อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ขณะที่ซัพพลายใหม่ติดชายหาดมีจำกัด จากข้อจำกัดด้านที่ดินและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เปิดโอกาสให้ตลาดลักชัวรีกลับมาเป็นจังหวะลงทุนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหัวหินแทบไม่มีซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะโครงการระดับลักชัวรี สวนทางกับดีมานด์ที่ยังมีต่อเนื่อง
ขณะที่ราคาที่ดินติดชายหาดสูงถึงตารางวาละ 400,000 บาท หรือไร่ละ 160 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโต 10% ต่อปี

ส่ง Branded Residences 4.5 พันล้าน ชูทำเลติดชายหาด
แสนสิริจึงเดินหน้ารุกตลาดลักชัวรีหัวหิน เปิดตัวโครงการ The Standard Residences, Hua Hin ในรูปแบบ Branded Residences มูลค่า 4,500 ล้านบาท บนทำเลติดชายหาด ภายใต้แบรนด์ The Standard โดยมีทั้งหมด 251 ยูนิต โครงการมีราคาเฉลี่ย 270,000 บาทต่อตารางเมตร
-สำหรับห้องชุดพักอาศัยมีราคาเริ่มต้น 10.99-49.99 ล้านบาทต่อยูนิต
-ส่วนพูลวิลล่าราคา 100 กว่าล้านบาทต่อยูนิต จำนวน 2 ยูนิต ปัจจุบันขายหมดแล้ว
จุดขายสำคัญอยู่ที่กรรมสิทธิ์แบบ Freehold และโครงการเป็น Beachfront ซึ่งเป็นทำเลหายากในตลาดหัวหิน พร้อมนำแบรนด์ระดับโลกเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทประเมินว่า Branded Residences สามารถสร้าง Price Premium หรือส่วนเพิ่มของมูลค่าสินทรัพย์ได้ประมาณ 20%

ฐานลูกค้าไทย 90% ต่างชาติ 10% จับกลุ่มย้ายถิ่น-วัยเกษียณ
อุทัย กล่าวว่า หัวหินยังเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับการอยู่อาศัย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และสนามกอล์ฟ จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการบ้านพักตากอากาศหรือที่อยู่อาศัยระยะยาว
แม้โครงการจะใช้แบรนด์ระดับโลก แต่ฐานลูกค้าหลักยังเป็นคนไทยประมาณ 90% และชาวต่างชาติ 10% โดยลูกค้าชาวไทยประกอบด้วยเจ้าของธุรกิจ ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง และคนในพื้นที่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยระดับบน
ขณะที่ตลาดต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโต จากจุดเด่นของหัวหินที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการพักผ่อนและอยู่อาศัยระยะยาว รวมถึงการพำนักในช่วงฤดูหนาวและการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ปัจจุบันหัวหินมีโรงเรียนนานาชาติ 3 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง และสนามกอล์ฟ 8 แห่ง พร้อมชุมชนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม หัวหินมีลักษณะตลาดแตกต่างจากภูเก็ตและพัทยา โดยมีจุดแข็งในฐานะเมืองตากอากาศที่เดินทางสะดวกและตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสงบและการใช้ชีวิตใกล้ทะเล และไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก

ตั้งเป้ายอดขายปี 69 แตะ 50% คาดโครงการ Sold Out ภายในปี 71
สำหรับ The Standard Residences, Hua Hin เปิดพรีเซลตั้งแต่ปี 2567 ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 40% โดยแสนสิริตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2569 คิดเป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์ 700 ล้านบาทในปีนี้ และตั้งเป้าปิดการขายทั้งหมดภายในปี 2571
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของตลาดหัวหินยังต้องติดตามท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ และความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป
"กลุ่มคนรวยหรือผู้มีกำลังซื้อ มีเงินในมือ แต่จะพร้อมซื้ออสังหาก็ต่อเมื่อเกิดความมั่นใจ อย่างน้ำท่วม เศรษฐกิจชะลอก็มีผลให้คนเลื่อนการตัดสินใจออกไปบ้าง แต่หากมีปัจจัยบวกก็พร้อมกลับซื้ออีกครั้งเช่นกัน"