Strategic Move

ตลาดบะหมี่กึ่งฯ หมื่นล้านหืดจับ มาม่า-ไวไว-ยำยำ ขยับลุยบะหมี่ “พรีเมียม” รับเทรนด์เกาหลีแรง

ถ้าดูจากอัตราเติบโตของ ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในช่วงหลายปีมานี้ ถือว่าเป็นช่วง“ท้าทาย”ไม่น้อยเลย ด้วยฐานตลาดที่ใหญ่ขึ้น มูลค่าประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท ปี 2560 เติบโต 1-2% เท่านั้น

open_mama

ถ้าดูจากอัตราเติบโตของ ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในช่วงหลายปีมานี้ ถือว่าเป็นช่วง “ท้าทาย” ไม่น้อยเลย ด้วยฐานตลาดที่ใหญ่ขึ้น มูลค่าประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท ปี 2560 เติบโต 1-2% เท่านั้น

การจะเติบโต 2 หลัก เหมือน 10 ปีก่อน คงเป็นเรื่องยาก เพราะด้วยปัจจัยเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่มีผลต่อบะหมี่ฯ ที่แม้ราคาค่อนข้างต่ำ 5-6 บาทต่อซอง ยังมีตัวแปรอื่นๆ ที่กระทบต่อการเติบโตของตลาด ในกลุ่มลูกค้าฐานรากก็มี ข้าวถุงแบ่งขาย ส่วนผู้บริโภคมีรายได้สูงขึ้น ทำให้หันไปบริโภคสินค้าอื่น มากขึ้น อาหารพร้อมทาน อาหารพร้อมปรุง ล้วนมาแย่งการบริโภคบะหมี่ฯ

ปี 2558 ข้อมูลของสมาคมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก หรือ World Instant Noodle Association : WINA ระบุว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ความต้องการ (ดีมานด์) บริโภคบะหมี่ในประเทศไทย ไม่ได้ขยายตัวมากนัก สอดคล้องกับประเทศอื่นในโลก เช่น จีน เบอร์ 1 ที่ดีมานด์บะหมี่ฯ สูง แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ดีมานด์ก็ลดลงตลอด รวมถึงอินโดนีเซียด้วย

info1_mama

สำหรับความต้องการบะหมี่ฯ ในตลาดประเทศไทยพบว่า

  • ปี 2559 อยู่ที่ 3,360 ล้านซอง
  • ปี 2558 และ 57 ทรงตัวที่ 3,070 ล้านซอง
  • ปี 2556 อยู่ที่ 3,020 ล้านซอง
  • ปี 2555 ความต้องการอยู่ที่ 2,960 ล้านซอง

ขณะที่ปริมาณการบริโภคบะหมี่ฯ เบอร์ 1 ของโลก ยังเป็น เกาหลี เฉลี่ย 76.1 ซองต่อคนต่อปี ตามด้วยเวียดนาม 52.6 ซองต่อคนต่อปี และอินโดนีเซีย 50.5 ซองต่อคนต่อปี ส่วนไทยอยู่อันดับ 5 บริโภคเฉลี่ย 49 ซองต่อคนต่อปี

ดีมานด์ที่โตน้อย อัตรการบริโภคบะหมี่ฯ ที่ไม่สูง นับเป็นความท้าทายและทำให้ผู้ประกอบการในไทยต้องหาทางปรับตัวทำตลาด สร้างการเติบโตให้ธุรกิจให้ได้

เกมการแข่งขันในตลาดบะหมี่ หลักๆ หนีไม่พ้น

1. การออกสินค้าใหม่

ฉีกรสชาติเดิมจากต้มยำกุ้ง หมูสับ เช่น ผู้บริโภคชาวไทยเห่อชีส ก็จะถูกนำมาเป็นขาย ซึ่ง “มาม่า” เบอร์ 1 บะหมี่ฯทำมาแล้ว รวมถึงการหันไปทำสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับให้พรีเมี่ยมขึ้นไปอีกนิด เพราะตลาดนี้ยังเติบโตด้วยฐานตลาดยังเล็กสัดส่วนน้อยเพียง 10%หรือมูลค่า 1,000 ล้านบาท โอกาสจึงมีอีกมาก

การมุ่งทำตลาดแบบคัพของทั้ง 3 แบรนด์หลัก มาม่า ไวไว ยำยำ ยังเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น จึงหันมาบริโภคแบบคัพเพิ่มและทำให้มูลค่าตลาดใกล้ 4,000 ล้านบาทแล้ว

2. การใช้พรีเซ็นเตอร์ในการกระตุ้นยอดขาย และสร้างแบรนด์

มาม่าเคยทุ่มงบก้อนโตใช้อั้ม พัชราภา เป็นพรีเซ็นเตอร์ จนขายดิบขายดี ก็ตามมาด้วยใหม่ ดาวิกา, ส่วนคู่แข่ง ยำยำจัมโบ้ ใช้ ณเดช-ญาญ่า

3. ช่องทางจำหน่าย

นอกจากจะขายผ่านร้านค้าทั่วไป (Traditional trade:TT) ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Moderntrade:MT) แล้ว ร้านอาหารป็นอีกช่องทางที่เข้าจับไปจองกัน โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะมีแบบแพ็คขาย อย่างไวไว เส้นขาว เจาะร้านค้าอย่างดี

4. โปรโมชั่น ขาดไม่ได้

แม้บะหมี่ฯ จะราคาถูก แต่โปรก็เล่นกันแรง มีทั้งแจกทอง แจกรถ และแจกจักรยาน เรียกว่าช่วงไหนที่พบว่า “ความต้องการของผู้บริโภค” มองหารางวัลอะไร ของสิ่งนั้นก็จะถูกประเคนมาล่อใจทันที

มาม่าไวไว ลุยตลาดบะหมี่พรีเมียม

ในปี 2561 ผู้เล่นสำคัญอย่าง “มาม่า” วางกลยุทธ์การทำตลาดหลักๆ ได้แก่ ออกสินค้าใหม่เพื่อขยายฐานตลาดให้โต โดยมุ่งเน้นตลาด พรีเมียม และ รักสุขภาพ และการลงทุนในต่างประเทศเพื่อกระจายตลาดนอกบ้านควบคู่ทำตลาดในประทศ

ปีนี้จะมีทั้งสินค้าใหม่ แบรนด์ใหม่ และรสชาติใหม่ออกสู่ตลาดรวม 3 รายการ สินค้าใหม่ที่จะออกยังโฟกัสไปที่พรีเมียม เพราะมีแนวโน้มการเติบโตดี โดยยอดขายมาม่าพรีเมียมอย่าง แบรนด์ โอเรียนทอลคิ ทเช่น เติบโตถึง 26% และจะทำสินค้าค้าสำหรับคนรักสุขภาพมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด” พิพัฒ พะเนียงเวทย์  รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่

1. บังกลาเทศ เพื่อเป็นฐานผลิตส่งออกตะวันออกกลาง และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ แม้ว่าการเข้าไปจำหน่ายยังมีอุปสรรคด้านกฎหมายอยู่พอสมควร

2. กัมพูชา ซื้อที่ดินเตรียมไว้ขยายโรงงานและกำลังผลิตในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการทำตลาดมีทั้งสินค้าที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากไทยไปจำหน่าย เพราะยอมรับว่าพฤตกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชานิยมซื้อสินค้าไทยที่มีภาษาไทยมากกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยตลาดนี้มียอดขายแบบซอง 80,000 หีบต่อเดือน และแบบถ้วย 140,000 หีบต่อเดือน มาม่ามีส่วนแบ่งตลาด 80% และยอดขายประมาณ 300 ล้านบาท

3. เมียนมา ปีนี้จะลงทุน 100 – 200 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่มัณฑะเลย์ พื้นที่ 10 กว่าไร่ เพิ่มกำลังผลิตสินค้าอีกเท่าตัว จากโรงงานเดิมที่ย่างกุ้ง กำลังผลิต 5 ล้านก้อนต่อเดือนเต็มแล้ว เนื่อจากตลาดเติบโตดีมากและทำยอดขายกว่า 650 ล้านบาท มาม่ามีส่วนตลาดมากกว่า 70%

4. ฮังการี ที่บริษัทไปซื้อโรงงาน 4 ปีก่อนเพื่อเป็นฐานผลิตสู่ตลาดยุโรป พร้อมปั้นแบรนด์ “มาม่า”กับ “ ไทยเชฟ” ชิงขุมทรัพย์ตลาดบะหมี่ฯ ที่มีสูงมาก ปัจจุบันยอดขายจากฮังการีอยู่ที่ 250 ล้านบาท

2_waiwai

ด้าน “ยศสรัล แต้มคงคา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ไวไว และ ควิก มองแนวโน้มตลาดรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปี 61 จะคึกคึกคักกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งการออกสินค้าใหม่ การลดแลกแจกแถมที่ต้องมีปกติ การเปิดช่องทางการขายใหม่ๆ 

แผนของไวไว จะมุ่งเน้น 2 กลยุทธ์  คือ 1. กระตุ้นสินค้าเดิมให้เติบโต และพัฒนาสินค้าใหม่ 2. ขยายตลาดต่างประเทศ

ในด้านของ “สินค้า” รสชาติทั้งแบบซอง และคัพ ออกสินค้ามีมูลค่าเพิ่มที่ราคาขาย 7-10 บาท ขยายฐานลูกค้าระดับบนมากขึ้น จากปีก่อน ที่พอร์ตสินค้าพรีเมียมมี 2 รายการ คือไวไวรสหมูน้ำตก และกระดูกหมูต้มยำ เป็นแบบชาม ราคา 25 บาท และจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูสีพที่เซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น  แต่ปีนี้จะขยายสู่โมเดิร์นเทรดอื่นด้วย

เมื่อประเมินจากตลาด พรีเมียม ที่ราคามากกว่า 10 บาทขึ้นไปนั้นเติบโตดีมาก  จากการเข้ามากระตุ้นตลาดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศจากเกาหลี ช่วง 2 ปีมานี้พบว่ามีหลายแบรนด์เข้ามาทำตลาด และได้รับความนิยม ส่งผลให้กลุ่มพรีเมียมมีมูลค่ารวมประมาณ 1,000 กว่าล้านบาทแล้ว หรือสัดส่วน 10% จากตลาดรวม

ไวไว จึงต้องขยับมาออกสินค้าในกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น เพื่อเป็นไปตามเทรนด์ของตลาด แต่ก็ไม่ทิ้งสินค้าเดิม เพราะทำยอดขายหลักกว่า 90%  ส่วนพรีเมียมมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5%

ผลประกอบการของไวไว ปี 2560 มีอัตราเติบโต 2-3% มากกว่าตลาดรวมที่เพียง 1% เท่านั้น และมีแชร์เป็นอันดับสองในตลาด ระหว่าง 22-23% ซึ่งผู้บริหารไวไว ยอมรับว่าการจะเพิ่มส่วนแบ่งเพียงแค่ 1% ในตลาดนี้นั้นยากมาก

info2_mama_new

ยำยำ บะหมี่ญี่ปุ่นแต่เน้นรสชาติไทยๆ

ด้าน “ยำยำ” ภายใต้บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ จำกัด ซึ่งมีบะหมี่ฯ 3 กลุ่มหลักคือ ยำยำจัมโบ้ ยำยำ และยำยำช้างน้อย จับตลาดผู้ใหญ่จนถึงเด็ก  สินค้าใหม่ที่ออกมา อิงความเป็น “ท้องถิ่น” หรือ Local มากขึ้น เช่น รสต้มแซ่บอีสาน รสหมูย่างกระเทียม เพื่อแข่งกับทุกเจ้าที่หา “รสชาติซิกเนเจอร์” ใหม่ๆออกมาสู้

แม้ยำยำจะไม่ออกมาแถลงข่าว แต่การทำตลาดยิงโฆษณ TVC ก็ไม่เคยด้อยกว่าเบอร์ 1 และ 2 อีกทั้งใช้ซุป’ตาร์ แถวหน้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย ส่วนช่องทางจำหน่ายแน่นอนว่า 2 รายแรกไปไหน ก็เห็นยำยำที่นั่นเช่นกัน.

ที่มา : http://www.manager.co.th/ibizchannel/