Strategic Move

ถอดรหัส ‘บรรทัดทอง’ โฉมใหม่ ดึง ‘ไลฟ์สไตล์รีเทล’ มาเสริมทัพ ให้เป็นมากกว่า ‘ย่านสตรีทฟู้ด’ ที่มีดีแค่ของกิน

หลังจากเงียบเหงาไปพักนึง ตอนนี้ ‘ย่านบรรทัดทอง’ กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวไทย สะท้อนผ่านตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ 1 ม.ค. - 20 มิ.ย. 2569 ที่มียอดทะลุ 15.45 ล้านคน

BANTADTHONGUP-01.jpg

โดยการกลับมาครั้งนี้ของบรรทัดทอง ไม่เพียงเป็น Food Destination ในเรื่องของสตรีทฟู้ดเท่านั้น ทั่วไปอีกต่อไป แต่ได้เติมจิ๊กซอว์ตัวใหม่ ก็คือ ‘ไลฟ์สไตล์รีเทล’ นอกจากร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศเข้ามาปักหมุดในย่านนี้อย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ PMCU เผยให้เห็นผู้ใช้บริการในย่านบรรทัดทองมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบว่า มากกว่า 60% เป็นคนไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ กลุ่มชาวจีน เอเชีย และยุโรป

นอกจากเป็นทำเลใจกลางเมืองที่เป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ บรรทัดทองยังทำหน้าที่เป็น ‘ฮับเดลิเวอรี่’ สำคัญ ด้วยพิกัดที่สามารถกระจายสินค้าไปสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างทั่วถึง ช่วยเพิ่มช่องทางรายได้และรองรับการเติบโตแบบ Omnichannel ให้กับผู้ประกอบการ

1.jpg

สำหรับเสน่ห์ของบรรทัดทอง ไม่เพียงเป็นการผสมผสานของร้านอาหารหลากมิติ ตั้งแต่ร้านคลาสสิกระดับตำนานอย่าง ‘เจ๊โอว’ ไปจนถึงร้านไวรัลที่คิวยาวเหยียดแทบทุกค่ำคืนอย่าง ‘หนึ่งนมนัว’ และ ‘เฮียด่วน’ (เจ้าของคะแนนรีวิวสูงถึง 4.9 ดาว)

รวมถึงมีร้านดังจากทั่วประเทศที่ตบเท้าเข้ามาเปิดสาขา เพื่อสร้าง Brand Awareness และเข้าถึงกำลังซื้อของคนเมือง อาทิ ‘สุกี้ช้างเผือก’ ร้านดังจากเชียงใหม่, ‘Jade's’ คาเฟ่ลอดช่องวัดเจษ จากสมุทรสาคร, ‘ฉลอง’ ร้านชาที่เป็นการต่อยอดของผู้ผลิตใบชาตราสามม้า และชาตรามือ)

แต่จุดน่าสนใจที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของบรรทัดทองในวันนี้ ไม่ใช่แค่ย่านสตรีทฟู้ดส์ที่คนมาเพื่อหาของกิน แต่ PMCU พยายามสร้าง Ecosystem และปรับโฉมย่านให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการดึงผู้ประกอบการ ‘กลุ่มไลฟ์สไตล์รีเทล’ เข้ามาเป็นเสริมทัพเพิ่มขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น EVEANDBOY, PEYLAA แบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยชื่อดัง และยังมีบิ๊กเนมในกลุ่มรีเทลอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการเตรียมตัวเปิดเผยโฉมหน้าเร็ว ๆ นี้

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของบรรทัดทองต่อจากนี้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจอาหารเท่านั้น โดยจะช่วยดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ พร้อมกับเพิ่มสัดส่วนเวลาที่ใช้ในพื้นที่ และทำให้บรรทัดทองมีชีวิตชีวาตั้งแต่ช่วงกลางวันจรดกลางคืน จากเดิมจะมีสีสันเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำเท่านั้น

0.jpg

นอกจากร้านดังจากทั่วประเทศที่เข้ามาปักหมุดในย่านบรรทัดทองแล้ว หลายแบรนด์ที่เริ่มต้นจากย่านบรรทัดทองยังสามารถต่อยอดสู่การเติบโตในสเกลระดับประเทศ และขยายสู่ทำเลอื่น ๆ ได้สำเร็จ อาทิ ‘หลุยวาณิชย์’, ‘คำแพง’, ‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ และ ‘HAAB ขนมไข่สงขลา’ ที่เริ่มสร้างฐานลูกค้าจากบรรทัดทอง ก่อนเติบโตและขยายสาขาไปยังห้างสรรพสินค้าและโครงการใหญ่ ๆ หลายแห่ง

ขณะที่ ‘ป้านีกุ้งแช่น้ำปลา’ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เติบโตไปพร้อมกับย่านบรรทัดทอง จากจุดเริ่มต้นในรูปแบบร้านรถเข็นเล็ก ๆ สู่ร้านอาคารถาวรที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว

สะท้อนให้เห็นว่าบรรทัดทองไม่เพียงเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดัง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถพัฒนาธุรกิจ สร้างฐานลูกค้า และเติบโตจนกลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงได้จริง

8.jpg

อีกหนึ่งโมเมนตัมที่กระตุ้นให้บรรทัดทองเริ่มมีสีสันอีกครั้ง คือ ‘บรรทัดทองแฟร์’ กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในรูปแบบถนนคนเดิน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความคึกคักให้กับร้านค้าริมถนนสายหลักเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ ‘กระจายรายได้’ ไปยังร้านค้าขนาดเล็กที่อยู่ในซอกซอยย่อย ให้ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน

ส่วนบรรทัดทองจะกลับมาเป็นย่านเศรษฐกิจที่คึกคักเมื่อช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป