Strategic Move

Koriko ขอปั้น ‘แบรนด์เอง’ ชิงตลาดสแน็กสาหร่าย 4,000 ล้าน

เจาะกลยุทธ์ Koriko จาก ‘ผู้อยู่เบื้องหลัง’ สู่การทำ ‘แบรนดเอง’ เพื่อชิงมาร์เก็ตแชร์ในตลาดสแน็กสาหน่ายที่มีมูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่แม้จะรู้ว่า การแข่งขันดุเดือด แถมเจ้าตลาดที่เป็นเบอร์ 1 จะมีความแข็งแกร่งครองส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50%

sa.jpg

แต่บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ดส์ จำกัด (NBF) เจ้าของแบรนด์ Koriko ก็เชื่อมั่นจะแจ้งเกิดและเติบโตได้ในสนามนี้

เพราะมั่นใจในตัวโปรดักท์ ที่พัฒนาจากประสบการณ์จากการเป็นผู้นำเข้าสาหร่ายรายใหญ่รายแรกของไทยมายาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์ดังทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 10 แบรนด์ จาก 30 ประเทศทั่วโลก บวกกับการใช้พลังคู่จิ้น ‘เก่ง-น้ำปิง’ มาเป็นจุดแข็งสร้างการรับรู้ และดึงผู้บริโภคให้กล้าลอง 

‘กาญจนา ตั้งปกรณ์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ดำเนินงานด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายให้กับ NBF เล่าว่า เดิมที NBF เติบโตจากการเป็นผู้นำเข้าสาหร่ายรายใหญ่รายแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจแบบ B2B มานานกว่า 30 ปี โดยทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับร้านอาหาร โรงแรม และอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวชั้นนำต่างๆ 

รวมถึง OEM ให้กับแบรนด์ดังทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 แบรนด์ เช่น  Muji , แบรนด์ aro ของแม็คโคร เป็นต้น 

สำหรับจุดเริ่มต้นของ Koriko เกิดจากการเห็นช่องว่างในตลาดสแน็กสาหร่ายของไทยที่มีมูลค่า 3,700-4,000 ล้านบาทและเติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ทาง NBF จึงได้สร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาเมื่อ 2 ปีก่อน 

กำเนิดนวัตกรรม ‘สาหร่ายแซนวิช’

ด้วยการเป็นแบรนด์น้องใหม่  Koriko จำเป็นต้องมีความแตกต่าง เพื่อสร้างการจดจำให้ผู้บริโภคและสร้างโอกาสในการขาย โดยนำความเชี่ยวชาญของ NBF ในเรื่องการมีสาหร่ายคุณภาพสูง, การทำข้าวพองส่งออก และการปรุงรส มาสร้างเป็นนวัตกรรม ‘สาหร่ายแซนวิชสอดไส้ข้าวพอง’ เจ้าแรกในไทย ซึ่งจุดเด่นของสินค้า ได้แก่ 

อบไม่ทอด: ใช้กรรมวิธีการอบแทนการทอด ทำให้ไม่มีน้ำมันเลอะมือและดีต่อสุขภาพ

แคลอรี่ต่ำ: หนึ่งซองขนาด 30 กรัม ให้พลังงานเพียง 130 แคลอรี่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ชอบกินจุกจิก

คุณภาพพรีเมียม: สาหร่ายมีความหนากว่าคู่แข่งทั่วไป และปรุงรสเข้มข้น

บรรจุภัณฑ์มาตรฐานสูง: ใช้ซองหนาถึง 5 ชั้นพร้อมซองกันชื้นขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อคงความกรอบให้ยาวนานที่สุด

คุณภาพดีอย่างเดียวไม่พอ

กาญจนา เล่าว่า ช่วงแรก Koriko มีวางจำหน่ายใน 7-Eleven โดยไม่ได้สร้างแบรนด์และทำการตลาดอย่างจริงจัง เนื่องจากเชื่อมั่นในตัวโปรดักท์ทั้งเรื่องคุณภาพและรสชาติ ทำให้แบรนด์ประสบปัญหา ‘คนไม่รู้จัก’ และ ‘ไม่กล้าลอง’ ส่งผลให้ยอดขายไม่เป็นไปตามคาดจนถูกปรับลดจำนวนสาขาที่วางจำหน่าย 

“เราได้บทเรียนว่า แค่โปรดักท์ดี ไม่พอ ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วยหากอยากประสบความสำเร็จ นั่นเป็นที่มาของการตั้งหลักใหม่ เพื่อรุกตลาดรีเทลเต็มตัวในปีนี้”    

โจทย์สำคัญ คือ การสร้าง Brand Awareness โดยใช้กลยุทธ์ Storytelling Marketing ภายใต้แนวคิด ‘กล้านอกกรอบ’ และทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ดึง ‘เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย’ กับ ‘น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง’ จากซีรีส์ดัง ‘เขมจิราต้องรอด’ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คู่แรก เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่แตกต่างแต่ลงตัวเหมือนสาหร่ายกับข้าวพอง สำหรับสร้าง  Brand Awareness และดึงดูดคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะแฟนคลับของทั้งคู่ให้กล้าลองสินค้า

นอกจากนี้ ยังพยายามขยายช่องทางให้ครอบคลุม เพื่อสร้างการรู้จักและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ผ่านช่องทางออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven, Lawson, Gourmet Market , โรงภาพยนต์ SF Cinema รวมไปถึงร้านกาแฟพันธุ์ไทย และช่องทางออนไลน์ ผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok

ปัจจุบัน Koriko มีรสหลัก เช่น ออริจินัล, ไข่เค็ม (รสยอดฮิต), วาซาบิ และบะหมี่เกาหลี นอกจากนี้ยังมีรส Exclusive อย่าง ‘หมาล่า’ ที่ขายเฉพาะในบางช่องทาง และมีการทดลองรสแปลกใหม่ เช่น ต้มยำ, ผัดไทย, ลาบ ไปจนถึงรสผลไม้อย่างสตรอว์เบอร์รี่

 เป้าหมายของ Koriko ไม่ได้จะ ‘ท้าชน’ กับคู่แข่งรายใดในตลาดสแน็กสาหร่าย เพราะรู้ดีว่า ตัวเองยังเป็นน้องใหม่ และเจ้าตลาดเดิมก็มีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก แต่จะขอเป็น ‘ทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค 

โดยหลังจากทำการตลาดแบบจริงจังครบ 1 ปี ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 70-80 ล้านบาท และมีมาร์เก็ตแชร์ 2-3% ในตลาดสแน็กสาหร่าย 

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายสู่สแน็กกลุ่มอื่น เช่น ปลาอบกรอบและปลาปรุงรส , ทองม้วนผสมสาหร่าย รวมถึงมีแผนขยายการส่งออกไปในอีกหลายประเทศด้วย