Strategic Move

'อสังหาภูเก็ต' ฮอตต่อเนื่อง ยอดขายเร็วกว่า กทม. 2 เท่า "แสนสิริ" 5 ปี สปีดลงทุนเพิ่ม 4 หมื่นล้าน รับคลื่นมหาเศรษฐี-แรงงานย้ายถิ่น

แสนสิริภูเก็ต1.png

แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ "ภูเก็ต" กลับเติบโตสวนกระแส และเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง

โดยเจ้าตลาดอย่าง "แสนสิริ" วางโรดแมป 5 ปี ลงทุน 40,000 ล้านบาท ดันมูลค่าพอร์ตฯ ภูเก็ตทะลุ 80,000 ล้านบาท

ประชากรแตะ 3 ล้านคน จากแรงงาน-มหาเศรษฐี relocate ครั้งใหญ่ ดันตลาดซื้อ-เช่าบูม ยอดขายเร็วกว่า กทม. 2 เท่า

ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันภูเก็ตกำลังก้าวข้าม จากการเป็น "เกาะแห่งการพักผ่อน" (Holiday Island) สู่ "มหานครระดับโลก" (Global Metropolitan) ที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรองรับการอยู่อาศัยระยะยาว โดยเฉพาะจากกลุ่มมหาเศรษฐี

ส่งผลให้ภาพรวมอสังหาภูเก็ต ได้รับอานิสงส์เชิงบวก อ้างอิง AREA พบว่า ขณะนี้ตลาดที่อยู่อาศัยภูเก็ต มีมูลค่ารวม 194,000 ล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และ 'อัตรายอดขายเร็วกว่าทำเลไพรม์ของ กทม. ถึง 2 เท่า' ส่วนวิลล่าลักชัวรีเติบโตถึง 12.9% (YoY)

คุณภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิ.jpg

โดยมีแรงหนุนจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และเมกะโปรเจกต์ของภาคเอกชน อาทิ

1.การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานในการเดินทาง

-การขยายสนามบินภูเก็ตระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 20 ล้านคนต่อปี

-โครงการทางด่วนและอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง มูลค่ารวมกว่า 62,000 ล้านบาท

2.การเติบโตของเที่ยวบินระหว่างประเทศ

ปัจจุบันมีเที่ยวบินเฉลี่ย 290 เที่ยวบินต่อวัน เชื่อมต่อ 71 เมืองใน 36 ประเทศ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี

ภูเก็ต ป่าตอง

3.การลงทุนภาคเอกชน ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ ทำให้จังหวัดมีศักยภาพรองรับทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและกลุ่มผู้พำนักระยะยาวมากขึ้น

-โรงแรมเปิดใหม่ 10 แห่ง ในช่วง 5 ปีนี้ เช่น THE RITZ-CARLTON PHUKET เปิดปี 2570, Chatrium Rawai Phuket เปิดปี 2569

-โรงพยาบาลและสถานพยาบาลเปิดใหม่ 6 แห่ง อาทิ รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต มูลค่า 4,300 ล้านบาท มีทั้งหมด 2 เฟส เฟสแรกเปิดปลายปี 2569 นี้

-โรงเรียนนานาชาติ เปิดใหม่ 2 แห่ง อาทิ Glenalmond Phuket International School เป็นต้น ทำให้มี รร.นานาชาติรวม 19 แห่ง เติบโต 51% ในช่วง 3 ปีนี้ และมีนักเรียนรวม 5,000 คน จาก 50 สัญชาติทั่วโลก

-ศูนย์การค้า มีการลงทุนเพิ่มอย่างเซ็นทรัล ภูเก็ต ลงทุนเพิ่ม 7,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่เฟสใหม่ ส่วนกลุ่มสยามพิวรรธน์ก็เริ่มตอกเสาเข็มโครงการในภูเก็ต

"จากการขยายการลงทุนในภูเก็ต ทำให้ในอนาคตจะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มคนไทยในจังหวัดอื่น ๆ และชาวต่างชาติ ให้ย้ายที่อยู่อาศัยมายังภูเก็ต โดยปัจจุบันมีประชากรที่อยู่ในภูเก็ตถึง 3 ล้านคนแล้ว (รวมประชากรแฝง) ส่งผลให้ตลาดซื้อและเช่าเติบโตตามเช่นกัน"
Thailand Phuket Tourists  ภูเก็ต นักท่องเที่ยว ไทย

ยีลด์อสังหาภูเก็ต แซงเมืองตากอากาศระดับโลก ค่าเช่าหลักแสนบาท/เดือน

ตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตขับเคลื่อนด้วย Real Demand จากกลุ่มผู้ซื้อระดับสากล ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น โดยปัจจุบันแรงซื้อมาจาก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

-คนไทย 70% ส่วนใหญ่มีทั้งเจ้าของกิจการในภูเก็ตมาลงทุน รวมถึงเรียลดีมานด์ที่ย้ายมาทำงานในภูเก็ต

-ต่างชาติ 30% มีทั้งกลุ่มมหาเศรษฐีซื้อเป็นบ้านตากอากาศ มาอยู่ในช่วงวันหยุด/ช่วงหนีหนาว สัก 3-4 เดือน และที่เหลือจะปล่อยเช่า สัญชาติที่ซื้อมากสุดยังคงเป็นรัสเซีย (31%) จีน (12%) และอิสราเอล (8%)

ปัจจัยสำคัญที่มีคนซื้ออสังหาภูเก็ต มาจาก "ผลตอบแทนการลงทุน" ที่ชนะเมืองตากอากาศระดับโลก โซน Prime อย่างบางเทาและเชิงทะเล ให้ผลตอบแทนสุทธิ หรือ Net Rental Yield อยู่ที่ 6.0% - 8.0%

ยกตัวอย่าง วิลล่าลักชัวรี ราคา 40 ล้านบาท/ยูนิต หากทำสัญญาระยะยาว 1 ปี ปล่อยเช่าได้ 3-4 แสนบาท/เดือน แต่ถ้าเป็นสัญญาระยะสั้น 3 เดือน ปล่อยเช่าได้สูงสุด 6-7 แสนบาท/เดือน

ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าหัวเมืองตากอากาศฝั่งยุโรปอย่าง แซงต์-โตรเปซ์ (ที่มียีลด์ 3.0% - 4.5%) หรือโมนาโก (ยีลด์ 1.5% - 2.5%) อย่างขาดลอย เนื่องจาก เมืองเหล่านั้นมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนราคาที่ดินที่สูงลิ่วจนเพดาน Yield ต่ำลง และมีช่วงไฮซีซันที่สั้นกว่าภูเก็ตที่มี Footprint ท่องเที่ยวยาวนานถึง 10 เดือนต่อปี

ภูเก็ต

แสนสิริ ลงทุนเพิ่ม 30 โครงการ 4 หมื่นล้าน ดัน 5 ปี มูลค่าพอร์ตฯ ทะลุ 8 หมื่นล้าน

เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาภูเก็ต แสนสิริวางโรดแมป 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) ลงทุนรวม 30 โครงการ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

-คอนโดมิเนียม 17 โครงการ 25,000 ล้านบาท

-บ้านแนวราบ (วิลล่า, บ้านเดี่ยว) 13 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท

ผลักดันมูลค่าพอร์ตสะสมในภูเก็ตเพิ่มเป็น 80,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันแสนสิริมีสต๊อกสร้างเสร็จพร้อมอยู่เหลือประมาณ 100 ยูนิต และมีโครงการแนวราบเตรียม Sold Out 3 โครงการ (ขายออก 75% คิดเป็นมูลค่า 3,300 ล้านบาท) และคอนโดมิเนียม Sold Out 6 โครงการ (ขายออก 80% มูลค่า 8,270 ล้านบาท)

ครึ่งหลังปีนี้ประเดิม 7 โครงการ จ่อปั้นวิลล่าภูเก็ตราคาแพงสุดเท่าที่เคยทำมา

สำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 7 แห่ง มูลค่าเฉียด 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.คอนโดมิเนียม 4 โครงการ ในทำเลดังนี้

-ทำเลเชิงทะเลซอย 3 ชื่อแบรนด์ CANVAZ Palette Cherngtlay จำนวน 248 ยูนิต เริ่มต้น 8.99 ล้านบาท/ยูนิต

-ทำเลหาดป่าตอง (ยังไม่เปิดเผยแบรนด์) ระดับราคา 3.9-10.9 ล้านบาท/ยูนิต

-ทำเลหาดราไวย์ (ยังไม่เปิดเผยแบรนด์)เริ่มต้น 4.99 ล้านบาท/ยูนิต

-ทำเลสามกอง (ยังไม่เปิดเผยแบรนด์) เริ่ม 2.99 ล้านบาท/ยูนิต

CANVAZ Palette-01.jpg

2.วิลล่า จำนวน 3 โครงการ โดยเป็นการเปิดตัววิลล่าระดับราคาแพงสุดเท่าที่เคยทำมา ในทำเลดังนี้

-ทำเลบางโจ แบรนด์ The Tales Story One จำนวน 13 หลัง ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท/ยูนิต

-ทำเลป่าสัก แบรนด์ The Tales Story Two จำนวน 14 หลัง

-ทำเลพรุจำปา แบรนด์ ELSE

"จากการเปิดตัวโครงการในภูเก็ตจำนวนมาก คาดว่าเราจะทำรายได้จากภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท/ปี โดยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ทำยอดขายจากภูเก็ตได้ 3,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 2,500 ล้านบาท และคาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจากการเปิดโครงการราคาระดับบน สัดส่วนลูกค้าต่างชาติแสนสิริภูเก็ตจะขยับสู่ 40-45% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30%"
The Tales-02.jpg