Strategic Move

'อาหารญี่ปุ่นยังไม่สิ้นเสน่ห์' CRG ชู 'การเข้าใจลูกค้า'-'ความคุ้มค่า' บุกตลาด

หลังจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ‘เจโทร’ เผยถึงแนวโน้มของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีการเติบโตลดลง เมื่อรวมกับที่ผ่านมามีการปิดตัวของร้านอาหารประเภทนี้หลายต่อหลายร้าน ทำให้เกิดคำถามว่า หรือธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยเฟื่องฟูจะสิ้นเสน่ห์แล้ว?  ต่อคำถามที่เก…

CRGJPFOOD-01

หลังจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ‘เจโทร’ เผยถึงแนวโน้มของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีการเติบโตลดลง เมื่อรวมกับที่ผ่านมามีการปิดตัวของร้านอาหารประเภทนี้หลายต่อหลายร้าน ทำให้เกิดคำถามว่า หรือธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยเฟื่องฟูจะสิ้นเสน่ห์แล้ว? 

ต่อคำถามที่เกิดขึ้น Positioning ได้พูดคุยกับผู้บริหารของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG หนึ่งผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอาหารของบ้านเรา โดย ‘ธีรวัฒน์ เลิศถิรพันธุ์’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม Asian Cuisine ยืนยันว่า ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นยังไปได้ดีและมีเสน่ห์อยู่

“ร้านอาหารญี่ปุ่นตอนนี้ดูเหมือนจะล้นตลาด แต่ยังโตอยู่แม้จะอยู่ในอัตราลดลง เพราะการแข่งขันรุนแรง จากการเปิดรับอาหารของคนไทย อย่างปีที่ผ่านมามีแบรนด์และเชนใหม่ ๆ เข้ามามากมายทั้งเกาหลี จีน และตะวันตก ทำให้คนมีทางเลือกมากขึ้น และส่งผลให้ร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตไม่มากเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้บอกไม่ได้ว่า ธุรกิจนี้หมดเสน่ห์แล้ว”
4-46

ส่วนใครจะอยู่ ‘รอดได้’ หรือ ‘ต้องปิดตัวไป’ นั้น หลัก ๆ นอกจากวัดกันที่ ‘คุณภาพ’ ทั้งรสชาติอาหารและบริการแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะจับทางผู้บริโภคได้ถูกมากกว่ากัน โดยเทรนด์ของผู้บริโภคที่จะส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่

-‘ของถูกไม่จำเป็นต้องราคาถูก’ สำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมี ‘ราคาถูก’ เสมอไป แต่หมายถึงเมื่อเทียบคุณภาพกับราคาแล้วต้อง ‘คุ้มค่า’ ซึ่งเป็นโอกาสให้แบรนด์ใหม่และโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ง่าย เช่น สุกี้ตี๋น้อย ลัคกี้สุกี้ ฯลฯ

- ‘เทรนด์สุขภาพยังอยู่ต่อไป’ แม้การระบาดของโควิดจะผ่านพ้นไป แต่ผู้บริโภคก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะการกินดีอยู่ดี เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

-‘มื้ออาหารไม่ได้จำกัดอยู่ที่ 3 มื้อแบ่งเป็นเช้า กลางวัน เย็นอีกต่อไป’ โดยปัจจุบันลูกค้ามีการบริโภคอาหาร 5-6 มื้อต่อวัน แต่ไม่ได้หมายความว่า คนทุกคนจะกินทุกมื้อ เช่น มี Bruch อาหารมื้อสาย หรือกรณีของคนทำ IF (Intermittent Fasting) ดังนั้น ร้านอาหารจึงจำเป็นต้องดีไซน์อาหารให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด

-‘โซเชียลมีเดียและการรีวิวมีผลต่อการตัดสินใจของคนมากขึ้น’ โดยเวลาจะตัดสินใจเลือกร้านอาหารร้านไหนพวกเขาจะทำการบ้านมาก่อนและเลือกตั้งแต่อยู่ที่บ้าน แตกต่างจากอดีตที่ต้องเดินรอบหรือสองรอบก่อนจะตัดสิน

“ดีมานด์ของคนเปลี่ยนไป เช่น 3-4 ปีก่อน บริษัทใหญ่ไม่มีใครคิดหรอกว่า การทำของราคาถูก แล้วพยายามบริหารต้นทุนให้ถูก จะเป็นโมเดลที่อยู่รอดได้ หรือเปิดถึงตี 2 ตี 3 หรือ 24 ชั่วโมง จะมีคนซื้อ แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ แถมเวิร์กด้วย ทั้งหมดผู้ประกอบการต้องเข้าใจ จับจุดให้ถูก ใครทำได้ก่อน คนนั้นก็ชนะ”

เปิดแผน CRG บุกตลาด Asian Cuisine

สำหรับ CRG กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นมีการเติบโตดีอยู่ในอัตราสองหลัก โดยปัจจุบันมีร้านภายในเครือ 7 แบรนด์ ได้แก่ Ootoya, Katsuya, Pepper Lunch, Yoshinoya, Chabuton, Ramen Kagetsu Arashi, Tenya ที่ในปีนี้จะเห็นการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3 แบรนด์หลักอย่าง Katsuya, Ootoya และ Pepper Lunch

รวมถึงการเปิดแบรนด์ใหม่อย่าง Hanam Pig ร้านปิ้งย่างอันดับหนึ่งจากเกาหลี เพื่อเสริมให้พอร์ต Asian Cuisine แข็งแกร่งมากขึ้น

“เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เช่น ตอนนี้อย่างที่บอกไปผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่า ไม่ใช่ราคาถูก ผู้ประกอบการต้องตามให้ทัน โดยต้องทำเข้าใจลูกค้ามากขึ้น”

เรื่องนี้ทาง CRG ให้ความสำคัญกับ Big Data ที่จะถูกนำมาใช้สำหรับพัฒนาและปรับปรุงทั้งรูปแบบร้าน สินค้า ไปจนถึงบริการ และทำโปรโมชั่นแบบรายวันให้ตอบความต้องการของลูกค้า

อย่างปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับโฉมร้าน Katsuya สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด ให้เป็นแฟลกชิปสโตร์ มีการปรับบรรยากาศภายในร้านให้สามารถถ่ายภาพได้โชว์บนโซเชียลได้ เพื่อตอบโจทย์คนยุคออนไลน์

รวมถึงมีการปรับเมนู ด้วยการเพิ่มรีฟิลให้สามารถเติมข้าว เติมซุปได้ไม่อั้น ซึ่งหลังจากปรับโฉมไปเมื่อเดือนธันวาคม ปรากฏว่า ยอดขายขึ้นเท่าตัว ทำให้เตรียมจะขยายสาขาในโมเดลใหม่นี้เพิ่มอีก 10 สาขา  

“Katsuya เป็นทงคัตสึเบอร์หนึ่งในญี่ปุ่นที่นำเสนอความคุ้มค่ามาตลอด แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงมากมาย บวกกับพฤติกรรมของคนไทยกับคนญี่ปุ่นต่างกัน ทำให้นำเสนอไปกับเจ้าของสิทธิ์ว่า ถ้าเป็นโมเดลเดิมคงไม่เติบโตไปมากกว่านี้ จึงเสนอที่จะปรับปรุงในหลายเรื่อง โดยสิ่งที่ปรับมาจาก Big Data ที่เรามี”
3-80

ขณะที่แบรนด์ Ootoya นอกจากการขยายสาขาใหม่แล้ว ในปีนี้จะมีการแตกแบรนด์ลูก นั่นคือ Ootoya Shabu เป็นร้านชาบูที่รวมอาหารสไตล์ healthy คาดว่า จะเปิดตัวประมาณช่วงกลางปี นี้ ซึ่งถือเป็นร้านชาบูภายใต้แบรนด์ Ootoya แห่งแรกของโลก 

นอกจากนี้ มีแผนจะปรับสาขาเดิมของ Ootoya ให้เป็น Ootoya Premium นำเสนอเมนูพรีเมียมที่ไม่เคยขายในร้านมาก่อน ในราคาเข้าถึงง่าย

2-118

สำหรับ Pepper Lunch วางแผนจะปรับ Mood and tone จากร้านโทนสีดำให้มีความสว่างและมีความสนุกสนานมากขึ้น เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น

นอกจากการบุกในเซ็กเม้นท์ร้านอาหารญี่ปุ่นแล้ว ช่วงไตรมาสสองของปีนี้ จะมีนำเปิดแบรนด์ใหม่ในเซ็กเมนต์อาหารเกาหลีเข้ามาเปิดในไทย ได้แก่ Hanam Pig ร้านปิ้งย่างอันดับหนึ่งจากเกาหลี ที่ตอนนี้เจรจาคืบหน้าไปแล้ว 80-90%

การนำร้านปิ้งย่างจากเกาหลีมาเปิดครั้งนี้ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม Asian Cuisine ของ CRG ไม่ได้มองว่า เป็นการขยับที่ ‘ช้าไป’ เพราะการจะนำแบรนด์ใดเข้ามา ทางบริษัทฯ จะคำนึงการมีศักยภาพของแบรนด์นั้นต้องสามารถอยู่ได้ในระยะยาว และต้องขยายสาขาไปได้ไกล 

สำหรับภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารในปีนี้ ยังมีการเติบโตที่ดี ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันรุนแรง ส่วนใครจะอยู่รอดได้นั้น นอกจากคุณภาพแล้ว สิ่งสำคัญคือ ‘ต้องเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น’ และ ‘นำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ’ ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคนี้ที่โลกและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว