Strategic Move

ความลับจับต้องได้ เสน่ห์ “ดินเนอร์สีขาว“ บิ๊กอีเวนต์ปิกนิกเพื่อนเก่า ดังจากทั่วโลกมาไทย

งานปิคนิค อาหารมื้อค่ำในธีมสีขาว ที่มีกฎเคร่งครัด ทั้งเรื่องการแต่งกายผู้ร่วมงาน ที่ต้องสีขาวเท่านั้น และดูหรูหรา สิ่งของที่ต้องนำมาด้วยโต๊ะปิคนิค 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว ไวน์ แชมเปญ นำมาเอง แต่ห้ามเหล้า และเบียร์ นี่คือเสน่ห์ของงาน

open_dinner

งานปิกนิก อาหารมื้อค่ำในธีมสีขาว ที่มีกฎเคร่งครัด ทั้งเรื่องการแต่งกายผู้ร่วมงาน ที่ต้องสีขาวเท่านั้น และดูหรูหรา สิ่งของที่ต้องนำมาด้วยโต๊ะปิกนิก 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว ไวน์ แชมเปญ นำมาเอง แต่ห้ามเหล้า และเบียร์ นี่คือเสน่ห์ของงาน 

แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีความตื่นเต้นตรงที่มีความลับเรื่องสถานที่ ที่เน้นเป็นที่สาธารณะที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนั้น ซึ่งผู้ร่วมงานจะรู้สถานที่จัดงานเพียงไม่กี่นาทีก่อนงานเริ่มจริง ๆ โดยผู้จัดงานจะกำหนดจุดนัดพบ และพาขึ้นรถ หรือลงเรือไปด้วยกัน

นี่คืองาน Le Dinner en Blanc หรือ Dinner in White โดยมีจุดเริ่มต้นจากเรื่องส่วนตัว ของนาย François Pasquier นักธุรกิจที่เดินทางไปทั่วโลก มีความคิดอยากพบปะเพื่อนเก่า จึงจัดปิกนิก แต่ดูเหมือนว่าสวนที่บ้านเขาในปารีสจะเล็กเกินไป จึงแจ้งเพื่อน ๆ ว่านัดเจอกันที่สวนสาธารณะ Bois de Boulogne และให้ทุกคนใส่ชุดสีขาว เพื่อจะได้หากันเจอ

3_dinner

จากนั้นจากความอยากเจอเพื่อน กลายเป็นอีเวนต์ระดับสากลที่คนสนใจ เป็นคอนเซ็ปต์เพื่อนได้เจอเพื่อน ต่อคอนเนกชั่น และมีการจัดขึ้นต่อเนื่อง ในแต่ละปีจะมีคนร่วมงานประมาณ 10,000 คนในฝรั่งเศส

งานที่ใหญ่มาก และมีแขกร่วมงานเกือบ 15,000 คน เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ Le Dinner en Blanc ในปี 2013 จัดขึ้นที่บริเวณพิพิธภัณฑ์ Le Louvre, สวน Trocadero, และหน้า Eiffel Tower.

4_dinner

นอกจากในฝรั่งเศสแล้ว จัดมาแล้ว 30 ประเทศ ในกว่า 70  เมืองทั่วโลกในช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดอีเวนต์ปิกนิกระดับโลกนี้กำลังจะเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ที่กรุงเทพมหานคร ที่ตอนนี้แขกเข้าร่วมงานเต็มจำนวนแล้ว จากที่ผู้จัดงานรับไม่เกิน 1,000 คน ขณะที่มีคนแจ้งความประสงค์ร่วมงาน 2,000 คน จัดว่าล้นหลามกว่าที่คิด

ไอริณ ฤกษะสาร ผู้ร่วมจัดงาน Diner en Blanc - Bangkok

เปิดเผยว่าจากประสบการณ์ บริหารนิตยสาร Foodstylish และล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเปิดตัวธุรกิจใหม่ www.Thaiguide.com เว็บไซต์ที่แนะนำเรื่องอาหารและการท่องเที่ยวไทย ในนามบริษัทไทยไกด์ เกตเวย์มีเดีย มีความคิดกับเพื่อนอยากจัดอีเวนต์นี้ จึงร่วมกับ บริษัทซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง และเพื่อนต่างชาติที่เชี่ยวชาญจัดอีเวนต์ คอนเสิร์ต และรู้จักกลุ่มต่างชาติที่ทำงานในไทย

งานนี้กลุ่มของไอริณ ใช้เวลาประสานซื้อไลเซ่นส์จัดงาน กับเจ้าของลิขสิทธิ์อีเวนต์นี้ คือบริษัท Dîner en Blanc International ที่ตั้งอยู่ที่มอนทรีออล แคนาดา ประมาณ 1 ปี เพราะมีรายละเอียดในการพูดคุย โดยเฉพาะรูปแบบการจัดงานที่ต้องตรงตามระบบที่เจ้าของไลเซ่นส์กำหนด

หลังจากตกลง ก็เริ่มโปรโมตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มี การเชิญแขกผู้ร่วมงานที่แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือกลุ่มที่ทางผู้จัดงานเชิญ ส่วนที่สอง คือแขกของกลุ่มแรก 1 คน และส่วนที่สามเปิดให้ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ 3 วันแรกมีจำนวนคนลงทะเบียนประมาณ 1,000 คน จากนั้นครบกำหนดปิดลงทะเบียนมีคนลงทะเบียน 2,000 คน

นับเป็นจำนวนมากกว่าที่ผู้จัดคาดการณ์และเตรียมรองรับไว้ โดย 2 ส่วนแรกเตรียมไว้ประมาณ 300-400 คน และส่วนที่เปิดลงทะเบียนรับได้ 500 คน

จำนวนนี้เป็นคนไทยประมาณ 60-70% ต่างชาติประมาณ 30-40% ในจำนวนนี้เป็นต่างชาติที่บินตรงมาร่วมงานนี้ที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะประมาณ 5-10%

เซ็กเมนต์เป็นระดับ A และ B+ อายุ 25-40 ปี มีไลฟ์สไตล์ชอบอาหาร ท่องเที่ยว มีความแอคทีฟ อาชีพหลากหลาย รวมทั้งเป็นผู้บริหารธุรกิจ และเจ้าของธุรกิจ

สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เตรียมรองรับผู้ร่วมงานนั้นมีประมาณ 150 คน โดยรวมกลุ่มเชฟอาสาประมาณ 30 คน ที่นำโดย เชฟจุมพล แจ้งไพร และหัวหน้าทีมที่ดูแลผู้ร่วมงาน 1 คนดูแล 40-50 คน

5_dinner

ไอริณ เปิดเผยว่างบการจัดงานก็อยู่ในหลักหลายล้านบาท ซึ่งรายได้มาจาก สปอนเซอร์ 3 ราย คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่อีเวนต์นี้ตรงกับทิศทางของ ททท.ที่ต้องการขยายกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวระดับที่ใช้จ่ายสูง แสนสิริ ที่ต้องการย้ำเรื่องของความที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ หรูหรา กลุ่มสิงห์ คอร์ปอเรเชั่น ที่กำลังขยายธุรกิอาหาร โดยมี ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารกลุ่มสิงห์ ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเชฟอาสา ที่มาร่วมงานนี้ประมาณ 30 คน

อีกประมาณ 2 วัน ก็ถึงเวลา “ดินเนอร์สีขาว” จะเริ่มขึ้นแล้วใน กทม. ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาแล้วคือจุดนัดพบ 3 จุด คือ เซ็นทรัลเวิลด์ ท่าเรือสะพานตากสิน และริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ส่วนการแสดงที่เปิดตัวคนแรกมาแล้ว คือ นาตาลี เกลโบวา มิสยูนิเวิร์ส 2005

1_dinner

งานนี้ ไอริณ กล่าวว่า จากเสน่ห์ของงานที่คนรุ่นใหม่สนใจ และการจัดงานที่เตรียมพร้อมของทีมงาน ทำให้ขณะนี้ผ่านเกณฑ์แรกของเจ้าของไลเซ่นส์แล้วคือ งานนี้ต้องมีแขกอย่างน้อย 600 คน

ขณะที่การจัดงานระดับโลกนี้ มีอุปสรรคที่หลายอย่างต้องปรับให้เข้าไลฟ์สไตล์ของคนไทย เช่น คนไทยไม่คุ้นกับการเตรียมข้าวของมาเอง จึงได้เพิ่มเรื่องของอาหารมากขึ้น วิธีการจัดการคือ ให้แขกสั่งอาหารทางออนไลน์มาก่อน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวิธีการสื่อสารกับผู้ร่วมงาน ที่คนไทยยังไม่ชินกับการติดต่อทางอีเมล แต่นิยมใช้โซเชียลมีเดีย หรือโทรสอบถามเพิ่มเติม รวมไปถึงระบบการชำระค่าสมาชิกตลอดชีพ 300 บาท และค่าบริการ 1,250 บาทสำหรับร่วมงานแต่ละครั้ง ที่ไม่ได้ใช้ระบบที่หลากหลายมากนัก ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะต้องหาวิธีแก้ไขในการจัดงานปีต่อไป.

6_dinner
7_dinner