Strategic Move

TTB ใช้ Risk-based Pricing คนเครดิตดีให้ดอกเบี้ยถูกลงเฉลี่ย 5% ต่อปี พร้อมเปิดอินไซต์คนไทย พบ Gen Z ก่อหนี้ตั้งแต่อายุน้อย

TTB5-01.jpg

นริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี (TTB) กล่าวว่า ที่ผ่านมา คนมีวินัยผ่อนชำระหนี้ตรงเวลาทุกงวด หรือเครดิตดีมาตลอด แต่ต้องแบกรับดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่ต่างจากคนอื่น

ปัจจัยหลักมาจากระบบการเงินเดิม ๆ มักจะเอาดอกเบี้ยของทุกคนมา "ถัวเฉลี่ย" เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากคนที่ค้างชำระ พูดง่ายๆ คือ คนเครดิตดีกำลังช่วยแบกรับภาระให้คนเครดิตไม่ดี (ค้างผ่อนชำระ) ซ้ำมาตรการความช่วยเหลือด้านดอกเบี้ยมักจะช่วยกลุ่ทวิกฤตที่ค้างชำระหนี้ก่อนคนผ่อนดี

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี_02.jpg

​แต่หลังจากนี้ 'ความอยุติธรรมทางการเงิน' กำลังจะหมดไป เมื่อ ttb ใช้นำระบบ Risk-based Pricing มาใช้ "ยิ่งเครดิตดี ดอกเบี้ยยิ่งถูกลง" โดยลดให้สูงสุดเฉลี่ยถึง 5% ต่อปี เช่น ทุกวงเงินกู้สินเชื่อ 100,000 บาท สามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ลง 20,000 บาท เป็นต้น

"ทีทีบีเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาใช้ผ่านสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก ภายใต้โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี"

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท และช่วยให้ลูกค้ากว่า 80% สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงกว่าการคิดดอกเบี้ยแบบเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี_02.jpg

สำหรับโครงการสินเชื่อคนผ่อนดี แบ่งคะแนนเครดิต ที่มีผลต่อดอกเบี้ย ดังนี้

-ระดับ AA (753-900 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถูกสุดที่ 13.99% ต่อปี

-ระดับ BB (725-752 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 16% ต่อปี

-ระดับ CC (699-724 คะแนน) และระดับ DD (681-698 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 18% ต่อปี

-ระดับ EE (666-680 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 20% ต่อปี

-ระดับ FF (646-665 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 22% ต่อปี

-ระดับ GG (616-645 คะแนน) และระดับ HH (300-645 คะแนน) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 25% ต่อปี

"ส่วนใหญ่คนไทยมีวินัยในการผ่อนดี เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ BB"
สินเชื่อคนผ่อนดี.png

เปิดอินไซต์การเงินคนไทย หนี้สินเชื่อสวนบุคคลแซงรถยนต์แล้ว

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือ เครดิตบูโร กล่าวว่า เจาะลึกอินไซต์การเงินและหนี้สินของคนไทย ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 หนี้ครัวเรือนมีจำนวน 98.6 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่า 13.6 ล้านล้านบาท ที่น่าสนใจคือ หนี้เพื่อการบริโภค (การใช้จ่ายกินอยู่) จากกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเครดิตการ์ดมีการขยายตัว

ในแง่จำนวนบัญชี

-สินเชื่อส่วนบุคคล มีสัดส่วน 39.28%

-สินเชื่อเครดิตการ์ด สัดส่วน 24.68%

-สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 7.77%

-สินเชื่อ HP/Leasing 6.75%

-สินเชื่อรถยนต์ 5.97%

-สินเชื่อบ้าน 3.53%

-อื่น ๆ 12.02%

ในแง่มูลค่า

-สินเชื่อบ้าน สัดส่วน 38.53%

-สินเชื่อส่วนบุคคล 19.74% (มูลค่าแซงรถยนต์แล้ว)

-สินเชื่อรถยนต์ 15.92%

-สินเชื่อเครดิตการ์ด 4.04%

-HP/Leasing 1.82%

-นาโนไฟแนนซ์ 0.79%

-อื่น ๆ 19.16%

ทั้งนี้ ที่น่าสนใจ คือ หากเจาะลึกตามอายุหรือเจเนอเรชั่น พบว่า Gen Z ในวัยทำงาน (อายุ 20-28 ปี) เริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุน้อย คือ ตั้งแต่ปีแรกของการทำงานตอนอายุ 20 ปี ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด_01.jpg

คนไทยวัยทำงาน 40% ไร้ข้อมูลเครดิต โจทย์ใหญ่ระบบการเงินไทย

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ว่า ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน (คิดเป็น 60%) กล่าวคือ มีประชากรไทยในช่วงอายุดังกล่าวอีกกว่า 40% ที่ไม่มีข้อมูลเครดิต

"สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงระดับหนี้ของคนไทย แต่คือการที่คนจำนวนมากยังไม่มีตัวตนทางการเงินในระบบข้อมูลเครดิต ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน และอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น"   

ประกอบกับข้อมูลจาก ttb analytics พบว่า เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน อาทิ

-สินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี

-หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า

นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า อาทิ

-สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท

-สินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาท

-หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียงประมาณ 20,000 บาทต่อรายเท่านั้น

"ในอดีต คนไทยอาจมองเครดิตเป็นเพียงเรื่องของการกู้เงิน แต่ในโลกการเงินปัจจุบัน เครดิตคือโอกาส เพราะคนที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล และโอกาสทางการเงินที่มากกว่า หากรายได้คือสิ่งที่เราหาได้ เครดิตก็คือสิ่งที่เราสร้างได้ และเมื่อสร้างได้แล้ว เครดิตที่ดีจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสทางการเงินให้กับเราได้ตลอดชีวิต"