People / Management

รู้จักเทรนด์ Shrekking เมื่อคนยอมเลือกงานต่ำกว่าความสามารถ แลกเซฟโซน หนี Toxic

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนเก่งโปรไฟล์ดีถึงยอมไปทำงานที่ต่ำกว่าความสามารถ? รู้จัก ‘Shrekking’ จากไวรัลการเดตที่เปรียบเปรยถึงเจ้าหญิงฟิโอน่าที่ยอมเลือกยักษ์เขียว สู่เทรนด์โลกออฟฟิศที่คนทำงานเริ่มหันหลังให้ ‘งานในฝัน’ แล้วซบ ‘งานแก้ขัด’ เพื่อหนีความ Toxic และความเครียด

SHREKKING-01.jpg

เดิมทีคำว่า ‘Shrekking’ คือศัพท์ไวรัลในแวดวงการเดต ใช้เรียกพฤติกรรมของคนที่ยอมเลือกคบกับคนที่เราไม่ได้รู้สึกดึงดูดใจด้วยเลย เพียงเพราะหวังว่าเขาจะ ‘ดูแล’ และ  ‘ทําดี‘ กับเราเป็นการตอบแทน (เหมือนที่เจ้าหญิงฟิโอน่าลงเอยกับเชร็ค) 

แต่จุดหักมุมก็คือ คนที่เราอุตส่าห์ยอมลดมาตรฐานลงไปหา กลับไม่เคยได้ดูแลเราแบบระดับเจ้าหญิงเลยสักครั้ง

และในยุคที่การหางานให้อารมณ์ไม่ต่างจากการหาคู่... เทรนด์ Shrekking กำลังลามเข้าสู่โลกออฟฟิศอย่างรวดเร็ว 

โดยในโลกการทำงาน Shrekking หมายถึง การเลือกทำงานที่ต่ำกว่าศักยภาพและระดับความสามารถของตัวเอง ถอดใจจากการตามหา ‘งานในฝัน แล้วหันไปซบงานที่จืดชืด น่าเบื่อ ไร้ความหวือหวา และอาจต่ำกว่าความสามารถของพวกเขา เพื่อยอมแลกกับเม็ดเงิน สวัสดิการ หรือความมั่นคงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดงานที่สุดแสนจะยากลำบากในปัจจุบัน

ตลาดงานบีบบังคับ หรือเลือกที่จะเสี่ยง?

สถิติน่าตกใจตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2024 เป็นต้นมาพบว่า ยอดเปิดรับตำแหน่งงานระดับเด็กจบใหม่ (Entry-level) ทั่วโลกตกลงถึง 29% ความผิดหวังซ้ำ ๆ จากการถูกปฏิเสธทำให้คนหางานเริ่มล้าและหมดไฟ จนหลายคนยอมรับงานที่ตัวเองไม่ได้อยากทำด้วยซ้ำ

จากข้อมูลของ World Economic Forum พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของคนทำงานยอมรับว่า งานที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเส้นทางสู่อาชีพในฝันของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เริ่มมองบนใส่ ‘ชื่อตำแหน่งเก๋ ๆ’ หรือการแบกรับความรับผิดชอบท่วมหัวแต่ได้เงินเท่าเดิม พวกเขาหันไปเลือกสายงานที่เครียดน้อยกว่า แล้วเก็บความหลงใหล ไปใช้กับชีวิตนอกเวลางานแทน

ขณะที่ข้อมูลสำมะโนประชากรจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ระบุว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีบัณฑิตจบใหม่สูงถึง 41.2% ที่ตกอยู่ในภาวะ ‘ทำงานต่ำระดับ’  (Underemployed) หรือทำงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิปริญญาตรีด้วยซ้ำ 

และเมื่อได้งานทำแล้ว พวกเขาจะกอดเก้าอี้ไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นสิ่งที่ชอบหรือไม่ก็ตาม เพราะถึงแม้จะคิดว่าตัวเองสามารถไปได้ไกลกว่านี้ แต่สถานการณ์ตอนนี้การอยู่ที่เดิมย่อมปลอดภัยกว่าการเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการถูกปฏิเสธ หรือต้องกลายเป็นคนว่างงานระยะยาว

‘ยักษ์เขียว’ไม่ได้แสนดีอย่างที่คิด

แม้การเลือกงานที่ต่ำกว่าระดับอาจดูเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

ชาว Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะ ‘ลดสเปก’ มาทำงานน่าเบื่อ เพื่อแลกความปลอดภัยมักจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่โดนเลิกจ้างเสมอเมื่อบริษัทมีปัญหา ซึ่งนี่ถือเป็นยารสขมสำหรับคนที่คิดจะใช้ Shrekking กับอาชีพตัวเอง

นอกจากนี้ ยังอาจทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีความรู้ท่วมหัวแต่ไม่มีอะไรให้ทำ จนเกิดความเบื่อหน่าย หรืออาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Rust-out (ภาวะสมองสนิมจับ) ซึ่งเป็นญาติสนิทของอาการ Burnout เพราะเมื่อศักยภาพและทักษะๆ ของคุณไม่ได้ถูกนำมาใช้ จะทำให้ฝีมือขึ้นสนิมและฝ่อลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำลายประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง 

หากคุณกำลังตกอยู่ภาวะ Shrekking ในโลกของการทำงาน อย่าเพิ่งหมดหวัง!! 

จงใช้โอกาสนี้ในการทบทวนตัวเองให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า อะไรคือสิ่งที่คุณ ‘ยอมรับไม่ได้’ (Non-negotiables) และอะไรคือเป้าหมายอาชีพที่แท้จริงของคุณ เพราะไม่ว่าสถานการณ์ตลาดงานจะเป็นอย่างไร การรู้จักคุณค่าและศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง จะเป็นเข็มทิศชั้นดีที่ช่วยให้คุณเลือกก้าวต่อไปได้อย่างแม่นยำ

.

ที่มา

.

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2025/oct/29/shreks-appeal-why-gen-zs-are-settling-for-plainer-dates

.

https://www.fastcompany.com/91420657/shrekking-at-work-the-problem-with-taking-jobs-beneath-you