Strategic Move

มาพร้อมวิชั่น 2022 ผ่าคมคิด “โรเบิร์ต แคนเดลิโน” แม่ทัพใหม่ ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย

ครบ 1 ปีที่ "โรเบิร์ต แคนเดลิโน" เข้ามาเป็นแม่ทัพคนใหม่ในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย หลังจากที่ผ่านมา ภายในองค์กร "ฝุ่นตลบ" เพราะมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร ทีมงานมืออาชีพทั้งการตลาด การขายขยับโยกย้ายไปอยู่องค์กรอื่นๆ ทำให้ "โรเบิร์ต" ที่เข้ามากุม…

open_uniliver

สาวิตรี รินวงษ์

ครบ 1 ปีที่ "โรเบิร์ต แคนเดลิโน" เข้ามาเป็นแม่ทัพคนใหม่ในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย หลังจากที่ผ่านมา ภายในองค์กร "ฝุ่นตลบ" เพราะมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร ทีมงานมืออาชีพทั้งการตลาด การขายขยับโยกย้ายไปอยู่องค์กรอื่นๆ ทำให้ "โรเบิร์ต" ที่เข้ามากุมบังเหียนขับเคลื่อนธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเบอร์ 1 ของไทย ยังไม่เคยบอกเล่าวิชั่นหรือทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเลย

กระทั่งล่าสุด "โรเบิร์ต" ได้ออกมาเปิดครั้งแรกต่อสื่อ พร้อมเผย "วิสัยทัศน์" ขององค์กร ตอกย้ำการเป็น "ผู้นำ" ตลาดคอนซูเมอร์ที่อยู่ในไทยมายาวนานถึง 85 ปี เริ่มต้นจากการผลิตสบู่ป้อนผู้บริโภค รวมถึงผลิตถวายการใช้งานภายในรั้วในวังด้วย

2_uniliver

ระดับโลก "ยูนิลีเวอร์"  ป้อนสินค้าให้ผู้บริโภคใช้สินค้าสารพัดแบรนด์ทั้ง ซันซิล เรโซนา ลักส์ คนอร์ วอลล์ ลิปตัน มากถึง 2,500 ล้านครั้ง ใน 190 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ไทยก็ไม่น้อยหน้า

6_uniliver

เพราะสินค้าของยูนิลีเวอร์มีอัตราการบริโภคในครัวเรือน (Penertration Rate) สูงถึง 99% จากทั้งหมด 24.7 ล้านครัวเรือน ผู้บริโภคไทยใช้ผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 3 ครั้งต่อวัน และมีการใช้ซ้ำมากถึง 99% เป็นอัตราที่สูงมากทีเดียว ทำให้การผลักดันการเติบโตต้องออกแรง! มากขึ้นเรื่อยๆ  

3_uniliver

ปัจจุบันสินค้าที่ยูนิลีเวอร์ทำตลาดในไทยหลักๆ มี 3 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าความงามและเครื่องใช้ส่วนบุคคล (Beauty and Personal Care) สัดส่วน 40% ตามด้วยสินค้าเครื่องใช้ภายในครัวเรือน (Home Care) 39% และอาหารและไอศกรีม 21% และมีสินค้าที่เป็น "แชมป์" ในหมวด (Category) ต่างๆ มากถึง 7 หมวด เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าโอโม, บรีส, น้ำยาล้างจานซันไลต์, สบู่ลักส์, โจ๊กคนอร์ และไอศกรีมวอลล์ เป็นต้น แต่ก็มีสินค้าบางรายการที่ "แผ่ว" และถูกคู่แข่ง "แซงหน้า"

5_uniliver

การเข้ามาของ "โรเบิร์ต" จึงท้าทายมากทั้งแก้โจทย์ในองค์กร และหาทางสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในการเปิดตัว "ผู้นำคนใหม่" อย่างเป็นทางการ "โรเบิร์ต" จึงประกาศ "วิสัยทัศน์ 2022 Growing Together" เคลื่อนยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยให้โตจากนี้ไปด้วย กลยุทธ์ 3Ps จะถูกนำมาใช้เคลื่อนยูนิลีเวอร์ในประเทศ ประกอบด้วย Purpose People Performance “ถ้าเรามองว่าองค์กรยิ่งใหญ่ โดยไม่ทำอะไร เราก็โตต่อไม่ได้”   

8_uniliver

++ แบรนด์มี Purpose กลยุทธ์เร่งโตเร็วกว่า 50% Purpose

หรือการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีเป้าหมาย ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ยึดเข็มทิศโกลบอล (Goal) อย่าง แผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน (Unilever Sustainable Living Plan - USLP) มาปฏิบัติ ทั้งให้ความสำคัญกับแบรนด์และสินค้าที่ทำให้วิถีชีวิตที่ยั่งยืน เพราะหลังพบว่า 7 ปีที่เดินเกมดังกล่าว

ยอดขายสินค้าโตเร็วกว่า 50% เมื่อเทียบกับสินค้าเดิม และคิดเป็นสัดส่วน 60% ของการเติบโตโดยรวมของบริษัทด้วย  

ส่วนแบรนด์ที่มี Purpose ในไทยชัดเจนมาก ยกให้ “คนอร์” คัพโจ๊ก ที่จัดโครงการ “คนอร์โจ๊ก School Program” ส่งเสริมให้เด็กไทย และคนไทยหันมารับประทานอาหารเช้ามากขึ้น เพราะเป็นมื้อสำคัญ ปีนี้ยังทุ่มงบ 50 ล้านบาท สานโครงการต่อเพื่อสร้างพฤติกรรมให้เด็กไทยกินมื้อเช้า 4 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ จากปี 2553 มี 1 แสนคน

 กิจกรรมดังกล่าวยังส่งผลให้ “คนอร์” คัพโจ๊กเป็นผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่น จากตลาดรวมมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ สินค้าที่ผลิตจะต้องมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50% จึงเห็นสินค้าสูตร “เข้มข้น” จับตลาดพรีเมียมออกสู่ตลาดมากขึ้น เช่น คอมฟอร์ทน้ำเดียว บรีสสูตรเข้มข้น บรรจุภัณฑ์สินค้าที่นำมารีไซเคิลได้ ทำให้ผู้บริโภคอยากซื้อสินค้าและสะสม ปัจจุบันโรงงานสินค้าในไทยลดปริมาณของเสียเป็นศูนย์ (Zero waste) แล้ว นอกจากจะได้ใจผู้บริโภคที่อยากมีส่วนร่วมรักษ์โลก การใช้วัตถุดิบจนไม่เหลือขยะยังลดต้นทุนให้บริษัท ส่งผลต่อการทำ "กำไร"  ได้ดีขึ้นด้วย

รวมถึงการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคนให้ดีขึ้น จากการมีงานทำ มีรายได้ เพื่อโตไปพร้อมบริษัท โครงการต่างๆที่ยูนิลีเวอร์ทำมีทั้ง “พี่ติมวอลล์” ดึงคนมาเป็นเจ้าของธุรกิจไอศกรีมวอลล์เป็นของตัวเอง สร้างรายได้เฉลี่ย 10,000-37,500 บาท ทำให้บริษัทก็มีรายได้และส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม เพราะคนเหล่านั้นเป็น “ช่องทางจำหน่ายและกระจายสินค้า” ที่ดี เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกตรอกซอกซอย

โครงการ “ร้านติดดาว” แปลงร้านโชห่วยให้น่าเข้าน่าซื้อ มีการจัดโปรโมชั่น และโปรโมตสินค้าเพื่อดันยอดขายให้โต ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าโครงการแล้ว 10,500 รายทั่วประเทศ ดันยอดซื้อสินค้าที่ศูนย์จำหน่ายโต 12% แต่เพราะมีคนเข้าและออกโครงการเท่าๆ กัน ทำให้ต้องแก้เกมใช้โครงการ “เดอะ มาสเตอร์” เพื่อเป็นโมเดลหัวหอกขยายร้านติดดาวโต 10% ในอนาคต

“แบรนด์ที่มี Purpose จะโตเร็วกว่าแบรนด์ไม่มีเป้าหมาย เช่นเดียวกับบริษัทที่มีเป้าหมายชัดในการทำธุรกิจยั่งยืน จะโตกว่าบริษัทที่ไม่มี Purpose 2-3 เท่า (อ้างอิงจากดัชนีชี้วัดบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของ S&P 500) ซึ่ง Purpose เหมือนดาวเหนือที่จะพาเราไปถึงจุดหมาย

++โตด้วยสินค้าใหม่ แตกไลน์ Category อีกกลยุทธ์

7_uniliver

ที่จะทำให้วิชั่นเป็นดังหวัง คือการทำ Performance หรือสร้างศักยภาพทางธุรกิจขององค์กร ให้น้ำหนักการออกสินค้ารูปแบบ (Platform) ใหม่ แบรนด์เดิมลุย “แตกไลน์” Category ใหม่ๆ เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และ “โรเบิร์ต” ยังหมายมั่นเพิ่ม Penertration Rate ให้ครบทุกครัวเรือน

word_icon

วันนี้อัตราการบริโภคสินค้าเราสูง 99% แต่ผมก็อยากรู้ว่าอีก 1% ที่เหลือยังไม่ใช้สินค้าเราอยู่ตรงไหน

word_icon2

สำหรับ “สินค้าใหม่” ยูนิลีเวอร์จัดเต็มมาก เฉพาะไตรมาส 2 โชว์โปรดักต์ไฮไลต์พรึ่บ! เช่น กลุ่ม Personal Care นำเข้าแชมพูพรีเมียม “ลักส์ ลูมินิค มอยซ์เจอร์ เฟรช แชมพู” จากญี่ปุ่นมาทำตลาด โดยเน้นประโยชน์และความหอมเป็นจุดขาย

9_unilever

กลุ่ม Home Care มีผลิตภัณฑ์ซักผ้าคอมฟอร์ทแนชเชอรัล “ครั้งแรก” กับสินค้านวัตกรรม “ผงซักฟอกคอมฟอร์ท” และซันไลต์ เนเจอร์ กลุ่มอาหารส่งโจ๊ก ซุปก้อน "คนอร์ เนเชอรัล" จับกลุ่มเป้าหมยใหม่ และกลุ่มไอศกรีมมีเอเชียนดีไลท์ รสชาติไทยๆ เจาะตลาด เน้นทำตลาดผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เพราะยังเข้าถึงครัวเรือนแค่ 60% เป็นต้น

10_unilever

“เราเป็นเจ้าตลาดสินค้า 7 หมวด มีสินค้าเข้าถึงคนจำนวนมาก หน้าที่เราจึงต้องทำให้เค้กมีก้อนใหญ่ขึ้น โดยผลิตสินค้าดีขึ้น เน้นประโยชน์มากขึ้น ทำแพลตฟอร์ม ตลอดจนขยาย Category ให้ใหญ่ขึ้น”   

1_uniliver

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของสินค้าใหม่ครั้งนี้ "โรเบิร์ต" ให้ความสำคัญกับการใช้ทีมงานคนไทย ผลิตสินค้าไทยๆ เพื่อตอบโจทย์ "ผู้บริโภคชาวไทย" หรือ (Local Consumer)โดยเฉพาะ เช่น คอมฟอร์ทเนเชอรัล และคนอร์เนเชอรัล

"การผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคท้องถิ่น เป็นเรือธงในการทำตลาดของยูนิลีเวอร์ทั่วโลก เพราะเราเชื่อว่าไม่มีผู้บริโภคที่เป็นโกลบอล ตลาดที่แตกต่างกัน จึงต้องทำสินค้าโดยคนประเทศนั้นๆ เพื่อคนในประเทศ แต่ในไทยมีสินค้าออกมาเยอะ เพราะเรามีเอเยนซี่ช่วยคิด" 

8_unilever

สินค้าพร้อม ต้องออกหมัดการทำตลาดด้วย ซึ่ง “โรเบิร์ต” นำประสบการณ์ทำงานระดับโลกมาใช้ด้วย อย่าง แชมพู “โดฟ” จะเห็นแคมเปญใหม่ “Love Your Hair” ทำให้ผู้หญิงมั่นใจในความงามของตัวเอง มากกว่าโฟกัสสินค้าทำให้ผมสวย ซึ่งกลยุทธ์นี้ใช้กับซันซิล   

++ยกระดับคนในองค์กรสู้ศึกคอนซูเมอร์

กลยุทธ์สุดท้าย People สร้างคุณค่าให้บุคลากร  บริษัทให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก เพราะเป็น “หัวใจ” เคลื่อนธุรกิจ ระดับโลกยูนิลีเวอร์เป็นบริษัทเบอร์ 1 ที่คนอยากร่วมงานมากสุด ทิ้งห่างบริษัทคอนซูเมอร์คู่แข่งเกือบ “เท่าตัว” ยิ่งเทียบทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม เรียกว่านำโด่ง

ในไทยก็ต้องการเป็นเหมือนโกลบอล จึงมุ่งสร้างความสุขในการทำงานให้พนักงาน สร้างแบรนด์องค์กให้เป็นที่รู้จักและครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อดึง “หัวกะทิ” มาร่วมงาน จัดฝึกอบรมพนักงานผ่านโครงการต่างๆ ส่งพนักงานไปทำงานต่างประเท เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และความสามารถมากขึ้น ทำให้พนักงานรักองค์กรเหมือนกับตัวเอง ที่เป็นลูกหม้อทำงานให้บริษัทมา 21 ปี ในหลายประเทศทั้งแคนาดา สหรัฐฯ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาบริหารยูนิลีเวอร์ประเทศไทย 1 ปี โรเบิร์ตบอกว่าสิ่งที่ท้าทายมากสุดในเวลานี้ คือ ธุรกิจค้าปลีกที่เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า ที่มีความหลากหลายมาก ทั้งห้างขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วย ออนไลน์ ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าเปลี่ยน เดิมที่เคยขับรถไปซื้อสินค้าจากร้านใหญ่ ตอนนี้เน้น “สะดวก” และ “ร้านใกล้บ้าน” เป็นหลัก เพราะถูกจริตกับผู้บริโภคอย่างมาก  กลับกันต้องตามไปขายสินค้าให้ผู้บริโภคผ่านหน้าจอด้วย

ทำให้ต้องตามสปีดการเปลี่ยนแปลงให้ทัน  สำหรับภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคไตรมาสแรก มีสัญญาณบวกจากยอดขายทำได้ดีกว่าที่คาด แต่ตลาดคงไม่โตเท่าจีดีพีที่ 4% เนื่องจากอัตราการบริโภคสูงมากแล้ว.