ณภัทร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ Managing Director กองทุนแสนสิริ แคปิตอล กล่าวว่า แสนสิริเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ผ่าน Sansiri Capital กองทุนที่บริหารการลงทุนในรูปแบบ Private Equity
เบื้องต้น เตรียมเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ใน The Lake Como EDITION โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี มูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 200 ล้านยูโร หรือประมาณ 7,700 ล้านบาท โดยคาดว่าจะปิดดีลภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569

ดีลดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อโรงแรมที่เปิดดำเนินงานแล้ว ทำให้แสนสิริไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการใหม่ ขณะเดียวกันสามารถรับรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมหลังการเข้าถือครอง
โดย The Lake Como EDITION มีอัตราการเข้าพักในช่วง High Season เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2569 สูงกว่า 70% และมีราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) มากกว่า 1,500 ยูโรต่อคืน

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนทิศทางของแสนสิริที่เริ่มกระจายพอร์ตจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การถือครองสินทรัพย์ Hospitality ในตลาดต่างประเทศ โดยเลือกลงทุนในโรงแรมที่อยู่ในทำเลท่องเที่ยวระดับโลกและมีข้อจำกัดด้านซัพพลาย สำหรับ The Lake Como EDITION เป็นสินทรัพย์ที่เปิดให้บริการแล้วภายใต้แบรนด์ EDITION ของ Marriott International โดยแสนสิริเข้าซื้อจากกลุ่มผู้ร่วมทุน Bain Capital และ Omnam Group ทำเลของโรงแรมอยู่บริเวณ Cadenabbia ริมทะเลสาบโคโม ตรงข้าม Bellagio และอยู่ห่างจากมิลาน รวมถึงสนามบินนานาชาติมัลเปนซา ประมาณหนึ่งชั่วโมง Lake Como เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีของยุโรป ขณะที่พื้นที่ริมทะเลสาบมีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการใหม่ ทำให้สินทรัพย์ที่มีทำเลติดริมน้ำและสามารถเปิดดำเนินงานได้มีจำนวนจำกัด

สำหรับแสนสิริ การเข้าถือครองโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้วจึงช่วยลดความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นกับโครงการใหม่ ทั้งต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลาพัฒนา และความไม่แน่นอนก่อนเปิดให้บริการ พร้อมมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเข้ามาแทนที่จะต้องรอการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ The Lake Como EDITION ไม่ใช่การลงทุนโรงแรมในต่างประเทศครั้งแรกของแสนสิริ โดยก่อนหน้านี้บริษัทมี The Manner SoHo โรงแรมระดับลักชัวรีในย่าน SoHo มหานครนิวยอร์ก แสนสิริยังมีประสบการณ์จากการลงทุนใน Standard International ซึ่งต่อมาถูกขายกิจการให้กับ Hyatt Hotels Corporation ด้วยมูลค่ารวม 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนใน The Lake Como EDITION จึงเป็นการต่อยอดพอร์ตโรงแรมจากเมืองใหญ่ระดับโลกอย่างนิวยอร์ก ไปสู่ Global Leisure Destination อย่าง Lake Como ขณะที่รูปแบบการลงทุนเน้นสินทรัพย์ที่มีแบรนด์โรงแรมระดับสากลและมีการดำเนินงานอยู่แล้ว
"กลยุทธ์ของ Sansiri Capital จะเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ Ultra-Luxury Trophy Asset ใน Gateway Cities และ Global Leisure Destinations ที่มีดีมานด์สูงแต่มีซัพพลายจำกัด เพื่อสร้างรายได้จากการดำเนินงานและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว"
จากทิศทางดังกล่าว แสนสิริยังอยู่ระหว่างมองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ Luxury Trophy Asset ในเมืองท่องเที่ยวและ Gateway Cities อื่น ๆ ทั่วโลก ทำให้ธุรกิจโรงแรมต่างประเทศมีแนวโน้มกลายเป็นอีกหนึ่งพอร์ตที่บริษัทใช้กระจายแหล่งรายได้และการลงทุนออกจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย