Strategic Move

The Absolute ปรับใหญ่ในรอบ 24 ปี แตกแบรนด์ใหม่-เปิดคลับหรู ลุย Longevity ครบวงจร ดันรายได้สู่พันล้าน

ในยุคที่ฟิตเนสเกลื่อนเมืองและผู้บริโภคพร้อม ‘เปลี่ยนใจ ได้ตลอดเวลาเพื่อลองของใหม่ ทำให้ The Absolute Group ที่คร่ำหวอดในธุรกิจนี้มายาวนาน 24 ปี ต้องยกเครื่องธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการแปลงโฉมจาก ‘Absolute Boutique Fitness’ สู่ ‘Absolute Movement and Recovery’ เพื่อก้าวข้ามการแข่งขันในรูปแบบเดิมๆ และรับเทรนด์ Longevity พร้อมตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2572

ABSOLUTECLUB-01.jpg

แม้เทรนด์ Health & Wellness จะดันให้ตลาดฟิตเนสและการออกกำลังกายเติบโต รวมถึงขยายฐานคนออกกำลังกายกว้างขึ้นและเด็กลงมาในกลุ่ม 15-18 ปี แต่ขณะเดียวกัน ‘เบญจพร การุณกรสกุล’ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ The Absolute Group ก็บอกว่า การแข่งขันก็รุนแรงขึ้นเช่นกัน ซึ่งการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ทุกๆ 3-5 ปีแบบในอดีต ไม่เพียงพออีกต่อไป 

โดยปัจจัยหลักที่บีบให้ต้องเร่งสปีด ได้แก่ ‘คู่แข่งบุกหนัก’ เห็นได้จากฟิตเนสขนาดใหญ่ หันมาเพิ่มคลาสโยคะ พิลาทิส และเทรนด์ใหม่ๆ จนกลายเป็นคู่แข่งทางตรง นอกจากนี้ ยังเห็นการไหลมาของทุนต่างชาติที่เข้ามาปักหมุดในไทย และมีรายเล็กเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะฟิตเนส, พิลาทิส และโยคะ 

ภาพดังกล่าว ทำให้เกิดภาวะ Over Supply และสงครามราคา ซึ่งเบญจพรประเมินว่า ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ตลาดจะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ และสตูดิโอขนาดเล็กที่สายป่านไม่ยาวพอจะต้องทยอยปิดตัวลง

ถึงเวลาต้องทรานฟอร์ม

เพื่อเตรียมรับมือกับการปรับฐานใหญ่ของตลาดฟิตเนส The Absolute Group จึงเดินหน้าสร้าง New S-Curve ได้แก่

ยกเครื่องเปลี่ยนโฉม Absolute Boutique Fitness ไปสู่ Absolute Movement and Recovery เติมเต็มประสบการณ์ดูแลสุขภาพที่ครบวงจร ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและเทรนด์ Longevity 

โดย Movement จะ ต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิม พร้อมเพิ่มคลาส Strength Training เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ส่วน Recovery เพิ่มบริการฟื้นฟูร่างกายเชิงลึก เช่น Red Light Therapy (การบำบัดด้วยแสงสีแดง), Contrast Therapy (การแช่บ่อน้ำร้อน-น้ำเย็น) และเซาน่า

การปรับโฉมครั้งนี้จะเปลี่ยนทุกสาขาของ The Absolute ที่มีอยู่ 9 แห่งให้กลายเป็น One-Stop Shop ที่จะเริ่มนำร่องสาขา TheCOMMONS ทองหล่อ เป็นแห่งแรก ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 ตามด้วย สาขาเกษรอัมรินทร์ และ วานิช วิลเลจ อารีย์ ช่วงไตรมาส 1 ปี 2570

การแตกแบรนด์ใหม่  เจาะทุกเซ็กเมนต์  เพราะด้วยปัจจุบันพฤติกรรมคนชอบลองของใหม่ ทาง The Absolute จึงสร้างแบรนด์หลากหลายเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

-POP Pilates: สตูดิโอพิลาทิสบรรยากาศสนุก เข้าถึงง่าย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และ First Jobber

-The Reformer Society (TRS): การผสมผสานพิลาทิสเข้ากับ Strength Training แบบ High-Energy จับกลุ่มอายุ 17–40 ปี 

-AARMY Bootcamp: โปรแกรมออกกำลังกายสายเข้มข้น ซึ่งเป็นการนำเข้าแฟรนไชส์จากนิวยอร์ก สหรัฐฯ มาเปิดแห่งแรกในเอเชีย เพื่อดึงฐานลูกค้าผู้ชาย

-BELFINN Wellness Club ที่ Flagship Project มูลค่า 100 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,600 ตร.ม. บนชั้น 7 ของ Dusit Central Park ออกแบบให้เป็น City Wellness Club ระดับหรูที่รวมบริการทางการแพทย์เชิงป้องกัน ทั้ง Performance, Recovery และ Longevity เข้ากับไลฟ์สไตล์ มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริหารและผู้มีกำลังซื้อสูงลูกค้าระดับบนหรูหรา ครบวงจร 

สปีดการเติบโตด้วยโมเดล ‘แฟรนไชส์’ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น POP Pilates ที่ขอนแก่น ฯลฯ และมีแผนบุกตลาดอาเซียน โดยเป้าหมายหลัก ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

การยกเครื่องธุรกิจใหญ่ครั้งนี้ ทาง The Absolute ตั้งเป้าดันรายได้เติบโต 20% ในปี 2570 และจะกลายเป็น New S-Curve ที่ดันรายได้รวมทะลุ 1,000 ล้านบาทได้ภายในปี 2572