ย้อนกลับไปในปี 2526 ‘มูเนอากิ มาสุดะ’ ได้ก่อตั้ง TSUTAYA สาขาแรกขึ้น ณ เมืองฮิรากะตะ จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบร้านจำหน่ายและให้เช่าแผ่นเสียง วิดีโอ และหนังสือ ซึ่งนับว่าเป็นการเข้าสู่ตลาดถูกจังหวะเวลากับยุคที่ธุรกิจ Home Entertainment กำลังเฟื่องฟู
ในปี 1985 มูเนอากิ ได้ก่อตั้งบริษัท บริษัท Culture Convenience Club (CCC) ขึ้นมาเพื่อบริหาร TSUTAYA ส่วนกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถขยายอาณาจักรได้อย่างรวดเร็ว โดยยังคงเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าท้องถิ่น คือ การนำ ‘ระบบแฟรนไชส์’ มาใช้ตั้งแต่ปี 2537
จนส่งผลให้ในปี 2544 TSUTAYA สามารถขยายสาขาได้ทะลุ 1,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น รวมถึงการยึด ‘ทำเลทอง’ โดยเฉพาะสาขาคลาสสิกตรงใจกลางห้าแยกชิบุย่า ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
จุดหักเหของแบรนด์เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2547 เมื่อ TSUTAYA ปฏิวัติบทบาทตัวเองจาก ‘ร้านเช่าสื่อบันเทิง’ สู่การเป็น ‘Lifestyle Curator’ ระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับ Starbucks เปิดสาขาแฟล็กชิปที่ร็อปปงงิ ฮิลส์ ในรูปแบบ Book & Cafe ที่ผสานวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ากับการเลือกอ่านหนังสือ
หมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี 2554 กับการเปิดตัว Daikanyama T-Site ใจกลางโตเกียว ซึ่งเปลี่ยนภาพจำจากร้านเช่าตึกแถวให้กลายเป็นอาคารสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียม ที่นี่ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้านั่งจิบกาแฟและอ่านหนังสือภายในร้านได้ฟรีโดยไม่ต้องซื้อก่อน
พร้อมจัดวางสินค้าแบบคัดสรร เช่น วางหนังสือทำอาหารคู่กับเครื่องปรุงและเครื่องครัวพรีเมียม เพื่อเปลี่ยนจาก ‘การขายสินค้า’ มาเป็น ‘การขายประสบการณ์’ ที่โลกออนไลน์มอบให้ไม่ได้
แม้ดิจิทัลและบริการวิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, YouTube และรายอื่นๆ จะได้เข้ามาทำลายธุรกิจร้านเช่าแผ่นเสียงและวิดีโอแบบดั้งเดิมอย่างหนักหน่วง แต่ TSUTAYA กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่รอดชีวิตและเติบโตขึ้นได้จากการปรับตัวล่วงหน้า
โดยสิ่งที่ทำให้ TSUTAYA ยังแข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงแค่รายได้จากหน้าร้าน แต่คือ Big Data ผ่านการพัฒนาระบบสมาชิก T-Point ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2546 และได้ควบรวม T-Point เข้ากับ V-Point ของกลุ่มธนาคาร Sumitomo Mitsui ส่งผลให้ฐานสมาชิกพุ่งสูงขึ้นถึง 150 ล้านบัญชี กลายเป็นระบบคะแนนสะสมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ TSUTAYA ได้นำมาต่อยอดเป็น ‘Lifestyle Proposal’ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละย่านอย่างลึกซึ้งว่า คนในพื้นที่กินอะไร ชอบเที่ยวไหน และอ่านหนังสือประเภทใด เพื่อนำไปออกแบบร้านและเลือกคัดสรรสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ
ทางบริษัท CCC ผู้บริหาร TSUTAYA ไม่ได้มองการขยายสาขาไปเมืองใหญ่ทั่วโลกเป็นเพียงการเพิ่มจำนวนร้านค้า แต่คือการสร้าง ‘ศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับญี่ปุ่น’ ผ่านการขยายแบรนด์ TSUTAYA BOOKSTORE และ TSUTAYA SHOTEN ไปในหลายประเทศทั่วเอเชีย อาทิ ไต้หวัน จีน มาเลเซีย และกัมพูชา
สำหรับประเทศไทยบททดสอบครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 หลังจากเคยเข้ามาทำธุรกิจร้านเช่าวีดีโอเมื่อปี 2537 และต้องยุติกิจการไปในเวลาต่อมา โดยการกลับมาครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ ‘บริษัท เอเซียบุ๊คส จำกัด’ ในเครือ BJC เปิดตัว TSUTAYA BOOKSTORE สาขาแรก ณ โซน The Storeys โครงการ One Bangkok
การเลือกกรุงเทพฯ ทาง CCC ให้เหตุผลว่า เกิดจากความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและเติบโตเร็วอีกทั้งผู้บริโภคชาวไทยยังมีความคุ้นเคยและชื่นชอบคอนเทนต์ญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม
การจับมือกันในครั้งนี้ จึงมุ่งผสานความเข้าใจตลาดไทยของ Asia Books เข้ากับการบริหารร้านสไตล์ญี่ปุ่นของ CCC เพื่อสร้างพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแห่งใหม่ที่เคารพวิถีชีวิตท้องถิ่น ซึ่งต้องจับตาดูว่า การหวนคืนตลาดบ้านเราอีกครั้งด้วยธุรกิจนี้จะเป็นอย่างไร
แต่การเดินทางกว่า 4 ทศวรรษของ TSUTAYA ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ร้านหนังสือไม่ได้กำลังจะตาย’ หากแต่ร้านที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวไม่ทันต่างหากที่จะไม่รอด
.
อ้างอิง
.
https://asia.nikkei.com/business/retail/japan-s-high-end-bookstore-tsutaya-ready-for-asean-blitz