่มีทางขายในวงกว้างได้แน่นอน" แต่คิมจอง-ซูเลือกที่จะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง
เธอและทีมวิจัยใช้เวลาลองผิดลองถูกอย่างหนักหน่วงนานถึง 1 ปีเต็ม ตระเวนชิมซอสเผ็ดทั่วประเทศ สั่งพัฒนาสูตรซอสที่ต้องใช้พริกและส่วนผสมไปกว่า 2 ตัน และใช้ไก่ทดลองรสชาติไปมากกว่า 1,200 ตัว ทีมวิจัยต้องกินน้ำซอสเผ็ดจนต้องพกยาเคลือบกระเพาะติดตัว
กระทั่งในเดือนเมษายน 2012 ‘บูลดักบกคึมมยอน’ (Buldak Bokkeum Myeon) หรือมาม่าไก่กรอบเผ็ดเกาหลีรสชาติแรกก็ถูกปล่อยออกสู่ตลาด

ปรากฏการณ์ 'Fire Noodle Challenge' ดันบูลดักสู่ไอคอนระดับโลก
แรกเริ่มเดิมที บูลดักฮิตเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบกินเผ็ดในเกาหลีเท่านั้น แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้มันกลายเป็นกระแสระดับโลกเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อยูทูบเบอร์ต่างชาติเริ่มทำคลิปท้ากินรสเผ็ด หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Fire Noodle Challenge" ภาพของผู้คนทั่วโลกที่น้ำหูน้ำตาไหลแต่ก็ยังสนุกกับการกิน ได้เปลี่ยนให้บูลดักกลายเป็น "วัฒนธรรมป็อป" และเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันของ K-Food ทั่วโลก
คิม จอง-ซู คว้าโอกาสทองนี้ไว้ทันที เธอสั่งการให้มอนิเตอร์ฟีดแบ็กจากผู้บริโภคทั่วโลกแบบเรียลไทม์ จนแตกไลน์สินค้าใหม่ออกมาถล่มตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'Carbonara Buldak' รสคาโบนาร่าเพื่อลดความเผ็ดลง หรือ 'Cheese Buldak' รสชีสนัว ๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ เธอยังรีบดำเนินการขอใบรับรองฮาลาล (Halal) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม จนสามารถยึดน่านน้ำในต่างประเทศได้สำเร็จ

คิม จอง-ซู ผงาด ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท
จากธุรกิจที่เคยเน้นขายแค่ในประเทศ "ตำนานบูลดัก" ได้พลิกโฉม Samyang Foods ให้กลายเป็นบริษัทส่งออกที่สร้างรายจากต่างประเทศสูงถึง 80% ของรายได้ทั้งหมด
แม้ระหว่างทางเธอจะเคยต้องเว้นวรรคทางการเมืองในบริษัทไปช่วงหนึ่งจากประเด็นทางกฎหมายของตระกูลผู้ก่อตั้ง แต่ด้วยผลงานที่ไม่มีใครปฏิเสธได้และการยอมรับในฝีมือบริหาร เธอก็กลับมานำทัพได้อย่างสง่างาม จากปี 2021 ที่เธอขึ้นเป็นรองประธาน บริษัทมีรายได้ราว 6.4 แสนล้านวอน
แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ผลประกอบการของบริษัทในปี 2025 พุ่งทะยานทะลุ 2.35 ล้านล้านวอน พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 22% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากในอุตสาหกรรมอาหาร
และในที่สุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 สำนักข่าวเกาหลีได้รายงานการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ "รองประธาน คิม จอง-ซู" ขึ้นดำรงตำแหน่ง "ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท" (Chairman)
ถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบก้าวกระโดดและทลายกำแพงอันหนาทึบของสังคมแชโบลเกาหลีใต้ ที่มักจะให้ผู้ชายเป็นใหญ่
ปัจจุบันในฐานะ "ท่านประธานคิม" คิม จอง-ซู ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่กำลังพา Samyang Foods มุ่งสู่การเป็นบริษัทนวัตกรรมอาหารระดับโลก ทั้งการวิจัยอาหารชีวภาพ (Bio) และโปรตีนจากพืช (Alternative Meat) เพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคต