Strategic Move

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดอินไซต์คนไทยยุคเงินตึง เน้น ‘อยู่บ้าน’ และ ‘ผ่อน’ เพื่อบริหารสภาพคล่อง

เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของคนไทยอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะหยุดใช้จ่าย หากกำลัง “เปลี่ยนวิธีใช้เงิน” ตั้งแต่เลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ไปจนถึงการใช้บริการผ่อนชำระเพื่อบริหารสภาพคล่อง

KRUNGSRICON-01_0.jpg

ข้อมูลจาก กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนภาพดังกล่าว เมื่อยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตถึง 16% และขยับขึ้นมาเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 4 จากอันดับ 5 ในปีก่อน ขณะที่ความต้องการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระเติบโตโดดเด่นใน 3 หมวด ได้แก่ ท่องเที่ยว +24% สุขภาพและความงาม +20% และคลินิกสัตว์เลี้ยง +17%

ภาพทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อที่ผู้บริโภคยังต้องระมัดระวัง ทั้งจากภาระค่าครองชีพและความเชื่อมั่นที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงเกิดพฤติกรรมใหม่ที่น่าสนใจขึ้นมา คือ คนยังจ่าย แต่คิดมากขึ้นว่าจะจ่ายที่ไหน จ่ายกับอะไร และจ่ายอย่างไร

เศรษฐกิจตึง คนออกจากบ้านน้อยลง ออนไลน์กลับมาโต

อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส เปิดเผย ว่า หนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุดคือการกลับมาของ “ออนไลน์”

หลังช่วงโควิด ผู้บริโภคกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น การจับจ่ายหน้าร้านและการรับประทานอาหารนอกบ้านกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอีกครั้ง แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวและผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น พฤติกรรมกำลังเปลี่ยนอีกครั้ง

ข้อมูลของกรุงศรี คอนซูมเมอร์พบว่า ยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโต 16% ทำให้หมวดนี้ขยับจากอันดับ 5 ขึ้นมาเป็น อันดับ 4 ของหมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด

จากเดิมที่ออนไลน์เคยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงโควิด ก่อนจะถูกแทนที่บางส่วนด้วยการกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้าน วันนี้ออนไลน์กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในบริบทที่แตกต่างออกไป

เพราะในวันที่ผู้บริโภคต้องคิดก่อนใช้เงินมากขึ้น การอยู่บ้านอาจช่วยลดโอกาสในการเกิดรายจ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ ขณะที่การสั่งซื้อผ่านออนไลน์ช่วยให้สามารถเลือกสินค้า เปรียบเทียบราคา และควบคุมการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

“พอคนระมัดระวังการใช้จ่าย คนออกจากบ้านมีโอกาสเสียเงินมากกว่าอยู่บ้าน เราเห็นเลยว่ายอดการทานอาหารลดลง แต่ยอดสั่งออนไลน์เพิ่มขึ้น”

371954.jpg

ออนไลน์โตทั้ง “คนเดิมใช้มากขึ้น” และ “คนใหม่เข้ามาเพิ่ม”

ที่น่าสนใจคือการเติบโตของออนไลน์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ

สำหรับแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสรายเดิม การเติบโตมาจาก มูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้ง (Ticket Size) และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่การใช้จ่ายอาจอยู่ในระดับหลักร้อยบาท ขยับขึ้นมาเป็นหลักพันบาทในบางกลุ่ม

ขณะที่แพลตฟอร์มหน้าใหม่มีแรงส่งจาก จำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นและความถี่ในการใช้งานที่สูงขึ้น แม้ Ticket Size ต่อครั้งอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

หากมองจาก 5 หมวดที่มีอัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายสูงสุด จะพบอีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าสนใจ

  • แพลตฟอร์มออนไลน์ +16%
  • กองทุนรวม +14%
  • สุขภาพและความงาม +12%
  • กีฬาและนันทนาการ +10%
  • ปั๊มน้ำมัน +7%

ภาพนี้สะท้อนว่า แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ไม่ได้ตัดค่าใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์ทั้งหมด สิ่งที่เปลี่ยนคือ การจัดลำดับความสำคัญ

ขณะที่หมวดสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางมีแนวโน้มชะลอตัว ผู้บริโภคกลับยังใช้จ่ายกับหมวดเสริมความงาม กีฬาและนันทนาการ รวมถึงสุขภาพมากขึ้น

จึงอาจตีความได้ว่า ในวันที่ต้องเลือกว่าจะใช้เงินกับอะไร ผู้บริโภคกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งที่รู้สึกว่า สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองโดยตรง มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ รูปร่าง การดูแลตัวเอง หรือกิจกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

พูดง่าย ๆ คือ จากการซื้อของเพื่อภาพลักษณ์ภายนอก อาจกำลังเปลี่ยนไปสู่การ “ลงทุนกับตัวเอง” มากขึ้น

371957.jpg

“ยอดใช้จ่าย” โตไม่มาก แต่ “ยอดที่เปลี่ยนเป็นผ่อน” โตแรง

อีกหนึ่งอินไซต์ที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเติบโตของยอดใช้จ่าย คือพฤติกรรมการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระ หรือ EPR โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์พบว่า 3 หมวดที่มีการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายเป็นผ่อนชำระเติบโตสูง ได้แก่

  • ท่องเที่ยว ที่ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 4% แต่ยอดที่เปลี่ยนเป็นผ่อนเพิ่มขึ้นถึง 24% นั่นสะท้อนว่า คนยังอยากเที่ยว แต่ในวันที่ต้องบริหารเงินอย่างรอบคอบ การจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องการอีกต่อไป
  • สุขภาพและความงาม ซึ่งยอดใช้จ่ายเติบโต 9% แต่ยอดที่เปลี่ยนเป็นผ่อนเติบโตถึง 20% สะท้อนว่า สิ่งที่ผู้บริโภคให้คุณค่าก็ยังคงได้รับการใช้จ่าย เพียงแต่รูปแบบการจ่ายเปลี่ยนไป
  • สัตว์เลี้ยง ยอดใช้จ่ายในหมวดนี้เติบโต 7% ขณะที่ยอดที่เปลี่ยนเป็นผ่อนเติบโตถึง 17% พฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการที่สัตว์เลี้ยงเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่คนใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย แต่เมื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว การมีทางเลือกในการแบ่งจ่ายก็ยิ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
Unknown-62.jpg

คนไทยไม่ได้หยุดใช้เงิน แต่กำลัง “คิดก่อนจ่าย”

อธิศ มองว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าในภาวะเศรษฐกิจ ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น และพยายามลดภาระหนี้ของตัวเอง ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้บริการผ่อนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ดังนั้น การเติบโตของการผ่อนในเวลานี้จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่า “คนเป็นหนี้มากขึ้น” แต่ต้องมองควบคู่ไปกับการที่ผู้บริโภคกำลังพยายาม บริหารกระแสเงินสดและจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย

หากนำข้อมูลทั้งหมดมาวางเรียงกัน จะเห็นภาพผู้บริโภคไทยในครึ่งแรกของปี 2569 ได้ค่อนข้างชัด

ด้านหนึ่ง หมวดจำเป็นยังครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุด โดย 5 หมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ ประกันภัย ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน แพลตฟอร์มออนไลน์ และตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน

แต่อีกด้านหนึ่ง หมวดที่เติบโตเร็วกลับมีทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ กองทุนรวม สุขภาพและความงาม กีฬาและนันทนาการ

ศก. ไม่ดี แต่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ยังโต

สำหรับผลประกอบการของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ยังเติบโต โดยมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 284,100 บัญชี เพิ่มขึ้น 4%

ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 196,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และยอดสินเชื่อใหม่ 47,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 134,200 ล้านบาท ลดลง 1% สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจเกิดขึ้นท่ามกลางการบริหารความเสี่ยงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น

สำหรับทั้งปี 2569 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ตั้งเป้ายอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี (+9%) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 420,000 ล้านบาท (+6%) ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท (+4%) และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท (+3%)