พฤกษา – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 05 Mar 2026 01:12:41 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า” ฮอต ‘พฤกษา’ จ่อขยายเพิ่ม 1 หมื่นยูนิต ดันรายได้พอร์ตฯ เช่าแตะ 10% https://positioningmag.com/1562445 Wed, 04 Mar 2026 13:26:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1562445 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้ออ่อนตัวลง สะท้อนจากตัวเลขธุรกิจที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่ผ่านมา (อ้างอิงการรวบรวมข้อมูลของ พฤกษาฯ)

โดยมี “ยอดเปิดตัวใหม่” (New Launch) รวม 295,400 หน่วย ลดลง 33% แยกตามประเภท พบว่า

  • บ้านเดี่ยว 33,300 หน่วย (-28%)
  • ทาวน์เฮาส์ 185,800 หน่วย (-31%)
  • คอนโด 75,600 หน่วย (-40%)

ส่วน “ยอดขาย” (Presales) ใน กทม. และ ปริมณฑล อยู่ที่ 266,600 หน่วย ลดลง 17%

  • บ้านเดี่ยว 37,200 หน่วย (-15%)
  • ทาวน์เฮาส์ 129,100 หน่วย (-12%)
  • คอนโด 99,300 หน่วย (-23%)
ตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2568 (ข้อมูลจากพฤกษาฯ)

พอร์ตฯ เช่าเต็ม 100% ใน 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัย สวนทางกับ “ตลาดปล่อยเช่าอสังหาฯ” ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 พฤกษาฯ ได้เริ่มนำร่องโมเดลธุรกิจใหม่ “อะพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า” ชื่อแบรนด์ iPlern (ไอเพลิน) บริหารงานลูกคือ บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด หรือ IHC

นำร่องโครงการแรก ”ไอเพลิน ลำลูกกา คลอง 4″ จำนวน 3 ตึก รวม 138 ยูนิต สามารถปล่อยเช่าเต็ม 100% ใน 2 เดือน ค่าเช่าเริ่มต้น 3,000-4,000 บาท/เดือน คิดเป็นยีลด์ราว 7-8% ต่อปี

พฤกษา ผู้บริหาร
ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ปี 69 จ่อขึ้นโครงการเช่าเพิ่ม 30 ตึก อนาคตพอร์ตเช่าทะลุ 1 หมื่นยูนิต ทำรายได้ 10% ของกลุ่ม

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ เตรียมขึ้นโครงการ ไอเพลิน อีก 30 ตึก กระจายใน กทม. และปริมณฑล อาทิ ไอเพลิน รังสิต คลอง 2 ค่าเช่าเริ่มต้น 3,300 บาท/เดือน เปิดจองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยใช้ที่ดินเก่าส่วนหนึ่ง จำนวน 3 แปลง จากแลนด์แบงก์ที่มีอยู่ในมือราว ๆ 13,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งจะขึ้นทีละ 3 ตึก เพื่อทดลองตลาดทำเลนั้น ๆ ว่ามีดีมานด์มากน้อยเท่าใด เพื่อลดความเสี่ยง

“พฤกษาฯ ตั้งเป้าพอร์ตฯ เช่า ขึ้นมาทำรายได้ 10% ของทั้งเครือ ซึ่งการจะไปขั้นนั้นได้ ในอนาคตต้องมีการขยายอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าไอเพลิน ไม่ต่ำกว่า 10,000 ยูนิต”

ทั้งนี้ ทำเลหลักของ “ไอเพลิน” คือ ย่านแหล่งงาน นิคมอุตสาหกรรม และสถานศึกษา เพื่อจับทาร์เก็ตลูกค้า พนักงานออฟฟิศ พนักงานโรงงาน และนักศึกษา ส่วนราคาจะแตกต่างไปตามแต่ละทำเล (ขนาดห้องเริ่มต้น 21 ตร.ม.) ดังนี้

  • ทำเลรอบมหาวิทยาลัย ค่าเช่า 4,000-5,000 บาท/เดือน ถูกกว่าคอนโดที่มีค่าเช่า 7,000-10,000 บาท/เดือน
  • ทำเลนิคมอุตสาหกรรมและโรงงาน ค่าเช่าเริ่มต้น 2,000-3,000 บาท/เดือน
  • ทำเลกลางเมือง ค่าเช่า 8,000-10,000 บาท/เดือน

“อนาคตถ้าอะพาร์ตเมนต์ให้เช่านี้ อาจทำการตลาดให้เช่าแบบ B2B กับกลุ่มบริษัทในทำเลนั้น ๆ อาทิ เช่ายกชั้น หรือ เช่ายกตึกก็ได้ และหากพอร์ตฯ เช่า สามารถทำยีลด์เกินกว่า 10% อาจพิจารณาขายเข้ากองรีทในอนาคต”

อะพาร์ตเมนต์ให้เช่าของพฤกษา แบรนด์ “ไอเพลิน”

จ่อทำคอนโดคู่อะพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า ขายนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังเล็งการรุกโมเดลทำคอนโด “เพลิน” สำหรับขายนักลงทุนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นคอนโดที่อยู่ในพื้นที่  เดียวกับอะพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า “ไอเพลิน”

เพื่อ “เจาะกลุ่มนักลงทุน” ที่สนใจอยากมีสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยพฤกษาฯ จะเข้ามาดูแลจัดการการปล่อยเช่าให้ทั้งหมด

สำหรับคอนโดเพลิน เป็นคอนโดระดับ Affortdable ราคาเริ่มต้น 600,000 – 700,000 บาท/ยูนิต

]]>
1562445
เปิดตัวต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น! “พฤกษา” ลุย 7 โครงการ 8.2 พันล้าน เน้นเคลียร์สต๊อก-สร้างรายได้ประจำ https://positioningmag.com/1562268 Wed, 04 Mar 2026 05:56:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1562268 ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง “พฤกษา โฮลดิ้ง” ปี 2569 เลือกเดินเกมระมัดระวัง ลดจำนวนโครงการเปิดใหม่ต่อเนื่อง หันมาโฟกัสการระบายสต๊อกและการสร้างรายได้ประจำ

ปี 69 เปิดตัวต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีแห่งการ “เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์” ทั้งการเร่งใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ ปรับพอร์ต และทยอยขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น ปีก่อนลดการลงทุนในกองทุนต่างประเทศไปแล้ว 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือเงินลงทุนส่วนนี้ 8,000 ล้านบาท เป็นต้น

เบื้องต้น ปีนี้ พฤกษา เตรียมเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 8,200 ล้านบาท ‘ถือว่าเปิดตัวต่ำสุด นับตั้งแต่พฤกษาจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2548’

ย้อนดูตัวเลขเปิดโครงการพฤกษา ‘ลดลงต่อเนื่อง’

  • ปี 2568 เปิดตัว 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท ต่ำกว่าแผนที่ตั้งไว้ 22 โครงการ มูลค่า 23,400 ล้านบาท
  • ปี 2565 เคยเปิดต่ำสุด 19 โครงการ มูลค่า 11,100 ล้านบาท

จากเคยเปิดตัวพีกสุดในปี 2559 ที่มียอดเปิดตัวโครงการใหม่ 69 โครงการ มูลค่า 59,700 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดในตลาดช่วงนั้น

ขณะเดียวกัน มีแผนระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยระดับล่าง (ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท) เหลือ 25% จากเดิมมีสัดส่วน 30% เนื่องจาก เป็นกลุ่มเผชิญรีเจ็กต์เรตสูง จากสต๊อกที่อยู่อาศัยในมือที่มีมูลค่ารวม ๆ 66,400 ล้านบาท ปีนี้เร่งปิด 22 โครงการให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

จ่อลงทุนเพิ่ม 4,400 ล้านบาท

ปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเตรียมงบลงทุน 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • งบซื้อที่ดินใหม่และพัฒนาโครงการใหม่ 1,500 ล้านบาท (ส่วนที่ดินเก่า 1,200 ล้านบาท เตรียมมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเช่นกัน)
  • งบลงทุนธุรกิจรายได้ประจำ 2,900 ล้านบาท อาทิ ลงทุนเพิ่มในโรงพยาบาลวิมุต, คลังสินค้า (ร่วมทุนกับ CapitalLand สิงคโปร์) และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อย่างอาคารพาณิชย์

ดันพอร์ตรายได้ประจำ 20% ใน 3 ปี

สำหรับปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 อยู่ที่ 18,800 ล้านบาท เพิ่มจาก 15,000 ล้านบาทในปีก่อน แบ่งเป็น

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท (+30%)
  • ธุรกิจเฮลธ์แคร์ 2,600 ล้านบาท (+16%)
  • รายได้อื่น ๆ 1,200 ล้านบาท (ทรงตัว)

จากปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 15,000 ล้านบาท ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยธุรกิจอสังหาฯ มีรายได้ 11,500 ล้านบาท ลดลง 28% ขณะที่ธุรกิจเฮลธ์แคร์ 2,240 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2.5%

หนึ่งในแผนสำคัญของปีนี้ คือ การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ เช่น

  • อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า ปัจจุบันมี 138 ยูนิต ปล่อยเช่าเต็ม 100% ใน 2 เดือน นำร่องแห่งแรกที่ลำลูกกา ปทุมธานี
  • คลังสินค้า Omega อาคาร A และ B ใกล้แล้วเสร็จ และเริ่มปล่อยเช่าในไตรมาส 3 ปี 2569
  • ธุรกิจก่อสร้างแบบ B2C ปัจจุบันมียอดพรีเซล 480 ล้านบาท และมีงานในมือ (Pipeline) มูลค่า 460 ล้านบาท

“เป้าหมาย คือ ทำให้รายได้ประจำมีสัดส่วน 20% และทำให้รายได้แตะ 20,000-25,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีนี้”

ทิศทางกลยุทธ์ ”พฤกษา“ เปลี่ยนผ่านจากการเน้น ‘การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต’ สู่ ‘การเติบโตเชิงคุณภาพ’ ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

]]>
1562268
พฤกษา ปี 69 เข้มบริหารแคลชโฟลว์ ขายธุรกิจไม่ทำกำไร โฟกัสอสังหา-เฮลท์แคร์ https://positioningmag.com/1553359 Sat, 20 Dec 2025 02:00:48 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553359 ปี 2569 อสังหาริมทรัพย์ ยังคงมี “ความท้าทายสูง” จากปัจจัยเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอย ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสริมความแข็งแรงแคลชโฟลว์ (กระแสเงินสด)

ไม่เว้นแม้แต่ “พฤกษา” ที่ 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ กระจายความเสี่ยงไปหลายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ

ทว่า ปี 2569 พฤกษา กำลังเดินเกมใหม่อีกครั้ง โดยเลือก “โฟกัส” มากกว่าการขยายรอบทิศ พร้อมจัดระเบียบพอร์ตครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ลดการถือกองทุนต่างประเทศ-ขายธุรกิจไม่ทำกำไร

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจหลัก (Core Business) โดยขอกลับมาโฟกัส “ธุรกิจที่มีความถนัดสูง” ได้แก่ ธุรกิจหลักอย่าง อสังหาริมทรัพย์ และเฮลท์แคร์ ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในปี 2569

เบื้องต้น พิจารณาขายธุรกิจย่อยที่ไม่ทำกำไร และลดการถือครองกองทุนในต่างประเทศบางส่วน อาทิ การลงทุนใน CapitaLand SEA Logistics Fund (CSLF) กว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจาก ข้อจำกัดด้านการบริหารพอร์ตในต่างประเทศ

ทั้งนี้ การลงทุนต่างประเทศยังคงอยู่เฉพาะโครงการที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โครงการโอเมก้าแวร์เฮ้าส์ ที่พฤกษาถือหุ้น 51% ร่วมกับ CapitaLand และ Ally Logistic Property เตรียมเปิดอาคารแรกในไตรมาส 2 ปี 2569

ขณะที่ CapitaLand Wellness Fund (C-WELL) เดินหน้าพัฒนาโครงการเวลเนสเรสซิเดนซ์ ผสานที่อยู่อาศัยกับบริการสุขภาพ อาทิ The Palm พัฒนาการ และ The Reserve Villa สุขุมวิท 89 บ้านเดี่ยวระดับ 50-60 ล้านบาท คาดเปิดตัวต้นปี 2569

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ดึงที่ดินเก่าแปลงเป็นเงินสด ลุยต่อเฮลท์แคร์

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ราว 10 โครงการ มูลค่ารวม 6,000-7,000 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2568 ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม โดยกลุ่มบ้านเดี่ยวเจาะตลาดระดับราคา 10 ล้านบาท แต่ยังไม่ขยับสู่ลักชัวรี ซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านโรงงานพรีคาสและทีมก่อสร้างภายในเพื่อควบคุมต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า พฤกษาชะลองบซื้อที่ดิน โดยเน้นการนำที่ดินเก่า (แลนด์แบงก์) ในมือที่มีอยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการ และคาดว่าจะแปลงเป็นรายได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าแผนธุรกิจเฮลท์แคร์ ผ่านโรงพยาบาลวิมุต และวิมุต เทพธารินทร์ โดยขยายศูนย์เฉพาะทางมากขึ้น อาทิ ศูนย์หัวใจ ศูนย์ปอด ศูนย์กระดูก เพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเปิด 2 รพ. แห่งใหม่ คือ รพ.วิมุต สุขุมวิท 54 และ รพ.วิมุต ปิ่นเกล้า อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่อาจรอให้ รพ.วิมุต พหลโยธิน มีอัตราการครองเตียงที่เต็มมากขึ้นกว่านี้ก่อน เพราะที่ผ่านมาพฤกษาใช้เงินลงทุนไปค่อนข้างมาก

รพ.วิมุต พหลโยธิน
รพ.วิมุต พหลโยธิน

เป้าหมายหลัก แคลชโฟลว์แข็งแรง

กลยุทธ์ปี 2569 ของพฤกษา คือ การบริหารสภาพคล่องอย่างเข้มข้น ใช้สินทรัพย์เดิมลดหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยประมาณ 2.9% ซึ่งอยู่ในฐานต่ำมากแล้ว

โดยพิจารณาลดหนี้ต่างประเทศที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อเสริมความแข็งแรงของแคชโฟลว์ในระยะยาว

ในวันที่ตลาดอสังหาฯ ยังไม่เอื้อให้เติบโตแบบเร่งสปีด พฤกษาเลือกเดินเกม “ช้าลงแต่มั่นคง” เพราะการเติบโตในรอบนี้ ไม่ใช่การขยายทุกทิศทาง แต่คือการเลือกโฟกัสในสิ่งที่ถนัด และอยู่รอดได้จริงในระยะยาว

]]>
1553359
ขายออนไลน์บูมจัด ผุดไอเดีย ‘ปลูกโรงงานพร้อมบ้าน’ https://positioningmag.com/1545433 Tue, 04 Nov 2025 08:47:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1545433 ยุคนี้หันไปทางไหนก็มีแต่แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ โดยปัจจุบันคาดว่า ไทยมีผู้ขายมากกว่า 3 ล้านราย จาก 3 แพลตฟอร์มใหญ่ อาทิ Shoppee Lazada และ Tiktok (อ้างอิงข้อมูลจากงาน Priceza Thailand’s E-Commerce 2025)

ช้อปออนไลน์ไทยทะลุ 1.07 ล้านล้านบาท ดัน ธุรกิจแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์โต

ขณะที่ มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ที่ขยายตัวตามยอดขายออนไลน์

  • ปี 2563 (ช่วงโควิด) มีมูลค่า 3.7 แสนล้านบาท เติบโต 68% (YoY)
  • ปี 2567 มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เติบโต 9% (YoY)
  • ปี 2568 (คาดการณ์) มีมูลค่า 1.07 ล้านล้านบาท เติบโต 7% (YoY)
  • ปี 2573 (ประมาณการณ์ช่วง 5 ปี ข้างหน้า) มีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท

จากความนิยมของช้อปสินค้าออนไลน์ของคนไทย ส่งผลให้ ”ธุรกิจแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์“ รุ่งเรือง จากบุคคลธรรมดา ได้จดทะเบียนตั้งนิติบุคคล นำไปสู่การขยาย ”บ้าน + โรงงาน“ สำหรับผลิตและแพ็กสินค้าขาย!

คาดการณ์ตลาดอีคอมเมิร์ซ ปี 2568 – 2573 อ้างอิงข้อมูลงานสัมมนา Priceza Thailand’s E-Commerce 2025

“สร้างบ้านพร้อมโรงงาน” โมเดลที่อยู่อาศัยยุคใหม่

ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ในเครือพฤกษาฯ กล่าวว่า ธุรกิจรับสร้างบ้าน ปี 2568 มีมูลค่า 130,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีรายใหญ่ครองตลาดไม่ถึง 10% หรือราว 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ IHC เห็นโอกาสการเติบโต จึงรุกธุรกิจภายใต้แบรนด์ Plantnery by PRUKSA เจาะกลุ่ม B2C ในบ้านระดับกลาง-บน ราคา 3-20 ล้านบาท ที่มีกำลังซื้อ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ

ขณะที่เทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ คือ ลูกค้ายุคใหม่ ในสัดส่วนกว่า 30% ติดต่อขอรับคำปรึกษาสร้างบ้านโมเดลใหม่ คือ “บ้าน + โรงงาน ในพื้นที่เดียวกัน”

ส่วนใหญ่ผู้สนใจโมเดลใหม่นี้ ทำธุรกิจขายของออนไลน์ ที่ต้องการสร้างที่อยู่อาศัย พร้อมกับพื้นที่โรงงานสำหรับผลิตสินค้า หรือแวร์เฮ้าส์สำหรับแพ็กสินค้าส่งลูกค้า

ทำเลที่น่าสนใจมักจะอยู่ในเขต กทม. อาทิ สาทร พัฒนาการ หากมีการสร้าง อาจต้องมีการยื่นขออนุญาตเพิ่มเติมจากทางภาครัฐ (กรณีไม่ใช่ผังเมืองสีม่วง/สีแดง)

ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ในเครือพฤกษาฯ

“จุดเด่นของ Plantnery by PRUKSA คือ การทำราคารับสร้างบ้านได้หลายเซกเมนต์ตั้งแต่ 10,000 – 40,000 บาท/ตร.ม. แต่ถ้าเทียบในกลุ่มระดับสินค้าเดียวกัน ราคาถูกกว่าคู่แข่งถึง 10% ด้วยความแข็งแกร่งจากซัพพลายเชนและพาร์ตเนอร์คู่ค้า”

โดยบ้านแนวราบ การันตีสร้างเสร็จภายใน 6 เดือน ไม่มีทิ้งงาน และคุมงบประมาณได้ จากประสบการณ์สร้างบ้านมากกว่า 2 แสนหลังของพฤกษาฯ

เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้าพอร์ตรายได้ประจำ (Recurring Income) จากธุรกิจรับสร้างบ้าน ให้เติบโตต่อเนื่อง ดังนี้

  • ปี 2568 รายได้ 400 ล้านบาท (ปีแรกที่เริ่มธุรกิจ)
  • ปี 2569 รายได้ 1,000 ล้านบาท
  • ปี 2573 รายได้ 2,500 ล้านบาท
  • ปี 2578 รายได้ 5,000 ล้านบาท
ตัวอย่างโชว์เคสแบบบ้านของ IHC จากประสบการณ์สร้างบ้านกว่า 2 แสนหลังของ บมจ.พฤกษา

ลุยรับเหมาก่อสร้าง IHC อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า iPlern ตั้งเป้า 3 ปีเข้าตลาดหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเกมรุก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ผ่านแบรนด์ IHC โดยรับเหมาก่อสร้างให้กับดีเวลลอปเปอร์รายเล็ก-กลาง ที่ต้องการสร้างโครงการที่อยู่อาศัย อะพาร์ตเมนต์ โรงงาน หรือคลังสินค้า แต่ไม่มีทีมก่อสร้าง

รวมถึงลุย ธุรกิจอะพาร์ตเมนต์ให้เช่า ผ่านแบรนด์ iPlern (ไอเพลิน) ตอบรับเทรนด์ซื้อมากกว่าเช่าของคนยุคใหม่ โดยมีทั้งหมด 3 ระดับราคา

  • ทำเลนิคมอุตสาหกรรม อาทิ ลำลูกกา บ่อวิน ราคาเช่าเริ่มต้น 2,000-3,000 บาท/เดือน
  • ทำเลสถานศึกษา อาทิ ม.เกษตรศาสตร์ ม.กรุงเทพ ราคา 4,000-5,000 บาท/เดือน
  • ทำเลกลางเมือง ราคา 8,000-10,000 บาท/เดือน

บริษัทฯ คาดว่าปี 2568 IHC จะมีรายได้ 5,000 ล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้าราวปี 2571 เราตั้งเป้ารายได้ 7,000-8,000 ล้านบาท และเตรียมสปินออฟนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โรงงานพรีคาสต์ของพฤกษา หนึ่งในแรงหนุนในการรับก่อสร้างบ้าน อะพาร์ตเมนต์ คอนโด ของ IHC
]]>
1545433
พฤกษา ลุย “อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า” เริ่ม 2 พันบาท/เดือน เจาะแหล่งงาน-Gen Z https://positioningmag.com/1545300 Mon, 03 Nov 2025 11:00:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1545300 ปี 2568 จากเมกะเทรนด์คนรุ่นใหม่นิยม ‘เช่า’ มากกว่า ‘ซื้อ’ อย่างต่อเนื่อง “พฤกษา” ผู้เล่นใหญ่ในตลาดที่อยู่อาศัย จึงแตกไลน์ธุรกิจ ‘อะพาร์ตเมนต์ให้เช่า’ ผ่านบริษัท อินโน โฮม คอนสรัคชั่น จำกัด (IHC)

“ปิยะ ประยงค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ในเครือพฤกษาฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ตลาดอะพาร์ตเมนต์ให้เช่า มีจำนวน 745,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าราว 27,000 ล้านบาท เติบโต 3% ต่อปี

จากอานิสงส์ Gen Z ทั้งกลุ่มวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) และกลุ่มนักศึกษา ส่งผลให้อัตราการปล่อยเช่า (Occupancy Rate) สูงถึง 90% IHC เห็นโอกาสจึงเข้ามารุกธุรกิจ ผ่านแบรนด์ iPlern (ไอเพลิน)

ทั้งนี้ ได้นำที่ดินเก่าของพฤกษาที่เดิมจะใช้พัฒนาทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมาปัดฝุ่น ทำโครงการอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าในทำเลศักยภาพสูง เช่น ย่านแหล่งงานอย่างนิคมอุตสาหกรรม, แหล่งสถานศึกษาอย่างรังสิต เป็นต้น

ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ในเครือพฤกษาฯ

เบื้องต้น ปี 2568 ใช้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท เปิด 5 โครงการไอเพลิน ทำเลรังสิต ลำลูกกา และบ่อวิน คิดเป็นรายได้ประจำจากการปล่อยเช่า 1 ล้านบาท

โดยปี 2569 ลงทุนเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท เปิดอะพาร์ตเมนต์เพิ่ม 100 แห่ง ก่อนที่ปี 2572 จะเปิดให้ครบ 316 แห่ง และมีรายได้ประจำจากค่าเช่า 640 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ (Asset) ราว 6,300 ล้านบาท จากนั้นจึงขาย Asset ดังกล่าวเข้ากอง REIT นำเงินมาขยายธุรกิจต่อ

“ปีหน้ารุกหนักเปิดเพิ่มถึง 100 แห่ง เน้นแถบมหาวิทยาลัยทั่วไทย อาทิ ม.กรุงเทพ ม.เกษตรศาสตร์”

สำหรับ อะพาร์ตเมนต์ไอเพลิน มองทาร์เก็ต 3 กลุ่มหลัก คือ นักศึกษา (40%), พนักงานโรงงาน (35%) และกลุ่ม First Jobber (25%)

ส่วนราคาจะแตกต่างไปตามแต่ละทำเล (ขนาดห้องเริ่มต้น 21 ตร.ม.)

  • ทำเลรอบมหาวิทยาลัย ค่าเช่า 4,000-5,000 บาท/เดือน ถูกกว่าคอนโดที่มีค่าเช่า 7,000-10,000 บาท/เดือน
  • ทำเลนิคมอุตสาหกรรมและโรงงาน ค่าเช่าเริ่มต้น 2,000-3,000 บาท/เดือน
  • ทำเลกลางเมือง ค่าเช่า 8,000-10,000 บาท/เดือน

IHC วางทาร์เก็ต เจาะกำลังซื้อต่ำกว่าคอนโด เพื่อไม่ให้ราคาไปแข่งกันโดยตรง โดยเฉพาะกับแบรนด์คอนโดเรือธงของเราอย่างพลัมคอนโดที่มีราคาปล่อยเช่าราว 7,000-8,000 บาท/เดือน

นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทฯ เตรียมขยายโมเดลอะพาร์ตเมนต์ + คอนโดมิเนียม ในทำเลเดียวกัน (แต่แยกตึกกัน) ผ่านแบรนด์ ‘เพลิน’ โดยคอนโดจะเป็นระดับ Affortdable ราคาเริ่มต้น 600,000 – 700,000 บาท

“พอร์ตฯ อะพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่ามีอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) 13-15% ต่อเงินลงทุน ส่วนยีลด์อยู่ที่ 8-10% ต่อปี”

]]>
1545300
“พฤกษา” ปล่อยแคมเปญแรง “พฤกษา มหาดีล” มอบดีลใหญ่ จองเพียง 499 บาท – แจกทองทุกหลังรวม 5 ล้าน – ส่วนลดบ้านรวม 200 ล้าน – ของแถมสูงสุด 15 รายการ – รับ iPhone 17 ฟรี ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด 30 ต.ค. – 2 พ.ย.นี้ https://positioningmag.com/1544398 Tue, 28 Oct 2025 09:28:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1544398

“พฤกษา” ประกาศปลุกดีมานด์ปลายปี ส่งแคมเปญ “พฤกษา มหาดีล” คิกออฟครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ณ  ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5  ระหว่าง 30 ต.ค. – 2 พ.ย.นี้ ยกทัพบ้านและคอนโดคุณภาพกว่า 100 ทำเลทั่วไทย จัดดีลใหญ่ แรงสุด คุ้มสุด จองเริ่มเพียง 499 บาท  แจกทองทุกหลัง รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ส่วนลดบ้านและคอนโดรวมกว่า 200 ล้านบาท  มอบของแถมเพิ่มสูงสุด 15 รายการ  

นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“พฤกษาเดินหน้าปลุกกำลังซื้อในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ด้วยแคมเปญ ‘พฤกษา มหาดีล’ ที่รวมบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี ทั้งส่วนลดสูงสุดรวมกว่า 200 ล้านบาท และของแถมพิเศษอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้มาเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพจากพฤกษาในราคาที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดในช่วงเวลานี้  การจัดแคมเปญครั้งนี้เป็นการตอกย้ำจุดยืนของพฤกษาในการส่งมอบการอยู่อาศัยที่ ‘อยู่ดี ทั้งชีวิต’ ตามแนวคิด Lifetime Well-Living ผ่านบ้านที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต พร้อมมอบความสุขและโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้จริงภายในปีนี้”

แคมเปญ “พฤกษา มหาดีล” แจกใหญ่ มอบความพิเศษแบบจัดเต็ม จองเริ่มเพียง 499 บาท มอบ ทองคำทุกหลัง มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท ส่วนลดบ้านและคอนโดรวม 200 กว่าล้านบาท มีบ้านยูนิตพิเศษ ส่วนลดสูงสุดถึง 4.9 ล้านบาท และ ของแถมสูงสุด 15 รายการ อาทิ ฟรี ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าประกันมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า ค่าบริการสาธารณะ เครื่องใช้ไฟฟ้า และจัดสวน เป็นต้น (รายละเอียดต่างกันในแต่ละโครงการ กรุณาสอบถามเพิ่มเติม) นอกจากนี้ ลูกค้า 100 สิทธิ์แรกที่จองและโอนตั้งแต่ 30 ตุลาคม ถึง 28 พฤศจิกายน 2568 จะได้รับ iPhone 17 ความจุ 256 GB มูลค่า 29,900 บาท ฟรี แคมเปญนี้จะเปิดตัวในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม–2 พฤศจิกายน  2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลูกค้าจึงสามารถเลือกสรรที่อยู่อาศัย และยูนิตราคาพิเศษที่รวบรวมเฉพาะในงานนี้เท่านั้น” นายธีระ กล่าว

ตัวอย่างยูนิตพิเศษ จากโครงการไฮไลท์ ในงาน อาทิ

  • พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน พรีเมียมทาวน์โฮม 5 ชั้น หน้ากว้าง 10 เมตร ดีไซน์โมเดิร์น พื้นที่ใช้สอยกว้างเทียบเท่าบ้านเดี่ยว เหมาะกับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตครบครัน ราคาปกติ 14.8 ล้านบาท ลดพิเศษเหลือเพียง 9.9 ล้านบาท

  • ภัสสร ศรีนครินทร์ – เทพารักษ์ บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ สุนทรียแห่งการออกแบบ Timeless Luxury Style บนทำเลสุดพรีเมี่ยม ติดถนนเทพารักษ์ โครงการใหม่ เปิดตัวในงาน ราคาเริ่มต้น 9 ล้านบาท

  • เดอะ คอนเนค บิซทาวน์ @ รังสิต อเวนิว อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ฟังก์ชั่นใหญ่ หน้ากว้าง 5 ม.  ติดถนนรังสิต-นครนายก ราคาปกติ 4.59 ล้านบาท  ลดพิเศษเหลือเพียง 3.99 ล้านบาท
  • เดอะ ไพรเวซี่ พาร์ค เตาปูน คอนโดมิเนียม พร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายในทุกมิติ ราคาปกติ 4.27 ล้านบาท ลดพิเศษเหลือเพียง 3.99 ล้านบาท

แคมเปญนี้คือดีลที่แรง และคุ้มค่าที่สุดอีกครั้งหนึ่งในการซื้อบ้านกับพฤกษา นอกจากนี้ ผู้ที่มางานมหกรรมบ้านและคอนโด ภายในงาน จะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ เล่นเกม ลุ้นของรางวัล แล้วพบกันวันที่ 30 ต.ค. – 2 พ.ย.นี้  ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5 ชั้น LG บูธ 304-307  ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.pruksa.com/p/mahadeal , Line Official: @PRUKSA, เฟซบุ๊ก Pruksa Family Club หรือโทร.1739

#พฤกษา #Pruksa #พฤกษามหาดีล #มหกรรมบ้านและคอนโด #ดีลสุดคุ้ม #LifetimeWell-Living

]]>
1544398
“อินโน พรีคาสท์” เบนเข็มเจาะ non-residences รับมือตลาดที่อยู่อาศัยซบยาว 2 ปี https://positioningmag.com/1529467 Wed, 09 Jul 2025 09:28:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1529467 “ทรงศักดิ์ ปิยะวรรณรัตน์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด ในเครือพฤกษาฯ เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัย คาดชะลอตัว 2 ปี (พ.ศ. 2568 – 2569) จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวดี และประเมินว่าตลาดจะเริ่มผงกหัวขึ้นมาภายในปี 2570

ส่งผลให้ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหา “ชะลอการสต๊อกสินค้า” จากเดิมจะพัฒนาบ้านรองรับความต้องการล่วงหน้า 5 ปี ก็เหลือสต๊อกล่วงหน้าเพียง 2 ปี เพราะซัพพลายในตลาดยังมีอยู่ จึงต้องเร่งระบายสินค้าเดิมก่อน

“ปัจจุบันบริษัทฯ มีแบ็กล็อกอยู่ในมือ 4,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ใน 3-5 ปี ซึ่งเป็นสัญญาจ้างผลิตพรีคาสท์สำหรับบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งเริ่มเห็นแนวโน้มลูกค้าขอเลื่อนการผลิตและส่งมอบสินค้าออกไป ซึ่งเราเข้าใจและไม่ได้เร่งรัดลูกค้าโดยเฉพาะในภาวะตลาดเช่นนี้”

โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ
โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ

ทั้งนี้ “ธุรกิจพรีคาสท์” ซึ่งมีลูกค้าหลักเป็น กลุ่มที่อยู่อาศัย (Residences) ราว 80% ต้องหันไปขยายการรับงานคอนกรีตสำเร็จรูป ป้อนใน กลุ่มธุรกิจไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (Non-Residences) สัดส่วน 20% อาทิ ผนังและคานสำหรับกลุ่มโรงงาน, รั้วคอนกรีต, บ่อบำบัดสำเร็จรูป, เขื่อน เป็นต้น

“เราเพิ่งเริ่มรับลูกค้ากลุ่มโรงงานและเฮ้าส์ จากการเห็นโอกาสในตลาด โดยเฉพาะในทำเล EEC จึงได้เข้าไปเจรจาขายชิ้นส่วนพรีคาสท์สำเร็จรูป ให้กับผู้รับเหมาท้องถิ่น และผู้รับเหมาจีน ที่เข้ามาทำรับเหมาก่อสร้างโรงงานที่ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา”

โดยมีราคาอยู่ที่ 5,000 บาท/ตารางเมตรพื้นที่ใช้สอย ค่าก่อสร้างแบบพรีคาสท์แทบไม่ต่างจากค่าก่อสร้างแบบปกติ ห่างกันไม่ถึง 5% แต่จุดเด่นคือ ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 2 สัปดาห์ และไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันภาคก่อสร้างมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานค่อนข้างมาก

จากการขยายการรับงานสู่กลุ่ม Non-Residences จะทำให้พอร์ตฯ นี้ขยับสัดส่วนขึ้นมาอยู่ที่ 30% ของรายได้ (จากเดิม 20%) ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนกลุ่ม Residences จะเหลือสัดส่วน 70% (เดิม 80%)

โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ
โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายการทำพรีคาสท์สำหรับสระว่ายน้ำภายในปี 2568 เพิ่มเติมจากการทำผนัง เสา และคานสำเร็จรูป ซึ่งเป็นจุดแข็งทำให้ ”อินโน พรีคาสท์“ เหนือกว่าคู่แข่ง ที่อาจทำได้แค่ผนังสำเร็จรูปเท่านั้น

โดยบริษัทฯ มีศักยภาพการผลิตอยู่ที่ 5 ล้านตร.ม. ต่อปี คิดเป็นการสร้างบ้าน 1,500 หลัง/เดือน ปัจจุบันใช้ capacity อยู่ที่ 40%

อย่างไรก็ดี ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว บริษัทฯ คาดว่า ปี 2568 จะทำรายได้ไม่ถึง 2,000 ล้านบาท จากปี 2567 มีรายได้ 2,000 ล้านบาท และปี 2566 มีรายได้ราว 2,200 ล้านบาท

โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ
โรงงานพรีคาสท์ ของ อินโน พรีคาสท์ ในเครือพฤกษาฯ
]]>
1529467
“ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์” เจ้าพ่อตลาดทาวน์เฮ้าส์ กับภารกิจฟื้นรายได้พฤกษา ฝ่าอสังหาขาลง https://positioningmag.com/1513360 Mon, 03 Mar 2025 13:09:39 +0000 https://positioningmag.com/?p=1513360 เปิดมุมมอง “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์” เจ้าพ่อตลาดทาวน์เฮ้าส์ ต่อมุมมองตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภารกิจฟื้นคืนรายได้-กำไรของ บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง

โดยคุณทองมา ฉายภาพ “ตลาดที่อยู่อาศัย” ต่อจากนี้ไปมีแนวโน้มเล็กลง หดตัวลงทุกปี จากเคยสูงสุดกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี เหลือเพียง 3.5 แสนล้านบาท และในอีก 5-6 ปีข้างหน้าอาจจะเหลือเพียง 2 แสนล้านบาท

ขณะที่โฟกัสภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2567 ที่ผ่านมา ก็ไม่สดใสนัก

ยอดเปิดตัวใหม่ 421,000 ล้านบาท ลดลง 27% แบ่งเป็น

  • ทาวน์เฮ้าส์ 47,000 ล้านบาท ลดลง 29%
  • บ้านเดี่ยว 251,000 ล้านบาท ลดลง 25%
  • คอนโด 122,000 ล้านบาท ลดลง 30%

ยอดขาย (พรีเซล) 313,000 ล้านบาท ลดลง 20% แบ่งเป็น

  • ทาวน์เฮ้าส์ 43,000 ล้านบาท ลดลง 30%
  • บ้านเดี่ยว 140,000 ล้านบาท ลดลง 13%
  • คอนโด 127,000 ล้านบาท ลดลง 23%

ขณะที่พอร์ตฯ พฤกษาที่ผ่านมา เป็นกลุ่มทาวน์เฮ้าส์เป็นหลักซึ่งได้รับผลกระทบจากตลาดเต็ม ๆ

ทำให้ผลประกอบการปี 2567 ของพฤกษา ทำรายได้ประมาณ 21,000 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิเหลือ 456 ล้านบาท จากเคยแตะระดับพันล้าน

จากปัจจัยความท้าทายในข้างต้น ทำให้ คีย์แมนพฤกษา ไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ธุรกิจที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่ยังเฟ้นหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ อยู่เสมอ

  • ธุรกิจเฮลท์แคร์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ คุณทองมา ปลุกปั้นเมื่อครั้งเป็นซีอีโอ ช่วง 5-6 ปีก่อน และทำรายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้วางแผนขยาย รพ. เพิ่มอีก 3 แห่ง ใจกลางเมือง คือ วิมุต ทองหล่อ สุขุมวิท 54 และปิ่นเกล้า โดยคาดว่าปีนี้จะทำรายได้แตะ 2,600 ล้านบาท รวมถึงตั้งเป้าพอร์ตฯ ธุรกิจ รพ. ขึ้นมาเป็น 50% เท่า ๆ กับพอร์ตฯ อสังหา!
  • ธุรกิจแวร์เฮ้าส์ (คลังสินค้า) เป็นอีกหนึ่งแนวทางการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่พฤกษาหมายตา โดยได้ลงทุนโครงการโอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ มูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2569 น่าจะสร้างน่านน้ำใหม่ที่น่าสนใจให้กับบริษัทฯ
  • ธุรกิจรับก่อสร้างและพรีคาสต์ ซึ่งพฤกษาได้ทำมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ความพิเศษ คือ จากเดิมจะรับทำเฉพาะในโครงการตัวเอง แต่ขณะนี้ขยายรับงานนอกเพิ่มเป็น 30% โดยตั้งเป้ารายได้ส่วนนี้ถึง 5,400 ล้านบาท แต่พฤกษาจะรับรู้รายได้ส่วนนี้ จากส่วนแบ่งกำไร

“ผมคงเข้ามาทำหน้าที่ดูแลพฤกษาอีก 2-3 ปี ส่วนการทำให้กำไรกลับมา 1,000 ล้านบาทไม่น่าเป็นเรื่องยาก เพราะเคยทำได้ ไม่น่ามีปัญหา ปีนี้ก็ต้องพยายามมากขึ้นด้วยการบริหารเรื่องการขายและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จะมีส่วนทำให้อัตรากำไรสูงขึ้นได้”

]]>
1513360
“พฤกษา” หันซบเฮลท์แคร์ เบนเข็มเน้นบ้านแพง ขายบ้านแบบ Leasehold ราคา 30 ล้านบาท จับนักลงทุนจีน https://positioningmag.com/1513226 Mon, 03 Mar 2025 08:13:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1513226 ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้ม “หดตัวลง“ ทุกปี

  • จากช่วง 5-6 ปีก่อน มีมูลค่า 5 แสนล้านบาท
  • ปัจจุบัน มีมูลค่าเหลือ 3 แสนล้านบาท
  • ในอนาคตคาดมูลค่าเหลือ 2-2.5 แสนล้านบาท
”ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์“ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH)
”ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์“ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH)

ขณะที่ผลประกอบการปี 2567 ของพฤกษา มีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท ลดลง 19.7% และกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท ลดลง 79.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว และการปฏิเสธสินเชื่อแบงก์ยังคงสูง กดดันให้ตลาดอสังหาปีก่อน ให้ภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมมียอดขายเหลือ 313,000 ล้านบาท ลดลง 20% (YoY) โดยกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ดิ่งสุด 30% คอนโดหดตัว 23% และบ้านเดี่ยวลดลง 13%

“ตลาดอสังหาเล็กลงทุกปี เรามองหาโอกาสการเติบโตใหม่ต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจเฮลท์แคร์ ที่วางเป้าบาลานซ์พอร์ตรายได้ขึ้นมาเป็น 50% (เดิม 30%) ตลอดจนธุรกิจรับก่อสร้าง และแวร์เฮ้าส์โปรเจกต์ “โอเมก้า” ที่มีงบลงทุนทั้งโครงการราว 9,000 ล้านบาท แต่ก็ยังคงรักษาระดับการเติบโตของธุรกิจอสังหาให้เป็นไปตามภาพรวมตลาด”

ภาพรวมตลาดอสังหาปี 2024

เบื้องต้น ปี 2568 วางเป้ารายได้รวมทุกธุรกิจไว้ 23,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจอสังหา 18,700 ล้านบาท เติบโต 8% (YoY) และธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท เติบโต 19% (YoY)

พร้อมวางงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ 8,500 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินเพิ่ม 5,000 ล้านบาท และลงทุน 3 โรงพยาบาลใหม่ 3,500 ล้านบาท

นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด

ธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตส จำกัด กล่าวว่า ปี 2568 พฤกษาวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 22 โครงการ มูลค่า 23,400 ล้านบาท จากปี 2567 เปิดตัว 16 โครงการ มูลค่า 18,200 ล้านบาท

โดยปีนี้ จะเน้นโครงการบ้านเดี่ยวพรีเมียมมากขึ้น อาทิ แบรนด์ The Palm, The Reserve โดยมีสัดส่วนสินค้าราคามากกว่า 7 ล้านบาท ราว 50% และเป็นทำเลในเมืองมากขึ้น

“ปี 2568 ตั้งเป้ายอดขาย 19,800 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการ JV 3,200 ล้านบาท ส่วนยอดโอนฯ วางไว้ 18,700 ล้านบาท และยอดโอนโครงการ JV 1,600 ล้านบาท (รับรู้จากกำไรการลงทุน)“

โครงการ The Palm พัฒนาการ
โครงการ The Palm พัฒนาการ

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนทำโครงการแนวราบเจาะลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) เช่า 30 ปี ต่อได้อีก 30 ปี

ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าต่างชาติให้ความสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน โดยปี 2567 นำร่องโครงการ The Palm และ Patio และทำรายได้ส่วนนี้ไปราว ๆ 500 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่ลูกค้าเป็น นักลงทุนจีนที่ทำงานในไทย สนใจบ้านหรูราคา 30 ล้านบาท ใกล้โซนพัฒนาการ ที่เชื่อมต่อไปยังสนามบิน หรือกระทั่งโซนโรงงานได้ง่าย

“ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ส่วนลีสต์โฮล จำนวน 1,000 ล้านบาท”

รวมทั้งมีแผนลีนองค์กรให้คล่องตัวขึ้น ผ่านการขายที่ดินมูลค่าสูงที่ไม่ได้มีการพัฒนาโครงการ โดยที่ดินที่ราคาสูงที่สุดที่เตรียมขาย อาทิ ที่ดินย่านเลิดสิน ที่ดินย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นต้น

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต เปิดเผยว่า ปี 2568 วิมุต เตรียมเงินลงทุน  ราว ๆ 3,500 ล้านบาท ทำ 3 โรงพยาบาลใหม่ ได้แก่

  1. รพ.วิมุต ทองหล่อ (อยู่ระหว่างการหาผู้รับเหมา) เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับกระดูกและข้อ
  2. รพ.วิมุต สุขุมวิท อยู่ตรงสุขุมวิท 54 (อยู่ระหว่างออกแบบ)
  3. รพ.วิมุต ปิ่นเกล้า (อยู่ระหว่างออกแบบ)

“การขยาย รพ. แต่ละแห่งจะแบ่งเป็น 3 เฟสใหญ่ งบลงทุน 2,000 ล้านบาท ต่อการขยายจำนวน 100 เตียง ซึ่งจะค่อย ๆ ขยายไปเพื่อดูดีมานด์ลูกค้า“

รพ.วิมุต พหลโยธิน
รพ.วิมุต พหลโยธิน

ส่งผลให้ภายใน 3 ปีข้างหน้า วิมุตจะมีจำนวนเตียงเพิ่มเป็น 600-700 เตียง จากปัจจุบันมีเตียง (ถ้าขยายเต็มศักยภาพ) อยู่ที่ 450 เตียง แบ่งเป็น รพ.วิมุต พหลโยธิน 235 เตียง, รพ.วิมุต เทพธารินทร์ 130 เตียง และ รพ.ผู้สูงอายุ 50 เตียง (เปิดตัวในปีนี้) ย่านวัชรพล โดยปีนี้ วิมุตตั้งเป้ารายได้ 2,600 ล้านบาท

”การขยายตัวเข้าไปในย่านกลางเมืองเป็นกลยุทธ์ในการขยายลูกค้าต่างประเทศด้วย จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 7% ของพอร์ตฯ เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ชาวต่างชาติมักเข้าทำศัลยกรรม และการรักษาพยาบาลทั่วไป (กลุ่ม Expat)”

]]>
1513226
ล้วงปม พฤกษา เขย่าโครงสร้างผู้บริหาร ตั้ง “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” นั่งประธานบอร์ด https://positioningmag.com/1505379 Mon, 06 Jan 2025 05:04:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1505379 ไขปม “พฤกษา” เขย่าโครงสร้างผู้บริหาร ตั้ง “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” นั่งประธานบอร์ด “แมนพงศ์ เสนาณรงค์” นั่งกรรมการอิสระ ควบประธานคณะกรรมการลงทุน 

ดึง 2 มือปืนรับจ้าง นั่งบริหารงาน

หลัง “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์“ ผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) หวนคืนตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ไปเมื่อท้ายปี 2567 ไปหมาด ๆ

พฤกษา ก็ปรับโครงสร้างผู้บริหารอีกระลอก ตามสไตล์ทองมา “คิดเร็ว ทำเร็ว” โดยได้แต่งตั้ง 2 ผู้บริหารใหม่ ประสบการณ์โชกโชน ได้แก่

1.รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท แทน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ซึ่งเกษียณอายุครบ 72 ปี ตามข้อกำหนดในกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568

รุ่งโรจน์ สำเร็จการศึกษา MBA จาก Harvard Business School และเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (ปี พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2566) และพาบริษัทฝ่าวิกฤตหลายระลอก โดยเฉพาะด่านหินอย่างโควิด รวมไปถึงการดัน SCG Packaging เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และการเดินหน้าโครงการในเวียดนาม

สะท้อนว่า “รุ่งโรจน์” มีความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการธุรกิจเศรษฐกิจ และการลงทุนในองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการวางแผนกลยุทธ์ การต่างประเทศ การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ และการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2.แมนพงศ์ เสนาณรงค์ ตำแหน่ง กรรมการอิสระรวมทั้งแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการลงทุน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568

สำหรับ “แมนพงศ์” สำเร็จการศึกษา MBA ด้าน Finance and Quantitative จาก Cleveland State University ประเทศสหรัฐอเมริกา

รวมถึงเป็นอดีตรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความรู้ด้านการจัดการโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างธุรกิจ และการวางกลยุทธ์ธุรกิจ

และมีประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารวาณิชธนกิจ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินให้กับบริษัทเอกชน และสถาบันการเงิน

ทำไมพฤกษาปรับโครงสร้าง?

ในการการแต่งตั้งผู้บริหารครั้งนี้ พฤกษา มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน จากปัจจุบันมี 2 กลุ่มหลัก คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเฮลท์แคร์

ที่แม้ปัจจุบันจะผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปแล้ว แต่ผลกระทบยังลากยาวมาถึงขณะนี้ ในแง่การเติบโตเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว

พฤกษา มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่ ราว ๆ 70% ในกลุ่มล่างและกลุ่มกลาง ซึ่งจะได้รับปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโดยตรง สะท้อนจากผลประกอบการพฤกษาที่ปรับลดลง

โดยช่วง 9 เดือน (ม.ค. – ก.ย.) ปี 2567 ทำรายได้รวม 15,607 ล้านบาท ลดลง 21.55% (YoY) และกำไรสุทธิ 752 ล้านบาท ลดลง 63.85% (YoY)

ทั้งนี้ ด้านรายได้ตกมาเป็นลำดับที่ 5 ของกลุ่มอสังหา และกำไรสุทธิอยู่ที่อันดับ 10 ของกลุ่มอสังหา “จากช่วงพีก ๆ เคยติด Top 3”

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาพฤกษา พยายามปรับแผนหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ บาลานซ์พอร์ตที่อยู่อาศัยเน้นบ้านระดับบนมากขึ้น โดยกลุ่มบน (ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป) มีสัดส่วน 30% กลุ่มกลาง (ราคา 3-10 ล้านบาท) สัดส่วน 40% และกลุ่มล่าง (ต่ำกว่า 3 ล้านบาท) สัดส่วน 30%

คงต้องรอดูว่าแผนการจัดทัพครั้งนี้ จะทำให้พฤกษากลับมาผงาดอีกครั้งได้หรือไม่!

]]>
1505379