ลดขยะพลาสติก – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 09 Jan 2023 09:54:51 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สู้โลกร้อน! “อังกฤษ” เตรียมแบนจาน-ช้อนส้อมพลาสติก เหตุสร้างขยะปีละกว่า 5 พันล้านชิ้น https://positioningmag.com/1414876 Mon, 09 Jan 2023 08:17:00 +0000 https://positioningmag.com/?p=1414876 รัฐบาลอังกฤษยืนยัน เตรียมออกกฎหมาย “แบน” จานและอุปกรณ์การกินที่ทำจากพลาสติก ตัวการสร้างขยะพิษปีละมากกว่า 5 พันล้านชิ้น

อังกฤษถือเป็นประเทศที่สามในกลุ่มสหราชอาณาจักรต่อจากสก็อตแลนด์และเวลส์ ที่มีการ “แบน” จานและอุปกรณ์การกินทำจากพลาสติก โดยยังไม่ระบุแผนงานชัดเจนว่าจะเริ่มแบนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จะมีการประกาศข้อมูลเต็มในวันที่ 14 มกราคมนี้

รัฐบาลคาดว่า จานพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในอังกฤษนั้นมีการใช้งานปีละกว่า 1.1 พันล้านชิ้น ส่วนอุปกรณ์ช้อน ส้อม มีดพลาสติกนั้นมีการใช้มากกว่าปีละ 4 พันล้านชิ้น

แม้ว่าพลาสติกจะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขอนามัยในการรับประทานอาหาร แต่พลาสติกเหล่านี้มักจะย่อยสลายไม่ได้ และจะถูกฝังกลบในดินไปอีกนานแสนนาน เป็นมลพิษต่อดินและน้ำ

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านกิจการสิ่งแวดล้อม อาหาร และชนบท (Defra) ระบุว่า คนอังกฤษใช้จานพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเฉลี่ยปีละ 18 ชิ้น และใช้ช้อนส้อมมีดแบบใช้แล้วทิ้งเฉลี่ยปีละ 37 ชิ้น ในจำนวนนี้มีเพียง 10% ที่เข้าสู่ระบบรีไซเคิล

แบน พลาสติก
อีกไม่นาน การซื้ออาหารกลับบ้านที่อังกฤษจะไม่อนุญาตให้ใช้จานทำจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Photo: Loren Castillo / Pexels)

Therese Coffey เลขานุการรัฐด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหมายจะแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้งเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาในธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่มแบบซื้อกลับบ้าน

“ฉันมุ่งมั่นที่จะสร้างการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหา เราผ่านการทำงานก้าวใหญ่ๆ มาแล้วหลายก้าวในช่วงหลายปีมานี้ แต่เราก็รู้ว่าเราต้องทำให้มากกว่าเดิม และเป็นอีกครั้งที่เรารับฟังเสียงเรียกร้องจากสาธารณะ” Coffey กล่าว

“การแบนครั้งใหม่นี้จะสร้างผลอย่างใหญ่หลวงเพื่อหยุดมลพิษจากพลาสติกได้หลายพันล้านชิ้นต่อปี และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติให้กับลูกหลานเรา”

ก่อนหน้าที่จะมีการแบนจานพลาสติก อังกฤษเคยประกาศแบน “หลอด” พลาสติกใช้แล้วทิ้ง ไม้คนพลาสติก และคัตตอนบัดมาแล้วในปี 2020

ทั้งนี้ การแบนภาชนะและอุปกรณ์การกินจากพลาสติก จะไม่รวมสินค้าที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่รัฐบาลจะหาทางแก้ปัญหาพลาสติกในธุรกิจเหล่านั้นด้วยวิธีการอื่นแทน

นโยบายนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มรณรงค์ Greenpeace แต่ข้อปฏิบัติอื่นจะต้องมีเพิ่มเติมต่อไป “เรากำลังเผชิญปัญหา ‘ขยะไหลท่วม’ และมาตรการนี้ก็เหมือนหาไม้ม็อบมาถูพื้น แทนที่จะหาที่ปิดก๊อกน้ำ” Megan Randles จาก Greenpeace วิจารณ์

เธอยังเรียกร้องให้รัฐบาลมีกลยุทธ์ลดใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งที่ดีและมีความหมายกว่านี้ โดยรัฐควรมีเป้าหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงวางกลยุทธ์ให้มีการใช้ซ้ำ (reuse) และมีแนวทางการเติมสินค้า (refill) มากกว่าซื้อในแพ็กเกจใหม่

Source

]]>
1414876
สยามพิวรรธน์ จับมือ สถาบันพลาสติก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PPP Plastics และ Dow เดินหน้าโครงการ Siam Pieces สร้างโมเดลจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน https://positioningmag.com/1343158 Tue, 20 Jul 2021 12:00:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1343158

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับ สถาบันพลาสติก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PPP Plastics กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และเขตปทุมวัน เดินหน้าโครงการ Siam Pieces (สยาม พีซเซส) เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน อันจะนำไปสู่การพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ผ่านการศึกษาวิจัยพฤติกรรมจากกลุ่มตัวอย่างของผู้บริโภคในพื้นที่เขตปทุมวัน โดยได้รับทุนสนับสนุนโครงการจาก บพข. (หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ) ภายใต้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. มีเป้าหมายที่จะพัฒนาแบบแผนธุรกิจในการนำพลาสติกใช้แล้วทุกชนิดกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างโมเดลศูนย์คัดแยกที่มีศักยภาพในการจัดเก็บขยะพลาสติกทุกประเภท บนพื้นที่ศูนย์กลางแห่งธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทยอย่าง วันสยาม ที่ประกอบด้วย 3 ศูนย์การค้าระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงการคัดแยกประเภทวัสดุที่สามารถนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลและอื่นๆ ได้ ตลอดจนเพื่อส่งต่อแนวคิดในการใช้ชีวิตให้ผู้คนในสังคมร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของวิกฤตขยะพลาสติกในปัจจุบันที่ทุกคนมิอาจมองข้าม ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดวัฏจักรของการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า

“การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน เราจึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาพัฒนาเป็นหลักการบริหารจัดการขยะ ในทุกกระบวนการของธุรกิจ ตั้งแต่การรณรงค์ภายในองค์กร ไปจนถึงการสร้างจิตสำนึกให้ลูกค้า และล่าสุดกับการร่วมเปิด Recycle Collection Center จุดรับขยะรีไซเคิลที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถนำมาทิ้งได้ โดยสยามพิวรรธน์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถาบันพลาสติก และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการใช้พื้นที่วันสยาม ในการทำวิจัย รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากพนักงาน และลูกค้าวันสยาม เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะพลาสติกในสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดไปใช้แก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งยังสอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน ที่ขณะนี้ทางสหภาพยุโรป หรืออียู ต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของโลกในการลดปริมาณขยะพลาสติก และมุ่งมั่นที่จะสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงได้ออกระเบียบว่าด้วยการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวของสหภาพยุโรป (EU Single Use Plastics Directive) ที่เริ่มต้นใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา”

ด้าน นายวีระ ขวัญเลิศจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า

ด้วยความร่วมมือขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ร่วมกันสร้างแนวคิดและแบบแผนเศรษฐกิจหมุนเวียนในปัจจุบัน หรือ Circular Economy ทำให้ในปัจจุบันหลากหลายหน่วยงานเกิดความตระหนักในเรื่องการใส่ใจของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดการขยะพลาสติก ทางสถาบันพลาสติกเห็นถึงโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก และ เพิ่มการรีไซเคิลของขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น สถาบันพลาสติกจึงได้รับงบประมาณจาก บพข.เพื่อจัดตั้งโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) สำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน โดยเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่เขตปทุมวัน ที่ประกอบด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และ ชุมชน โดย “โครงการ SIAM PIECES” นี้เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) สำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ที่ทำการศึกษาตั้งแต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีผลต่อการคัดแยกและทิ้งขยะพลาสติก เพื่อเข้าใจและหาเครื่องมือที่จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการคัดแยกพลาสติกของผู้บริโภคที่มากขึ้น และ ต่อยอดไปจนถึงการศึกษาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อนำผลการศึกษามาพัฒนา และจัดทำแบบแผนธุรกิจ (Business Model) เพื่อลดการเพิ่มขยะพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้มีการนำขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบรีไซเคิลมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ ศ.ดร. สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า

“ปัจจุบัน ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม มีการคิดค้นนวัตกรรมในการจัดการวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก อย่างไรก็ตาม การจัดการปัญหาขยะพลาสติกนั้นไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านอื่นมาร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของผู้ใช้พลาสติกหรือผู้บริโภค และการสร้างกลไกทางเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดจัดการพลาสติกที่ครบวงจร เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะทำให้พลาสติกทั้งที่มีมูลค่าสูงและส่วนที่ยังมีมูลค่าต่ำอยู่ได้กลับเข้าสู่ระบบเพื่อการจัดการอย่างเหมาะสม การดำเนินการในส่วนนี้จำเป็นต้องมีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อให้สามารถนำผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นไปอ้างอิงและขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาจึงจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SIAM PIECES ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาแบบแผนธุรกิจที่ส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจร เพื่อร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ”

ด้าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธาน PPP Plastics กล่าวว่า

“โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมให้ทุนสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจ (Business Model) สำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก เพื่อร่วมหาทางออกการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อสร้างรูปแบบที่สมดุลอันมุ่งไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกได้มีการดำเนินงานในบริบทที่มีความสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG Model) ที่รัฐบาลกำหนดเป็นโมเดลเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นวาระแห่งชาติ อีกด้วย นับได้ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต”

พร้อมกันนี้ นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า

“โครงการนี้สอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ ดาว ได้ประกาศไปเมื่อปีที่แล้วคือ “การหยุดขยะพลาสติก” โดยเราตั้งเป้าจะผลักดันให้พลาสติกที่ใช้แล้วจำนวน 1 ล้านตันจากทั่วโลกถูกเก็บกลับมาใช้ประโยชน์ หรือ รีไซเคิล ผมรู้สึกภูมิใจที่ ดาว ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการก่อตั้งโครงการ Siam Pieces อีกทั้งร่วมผลักดันให้เกิด business model ของการจัดการพลาสติกใช้แล้วที่มีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับผู้ประกอบการรับซื้อของเก่า ซาเล้ง รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียตลอดทั้ง value chain ให้มีรายได้พอเพียงที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้การจัดการพลาสติกเป็นไปอย่างยั่งยืนในอนาคต”

นอกจากนี้ ภายใต้งานแถลงข่าวโครงการ Siam Pieces ในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ ZOOM และ Facebook Live เพจ สถาบันพลาสติก ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ “Siam Pieces โมเดลเส้นทางการจัดการพลาสติกใช้แล้วครบวงจร” โดยมี นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ผู้บริหารระดับสูงแห่งบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยเหล่า คนดังสายนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญทางท้องทะเลมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมหาทางออก ในการกู้วิกฤตขยะพลาสติก ทั้ง ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาราสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดีกิจการพิเศษ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม , เปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจ ‘ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป , ศ.ดร. พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ พิธีกรหนุ่มสายกรีนที่หันมาเอาจริงเอาจังในการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม

โครงการ Siam Pieces ครั้งนี้ นับเป็นโครงการความร่วมมือในการผสานพลังขับเคลื่อนที่ต้องการจะพัฒนาระบบการจัดการพลาสติกใช้แล้วในสังคมเมืองอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง เพื่อนำไปต่อยอดใช้บริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วในประเทศไทย และนำไปพัฒนาแบบแผนธุรกิจในการนำพลาสติกใช้แล้วทุกชนิดกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายผลสร้างเป็นโมเดลธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เกิดเป็นวัฏจักรของการจัดการขยะพลาสติกในสังคมเมืองที่ยั่งยืน เพื่อเราทุกคนในวันนี้และอนาคต

ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างยั่งยืนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบบแผนธุรกิจตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ด้วยการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อพฤติกรรมการ คัดแยกขยะได้ในช่องทาง https://bit.ly/3xLS8GG  หรือ Scan QR Code

]]>
1343158
ANA สายการบินใหญ่สุดในญี่ปุ่น เลิกใช้ ‘พลาสติก’ เสิร์ฟอาหาร มุ่งใช้ภาชนะย่อยสลายได้ https://positioningmag.com/1329375 Mon, 26 Apr 2021 13:16:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1329375 All Nippon Airways (ANA) กำลังจะเป็นสายการบินเเรกของญี่ปุ่นที่นำวัสดุย่อยสลายได้มาใช้เป็นภาชนะใส่อาหารที่เสิร์ฟให้แก่ผู้โดยสาร ขับเคลื่อนนโยบายรักษ์สิ่งเเวดล้อม

โดย ANA จะเริ่มใช้ภาชนะเสิร์ฟอาหารที่ทำจากชานอ้อยในที่นั่งชั้นประหยัดของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้ถึง 317 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 30% ของพลาสติกใช้แล้วทิ้งของบริษัทในช่วงปีงบประมาณ 2019

ส่วนเที่ยวบินในประเทศนั้น จะยังมีการใช้ภาชนะที่เป็นกล่องกระดาษอยู่ ซึ่งขณะนี้สายการบินยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนเป็นภาชนะจากชานอ้อยด้วยหรือไม่

ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปเริ่มจำกัดการใช้พลาสติกแล้ว ดังนั้นทางสายการบินจึงต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าเจ้าหน้าที่ของ ANA กล่าวกับ Kyodo News

ภาพเปรียบเทียบระหว่างภาชนะเเบบเดิม (ขวา) เเละภาชนะเเบบใหม่ที่ทำมาจากชานอ้อยที่ย่อยสลายได้ (ซ้าย) FB : All Nippon Airways

ANA เริ่มใช้ช้อนส้อมที่ทำจากไม้ และหลอดทำจากพลาสติกย่อยสลายได้ มาตั้งเเต่ปี 2020 เเละมีนโยบายที่จะลดขยะพลาสติกต่อไปในระยะยาว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตภาชนะและการเผาทำลายขยะพลาสติก พร้อมกับการหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เเละเป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อม

นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ประกาศว่า ญี่ปุ่นจะบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ให้เป็น ‘ศูนย์’ ภายในปี 2050 โดยรัฐบาลหวังจะทยอยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดลง 46% ภายในปี 2030

 

 

ที่มา : Kyodonews , Japantoday

]]>
1329375