Strategic Move

สรุปเทรนด์ท่องเที่ยว 3 Ds เมื่อ AI ปะทะความยั่งยืน จากงาน Envision 2026 โดย Trip.com Group

3DSTRIPS-01.jpg

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่บทใหม่อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council (WTTC) ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวครองสัดส่วนถึง 10% ของ GDP โลก หรือคิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยอัตราที่สูงกว่าเศรษฐกิจภาพรวมถึง 2 เท่า

ภายใต้โมเมนตัมที่พุ่งทะยานนี้ Trip.com Group ผู้ให้บริการบิ๊กดาต้า และการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก จึงได้เปิดฉากงานประชุมยักษ์ใหญ่ประจำปี “Envision Global Partner Conference 2026” ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวมตัวผู้นำอุตสาหกรรม องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรม และครีเอเตอร์กว่า 3,500 คน จาก 78 ประเทศทั่วโลก เพื่อประกาศโรดแมปการเดินทางแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ และการสร้างระบบนิเวศท่องเที่ยว (Travel Ecosystem) ที่ยั่งยืน

3 Ds เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังนิยามโลก

มิสเจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group เผยอินไซต์สำคัญในสุนทรพจน์เปิดงานว่า ดีมานด์การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ทุบสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยยอดการจองรวมบนแพลตฟอร์ม OTA ระหว่างประเทศของบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 60% ยอดจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินขาออกเติบโตกว่าช่วงก่อนโควิด (ปี 2562) ถึง 140% โดยมี 3 เทรนด์ใหญ่ หรือ “3 Ds” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ:

1. Discovery (การค้นพบพรมแดนใหม่) : นักเดินทางยุคนี้ไม่ได้มุ่งไปแค่เมืองหลวงกระแสหลัก แต่กำลังมองหา Hidden Gems หรือจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่กำลังมาแรง เช่น อุซเบกิสถาน อาร์เจนตินา และโคลัมเบีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุด

2. Diversity (ความหลากหลายของประสบการณ์) : พฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนจากการเที่ยวชมแลนด์มาร์กทั่วไป (Sightseeing) สู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม (Experiential Travel) เช่น การดำน้ำลึกที่บาหลี สัมผัสธรรมชาติที่คัปปาโดเกีย หรือการทัวร์พิพิธภัณฑ์เจาะลึกในกีซาและอิสตันบูล

3. Depth (การเดินทางเชิงลึกและยาวนานขึ้น) : นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลือกการเดินทางระยะไกลที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางหลายต่อ (Multi-stop) และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยสูงขึ้นแตะ 6 วันในทุกภูมิภาค สะท้อนถึงเทรนด์ Slow Travel ที่ต้องการซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง

“Intelligence with Care” เมื่อ AI ผสานหัวใจมนุษย์ ขับเคลื่อน Ecosystem

เพื่อรองรับพฤติกรรมนักเดินทางที่ต้องการความยืดหยุ่นและการเข้าถึงประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalisation) Trip.com Group ได้วางเสาหลักการลงทุนภายใต้หลักการ “Intelligence with Care” ผ่านการอัปเกรดฟีเจอร์ AI ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ

  • Smart Retail & Personalisation : ในหมวดโรงแรม ระบบ One-click Personalisation และ Smart Carts สามารถดันยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้นกว่า 10,500 คืนต่อวัน ส่วนฝั่งสายการบินมีระบบวิเคราะห์ตลาดด้วย AI ช่วยวางแผนบุ๊กกิ้งและไฟลท์บินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • Seamless Transport : แพลตฟอร์มบริการรถไฟเชื่อมต่อการเดินทางหลายรูปแบบ (Multi-modal) ส่งผลให้ยอดขายตั๋วแบบ Rail-flight (รถไฟต่อเครื่องบิน) เติบโตขึ้น 50% พร้อมขยายเครือข่ายเชื่อมทั่วยุโรป
  • Risk-Free Corporate Travel : แพลตฟอร์ม Trip.Biz ใช้ AI Agents อนุมัติคำขอเดินทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำได้โดยอัตโนมัติมากกว่า 98% พร้อมประกาศรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากระบบ AI เกิดข้อผิดพลาด

ชูโมเดล Free City Tours ดึงต่างชาติบุกจีน

นอกจากด้านเทคโนโลยีแล้ว เจมส์ เหลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group ได้ประกาศมอบรางวัล Trip.com Group Tourism Innovation Awards แก่ 10 โครงการบุกเบิกทั่วโลก เพื่อรับเงินสนับสนุนโครงการละ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ (จากกองทุน Tourism Innovation Fund มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์) โดยมีบิ๊กโปรเจกต์ระดับโลกอย่าง Universal Epic Universe ที่ออร์แลนโด และ Almaty Museum of Arts ในคาซัคสถาน ร่วมคว้าชัยในปีนี้

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มได้เดินหน้ากลยุทธ์ Inbound Tourism เชื่อมโลกสู่ประเทศจีน โดยในปีที่ผ่านมาสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านแพลตฟอร์มได้กว่า 20 ล้านคน ผ่านไม้เด็ดอย่างโครงการ Free City Tours (ทัวร์เมืองฟรีสำหรับผู้ต่อเครื่อง) ใน 4 มหานครหลัก (เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, ฮ่องกง, เซินเจิ้น) ต้อนรับนักเดินทางไปแล้วกว่า 30,000 คน จาก 127 ประเทศ ควบคู่ไปกับการเปิดศูนย์บริการในสนามบินแบบครบวงจร (Multi-lingual Counters) เพื่อทลายกำแพงภาษา ทั้งเรื่องเน็ต, แลกเงิน และการจองตั๋วท่องเที่ยว

พร้อมกันนี้ ยังได้ "แจ็คกี้ ชาน" (เฉินหลง) ซุปตาร์ระดับตำนานในฐานะทูตการท่องเที่ยวจีนของ Trip.com Group มาร่วมส่งวิดีโอต้อนรับพันธมิตร และเตรียมนำคณะเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์เมืองกุ้ยหลิน เพื่อโชว์ศักยภาพความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างเป็นทางการ