Xiaomi – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 05 Mar 2026 12:10:49 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 จากยุค AI สู่ยุคหุ่นยนต์! ‘Xiaomi’ เริ่มทดลองส่ง ‘ฮิวแมนนอยด์’ ประกอบรถอีวี สามารถจัดการงานสำเร็จ 90% https://positioningmag.com/1562754 Thu, 05 Mar 2026 11:19:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1562754 ในยุค AI ที่ทำให้หลายคนอาจเสี่ยง ตกงาน กันอยู่แล้ว ดูเหมือนการดิสรัปต์จะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กำลังเป็นอีกเทคโนโลยีที่จะมาดิสรัปต์แรงงานมนุษย์ในอนาคต 

ล่าสุด Lu Weibing ประธานของ Xiaomi ได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ CNBC ณ งาน Mobile World Congress ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ามาทดลองใช้งานจริงในโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

โดย Xiaomi ได้ทดลองใช้ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 2 ตัว ในโรงงานประกอบรถ EV โดยทำหน้าที่ตั้งแต่นำวัสดุไปวางจนถึงการขันน็อต ผลปรากฏว่า หุ่นยนต์ทั้ง 2 ตัวสามารถจัดการงานได้ เสร็จสิ้นไปได้ถึง 90% ภายในเวลา 3 ชั่วโมง และสามารถรักษาความเร็วให้สอดคล้องกับสายพานการผลิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งในสายพานการผลิตรถยนต์ของ Xiaomi จะมีรถยนต์คันใหม่ออกจากโรงงานในทุก ๆ 76 วินาที 

อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์เหล่านี้ยังอยู่ในสถานะ เด็กฝึกงาน มากกว่าจะเป็นพนักงานประจำ แต่บริษัทมองว่านี่คือรากฐานสำคัญของอนาคต โดยคาดหวังว่าในวันข้างหน้า หุ่นยนต์จะสามารถเข้ามา ทำงานแทนที่มนุษย์ในบางหน้าที่ รวมถึงทำงานบางอย่างที่ มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ แม้ว่าตอนนี้หุ่นยนต์ CyberOne (เปิดตัวปี 2022) จะยังไม่มีการวางจำหน่ายทั่วไปก็ตาม

ไม่ใช่แค่ Xiaomi แต่คู่แข่งอย่าง XPeng และ Honor ก็กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ของตัวเองเช่นกัน ขณะที่ในฝั่งสหรัฐฯ Elon Musk ก็กำลังผลักดันหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla อย่างเต็มที่ โดยถึงขั้นมีแผนจะใช้โรงงานผลิตรถยนต์มาผลิตหุ่นยนต์แทนในบางส่วน

นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets คาดการณ์ว่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2050 โดยจีนจะมีส่วนแบ่งในตลาดนี้มากกว่า 60%

Source

]]>
1562754
Xiaomi คาดยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปีนี้อยู่ที่ 120,000 คัน ชี้ EV ที่บริษัทผลิตได้ผลตอบรับดีกว่าคาดจากรุ่น SU7 https://positioningmag.com/1474950 Fri, 24 May 2024 10:30:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1474950 เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตสินค้าไอที รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าบริษัทจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้ 120,000 คันได้ภายในปีนี้ หลังจากลูกค้าชาวจีนมีกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 ของบริษัทดีกว่าคาด และบริษัทเตรียมขยายศูนย์บริการทั่วประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น

Xiaomi ผู้ผลิตสินค้าไอทีรวมถึงผลิตภัณฑ์ล่าสุดอย่างรถยนต์ไฟฟ้า ได้คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในปีนี้จะอยู่ที่ 120,000 คัน มากกว่าคาดการณ์เดิมที่ 100,000 คัน และโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเตรียมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตหลังจากนี้

สาเหตุสำคัญมาจาก ผลตอบรับที่ดีจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 ที่บริษัทได้เริ่มส่งมอบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีน โดยยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 ของบริษัทมียอดจองบนช่องทางออนไลน์ 88,898 คัน ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งลูกค้าจองดังกล่าวทำให้ลูกค้าต้องรอรับรถอย่างน้อย 5-7 เดือน

ล่าสุดบริษัทได้เปิดเผยว่าบริษัทสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 จำนวนมากกว่า 100,000 คันจะส่งมอบได้ภายในปีนี้ โดยข้อมูลล่าสุดในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วมากถึง 10,000 คันแล้ว

Lei Jun ซึ่งเป็น CEO ของ Xiaomi ได้เคยกล่าวว่า การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ทำกับบริษัท และเขาเองพยายามในสิ่งนี้ ขณะเดียวกันบริษัทเองได้วางเป้าว่าจะติดอยู่ใน 1 ใน 5 ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ให้ได้ในระยะยาว

นอกจากนี้แผนการของ Xiaomi จะมีการเปิดโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทให้ได้ 219 สาขาทั่วประเทศจีนภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงศูนย์ซ่อมบำรุง 143 เมืองทั่วประเทศจีนภายในปี 2024 นี้ จากเดิมที่มี 86 เมือง

ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทในไตรมาส 1 ของปี 2024 บริษัทมียอดขายสมาร์ทโฟนเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาด 13.8% และยอดขายนั้นเติบโตมากถึง 33.3% โดยการเติบโตหลักๆ มาจากอาเซียน ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่แอฟริกา

อย่างไรก็ดีสำหรับรายได้ของ Xiaomi นั้นรายได้หลักยังคงมาจากการเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทที่กำลังวางจำหน่ายในช่วงเวลานี้ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก และ CEO ของ Xiaomi ได้กล่าวว่าบริษัทจะแยกรายได้ในส่วนรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทให้กับนักลงทุนได้ทราบถึงข้อมูลด้วย

ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 75,500 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 27% และบริษัทมีกำไรทั้งสิ้น 2,300 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทย 11,661 ล้านบาท 

ที่มา – Reuters, CNEVPost

]]>
1474950
หุ้น ‘เสียวหมี่’ พุ่ง 15% หลังบริษัทเปิดตัว ‘รถอีวี’ รุ่นแรกลงตลาด ด้วยยอดจอง 5 หมื่นคันใน 27 นาที https://positioningmag.com/1468671 Tue, 02 Apr 2024 03:43:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1468671 ย้อนไปช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของ เสียวหมี่ (Xiaomi) พุ่งขึ้นเกือบ 10% หลังจากที่บริษัทได้ระบุวันเปิดตัว SU7 รถอีวีรุ่นแรก และหลังจากที่เปิดตัวได้ 4 วัน เมื่อตลาดหุ้นฮ่องกงเปิด หุ้นของเสียวหมี่ก็พุ่งขึ้นอีก 15%

หุ้นของ เสียวหมี่ (Xiaomi) บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนพุ่งขึ้น 15% หลังตลาดฮ่องกงเปิดทำการในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันทำการซื้อขายวันแรกนับตั้งแต่บริษัทเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SU7 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 29,870 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.1 ล้านบาท ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวจะมาชนกับ Tesla Model 3 แต่จะสามารถขับได้ไกลกว่า และถูกกว่าประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 แสนบาท

ที่น่าสนใจคือ ยอดจอง SU7 ของเสียวหมี่มียอดจองบนร้านออนไลน์กว่า 50,000 คัน ภายใน 27 นาที และภายใน 24 ชั่วโมงมียอดจองแตะ 88,898 คัน โดยยอดจองดังกล่าวทำให้ลูกค้าต้องรอรับรถอย่างน้อย 5-7 เดือน เลยทีเดียว ทั้งนี้ เสียวหมี่เปิดเผยว่าโรงงานของบริษัทมีกำลังการผลิตรถที่ 200,000 คันต่อปี

อย่างไรก็ตาม ที่ราคารถของเสียวหมี่เปิดมาได้น่าสนใจนั้น ทาง CEO ของบริษัทอย่าง เหลย จวิน ได้ออกมายอมรับว่า ราคาที่ตั้งนั้นบริษัทยอม ขาดทุน เพื่อต่อสู้กับสงครามราคารถอีวีในปัจจุบัน

สำหรับการลดราคาเกิดขึ้นตลาดรถอีวีจีนนั้น เกิดจากการเติบโตเริ่มแสดงสัญญาณการชะลอตัว สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (China Passenger Car Association) ระบุว่า การรุกของรถยนต์นั่งที่ใช้แบตเตอรี่และรถยนต์ไฮบริดมีมากกว่า 1 ใน 3 ของรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในจีน

Source

]]>
1468671
ประธาน Xiaomi อินเดีย ชี้ “รัฐบาลตรวจสอบบริษัทจีนอย่างหนัก ทำให้ซัพพลายเออร์ไม่กล้าตั้งฐานการผลิตในแดนภารตะ” https://positioningmag.com/1462276 Sun, 11 Feb 2024 17:07:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1462276 เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตสินค้าไอทีจากจีน ยังต้องดิ้นรนในตลาดอินเดียต่อเนื่อง โดยประธาน Xiaomi อินเดีย ชี้ว่า การที่รัฐบาลอินเดียตรวจสอบบริษัทจีนอย่างหนัก ส่งผลทำให้ซัพพลายเออร์ไม่กล้าตั้งฐานการผลิตในแดนภารตะ แม้ว่าจะมีความต้องการที่จะใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศเพิ่มมากขึ้นก็ตาม

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวโดยอ้างอิงเอกสารที่เกี่ยวข้องว่าเสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตสินค้าไอทีจากประเทศจีน ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักในอินเดียชี้ว่าการที่รัฐบาลได้ตรวจสอบบริษัทจีนอย่างหนัก ส่งผลทำให้ซัพพลายเออร์ของบริษัทรู้สึกไม่สบายใจ และไม่กล้าที่จะตั้งฐานการผลิตในประเทศ

Muralikrishnan B. ซึ่งเป็นประธานของ Xiaomi อินเดีย ได้ตอบจดหมายของรัฐมนตรีกระทรวงไอทีของอินเดียว่าจะทำอย่างไรที่ผู้ผลิตสินค้าไอทีรายนี้จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศอินเดีย ซึ่งเขาชี้ว่าบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์นั้นไม่กล้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ เนื่องจากไม่สบายใจกับมาตรการของรัฐบาลอินเดีย

ประธานของ Xiaomi อินเดียยังกล่าวเสริมว่า “รัฐบาลอินเดียจำเป็นต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการสร้างความมั่นใจ เพื่อสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์ที่ผลิตชิ้นส่วนของโทรศัพท์นั้นสร้างโรงงานในประเทศ”

นอกจากนี้ Xiaomi เองยังดิ้นรนด้วยการยื่นฟ้องรัฐบาลอินเดียเพื่อที่จะลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับประกอบโทรศัพท์มือถือ โดยชี้ว่าเพื่อที่จะเพิ่มสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

บริษัทจีนประสบปัญหาในการตีตลาดประเทศอินเดีย เนื่องจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศบริเวณพรมแดน ส่งผลทำให้รัฐบาลอินเดียประกาศข้อระเบียบต่างๆ ที่ส่งผลทำให้บริษัทจากจีนดำเนินธุรกิจได้ยากมากขึ้น ซึ่ง Xiaomi เองเป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

สำหรับผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศอินเดียนั้นเป็น Samsung ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในอินเดียเป็นอันดับ 1 ครองส่วนแบ่งมากถึง 20% รองลงมาคือ Xiaomi ที่ 16% จึงทำให้บริษัทต้องหาทางในการดึงส่วนแบ่งทางการตลาดกลับมา โดยในเดือนกรกฎาคมของปี 2023 ที่ผ่านมา บริษัทได้เตรียมเจาะตลาดอินเดียเพิ่มมากขึ้น แม้ว่า 2 ประเทศนี้จะมีความขัดแย้งก็ตาม

ไม่ใช่แค่ Xiaomi ที่พบปัญหาความยากลำบาก แม้แต่บริษัทคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Vivo ก็ประสบปัญหาที่ว่าเช่นกัน ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียกล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎระเบียบด้านวีซ่าเข้าประเทศ และยังรวมถึงการยักยอกเงินมากถึง 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐออกนอกประเทศ

]]>
1462276
มาอีกบริษัท Xiaomi เตรียมพัฒนาชิปเป็นของตัวเอง ใช้งานในโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า https://positioningmag.com/1443243 Sun, 03 Sep 2023 13:14:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1443243 Xiaomi บริษัทผู้ผลิตสินค้าไอทีรายใหญ่ของประเทศจีน เตรียมที่จะพัฒนาชิปของบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งจะใช้งานในโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ซึ่งจะมีการวางขายในช่วงปีหน้า แต่รายละเอียดนั้นยังมีไม่มากนัก

เว็บไซต์ IT Home รวมถึง TechGoing ได้รายงานข่าวโดยอ้างอิง Blogger สายไอทีในประเทศจีนที่ได้เข้าไปในงานแถลงข่าวภายในบริษัทว่ายักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าไอทีอย่าง Xiaomi ได้เตรียมพัฒนาชิปเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะใช้งานในโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มีข่าวที่ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทนั้นมีแผนที่จะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 มาแล้ว โดยคาดว่าจะมีการผลิตในปีแรกที่ 100,000 คัน ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดนั้นรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ที่กำลังจะวางจำหน่ายจะใช้ชิปของบริษัทที่ผลิตขึ้น

Blogger รายดังกล่าวยังรายงานว่า ในประเด็นของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Lu Weibing ซึ่งเป็นประธานของ Xiaomi ได้กล่าวว่า การผลิตนั้นราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี และเขายังได้กล่าวเสริมว่าบริษัทต้องการที่จะเป็น 1 ใน 5 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวให้ได้ด้วย หลังจาก Xiaomi ได้ลงทุนและวิจัยอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เงินจำนวนมาก

สำหรับราคารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทนั้นคาดว่าเริ่มต้นอยู่ที่ 100,000 หยวน ขณะที่รุ่นแพงสุดจะอยู่ที่ 300,000 หยวน ไม่เพียงเท่านี้บริษัทยังวางแผนที่จะเปลี่ยนสาขาที่ขายอุปกรณ์ไอทีหลายแห่งในประเทศจีนให้กลายเป็นโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทแทนด้วย

นอกจากการพัฒนาชิปแล้ว บริษัทยังได้จดทะเบียนเว็บไซต์ mios.cn กับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่เว็บไซต์นั้นยังไม่มีข้อมูลอะไร โดยคาดว่าจะเป็นเว็บไซต์สำหรับระบบปฎิบัติการ MiOS ของบริษัทกำลังพัฒนาอยู่ในเวลานี้

อย่างไรก็ดีสำหรับรายละเอียดของชิปที่บริษัทพัฒนา ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่บริษัทผู้ผลิตหลายแห่งได้เริ่มเปลี่ยนแนวทางการผลิตมาใช้ชิปที่พัฒนาเป็นของตัวเองไม่ว่าจะเป็น Apple หรือ Alphabet ในโทรศัพท์มือถือหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ หรือแม้แต่บริษัทจีนเองอย่าง HiSilicon ก็พัฒนาชิปโทรศัพท์มือถือให้กับ Huawei

ที่มา – IT Home, TechGoing

]]>
1443243
Xiaomi รับไฟเขียวจากหน่วยงานของรัฐบาลจีนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ คาดเริ่มผลิตได้ 1 แสนคันในปี 2024 https://positioningmag.com/1442145 Wed, 23 Aug 2023 14:16:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1442145 Xiaomi รับไฟเขียวจากหน่วยงานของรัฐบาลจีนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว โดยคาดว่าในปี 2024 บริษัทจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 1 แสนคัน อย่างไรก็ดีการเข้ามาในอุตสาหกรรม EV นี้ถือว่าเป็นความท้าทายของบริษัทไม่น้อย เนื่องจากคู่แข่งมีจำนวนมาก

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวว่า เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตสินค้าไอทีจากประเทศจีน ได้รับไฟเขียวจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ให้บริษัทสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว โดยผู้ผลิตสินค้าไอทีรายนี้ถือเป็น 1 ใน 4 บริษัทที่ได้รับไฟเขียวจากหน่วยงานดังกล่าวตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ตามมาหลังจากบริษัทได้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในสภาวะอากาศหนาวเย็นจัดแล้ว และตั้งเป้าที่จะวางขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2024 และ Lei Jun ซึ่งเป็น CEO ของ Xiaomi ได้กล่าวว่าแผนการที่บริษัทจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นโครงการใหญ่อันสุดท้ายในอาชีพผู้ประกอบการของเขา

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Beijing Daily สื่อของรัฐบาลจีนได้รายงานว่าโรงงานในกรุงปักกิ่งของ Xiaomi จะสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ราวๆ 200,000 คันต่อปี แต่ในปี 2024 ที่บริษัทวางแผนว่าจะวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้นั้นจะผลิตได้ 100,000 คันให้ได้ก่อน

อย่างไรก็ดี Xiaomi จะต้องได้รับไฟเขียวจากกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศ (MIIT) ซึ่งจะประเมินผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในแต่ละรุ่นสำหรับข้อกำหนดด้านเทคนิคและความปลอดภัย

สำหรับตลาดหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจาก Xiaomi คือผู้ใช้งานทั่วไป โดยราคารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทนั้นเริ่มต้นอยู่ที่ 100,000 หยวน ขณะที่รุ่นแพงสุดจะอยู่ที่ 300,000 หยวน ไม่เพียงเท่านี้บริษัทยังวางแผนที่จะเปลี่ยนสาขาที่ขายอุปกรณ์ไอทีหลายแห่งในประเทศจีนให้กลายเป็นโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทแทนด้วย

การเข้ามาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทส่วนหนึ่งมาจากยอดขายสินค้าไอทีของบริษัทลดลง โดยเฉพาะการรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดนั้น ยอดขายสินค้าของบริษัทลดลง 18.9% จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องเข้ามาในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้านี้ด้วย เนื่องจากขนาดตลาดที่ใหญ่กว่า และยังไม่มีผู้ชนะในตลาดที่แท้จริง

นอกจากนี้การเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตหลายรายจะต้องต่อสู้ทั้งในเรื่องของราคาระหว่างกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่ชะลอตัวลงจากสภาวะเศรษฐกิจ และยังรวมถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นความท้าทายไม่น้อย

]]>
1442145
Xiaomi รุกตลาดอินเดียหนัก เพิ่มร้านค้ามากกว่าเดิม หลังส่วนแบ่งตลาดตามหลังคู่แข่งอย่าง Samsung https://positioningmag.com/1437942 Mon, 17 Jul 2023 13:14:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1437942 เสี่ยวหมี่ ผู้ผลิตสินค้าไอทีจากจีน ประกาศรุกตลาดอินเดียหนัก หลังส่วนแบ่งตลาดล่าสุดตามหลังคู่แข่งอย่าง Samsung ขณะเดียวกันบริษัทเองก็ต้องพบกับอุปสรรคในการทำธุรกิจ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนกับอินเดีย

เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ผู้ผลิตสินค้าไอทีหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วยนั้นได้ประกาศรุกตลาดอินเดียเพิ่มมากกว่าเดิม โดยบริษัทต้องการที่จะชิงยอดขายโทรศัพท์มือถือกลับมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเสียตำแหน่งให้กับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Samsung ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าไอทีจากเกาหลีใต้

ขณะเดียวกันประเทศอินเดียมีช่องทางในการขายสินค้าอย่างโทรศัพท์มือถือผ่าน E-commerce ของผู้เล่นรายใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Flipkart หรือ Amazon รวมถึงผู้เล่นรายอื่นก็ตาม โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 44% ของยอดขายโทรศัพท์มือถือภายในอินเดีย แต่ Xiaomi เองก็พยายามที่จะตั้งร้านค้าเพิ่มเติมในการขายสินค้าของบริษัทให้มากขึ้น และเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อสินค้าของบริษัท

Muralikrishnan B. หัวเรือใหญ่ของ Xiaomi ประจำประเทศอินเดียได้กล่าวว่าช่องทางร้านค้ายังถือว่าเป็นสัดส่วนรายได้ราวๆ 34% และบริษัทกำลังเจาะตลาดในช่องทางนี้อยู่ ซึ่งยอดขายตามร้านค้าของคู่แข่งอย่าง Samsung คิดเป็นสัดส่วนถึง 57%

โดย Xiaomi ได้เตรียมที่จะขยายร้านค้าเพิ่มให้ได้มากกว่าปัจจุบันซึ่งมี 18,000 ร้านค้าทั่วประเทศอินเดีย และจะจ้างพนักงานในการส่งเสริมการขายมากกว่า 12,000 คนภายในสิ้นปี 2024 และบริษัทจะยังร่วมมือกับร้านค้าต่างๆ ในการขายสินค้าประเภทอื่นไม่ว่าจะเป็น กล้อง CCTV หรือแม้แต่โทรทัศน์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้นั้นไม่ค่อยมีคู่แข่งในอินเดียมากนัก

ปัจจุบัน Samsung ถือว่ามีส่วนแบ่งการตลาดในอินเดียเป็นอันดับ 1 โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 20% รองลงมาคือ Xiaomi ที่ 16% จึงทำให้บริษัทต้องหาทางในการดึงส่วนแบ่งทางการตลาดกลับมา

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทยืนยันว่าจะยังอดทนที่จะทำธุรกิจในแดนภาระตะต่อไป แม้ว่าบริษัทจะถูกศาลอินเดียอายัดทรัพย์สินมากถึง 676 ล้านเหรียญสหรัฐก็ตาม โดยบริษัทยืนยันถึงความบริสุทธิ์ว่าเงินดังกล่าวนำไปจ่ายให้กับซัพพลายเออร์ รวมถึงบริษัทได้กล่าวว่าจะไม่มีการย้ายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถานก็ตาม

โดยที่ผ่านมาบริษัทจีนประสบปัญหาในการตีตลาดประเทศอินเดีย เนื่องจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศบริเวณพรมแดน ส่งผลทำให้รัฐบาลอินเดียประกาศข้อระเบียบต่างๆ ที่ส่งผลทำให้บริษัทจากจีนดำเนินธุรกิจได้ยากมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความท้าทายของ Xiaomi หลังจากนี้ไม่น้อย

ที่มา – Reuters, South China Morning Post

]]>
1437942
หวานหมู “สมาร์ทโฟนจีน” หลังเกิดสงครามยูเครน Xiaomi-Realme แท็กทีมครองตลาด “รัสเซีย” https://positioningmag.com/1427924 Wed, 19 Apr 2023 12:34:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1427924 Xiaomi และ Realme ผงาดขึ้นครองตลาดสมาร์ทโฟนใน “รัสเซีย” แทนที่ Samsung และ Apple หลังเกิดสงครามยูเครนและการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

M. Video-Eldorado Group บริษัทค้าปลีกท้องถิ่นในรัสเซียเปิดข้อมูล แบรนด์สมาร์ทโฟนจากจีนครองมาร์เก็ตแชร์สูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากแบรนด์ตะวันตกคว่ำบาตรตลาดนี้เนื่องจากเหตุรัสเซียบุกรุกดินแดนยูเครน

โดยยอดขายสมาร์ทโฟนจีนเติบโตขึ้น 42% ในเชิงปริมาณ และมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 70% รวมถึงมีแบรนด์หลักที่ครองตลาดคือ Xiaomi ปรับขึ้นจากอันดับ 2 มาเป็นเบอร์ 1 ของตลาด ขณะที่ Realme ก็ดีดจากเบอร์ 4 มาเป็นอันดับ 2 ของตลาด

ในไตรมาสแรกปี 2023 ชาวรัสเซียซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ประมาณ 6.5 ล้านเครื่อง ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ถ้าคิดเป็นมูลค่าต่อเครื่องแล้ว ราคาที่ซื้อตกลง 23% เหลือเฉลี่ยเครื่องละ 22,000 รูเบิล (ประมาณ 9,200 บาท)

Realme จีน อินเดีย
Realme ดีดขึ้นจากสมาร์ทโฟนเบอร์ 4 มาเป็นเบอร์ 2 ในตลาดรัสเซีย

สำหรับสมาร์ทโฟนที่ตกอันดับคือ Samsung ที่เคยเป็นเบอร์ 1 ในรัสเซีย ปัจจุบันลงมาอยู่อันดับ 3 และ Apple ที่เคยอยู่อันดับ 3 ก็ร่วงมาเป็นอันดับ 4 แทน Counterpoint Research รายงานว่า สองแบรนด์ใหญ่นี้เคยมีมาร์เก็ตแชร์รวมกันแตะ 57% แต่เมื่อถอนตัวจากตลาดแล้วทำให้มาร์เก็ตแชร์ลดเหลือ 34%

ขณะที่อันดับ 5 ปัจจุบันเป็นของแบรนด์ Tecno จากจีน ซึ่งเติบโตได้อย่างรวดเร็วในตลาดรัสเซีย

หลังจากแบรนด์ใหญ่อย่าง Samsung และ Apple ถอนตัวออกจากรัสเซียเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน ทำให้เหล่า “สมาร์ทโฟนจีน” ได้โอกาสในการตีตลาดเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ทั้งสองแบรนด์ยังคงมียอดขายอยู่แม้จะประกาศถอนตัวจากตลาดไปแล้ว เป็นเพราะรัฐบาลรัสเซียอนุญาติให้มีการนำเข้าได้โดยไม่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ ยกตัวอย่างเช่น M. Video-Eldorado Group ก็หันมานำเข้าสมาร์ทโฟน Samsung และ Apple ผ่านทางประเทศคาซัคสถานแทน

Samsung และ Apple เสียส่วนแบ่งการตลาดในรัสเซีย หลังมาตรการคว่ำบาตร

ขณะที่จีนก็ยังคงทำการค้ากับรัสเซียตามปกติและยิ่งเพิ่มมูลค่าซื้อขายระหว่างกัน เมื่อปี 2022 การค้าระหว่างจีนกับรัสเซียมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 34.3% ขึ้นไปแตะ 1.89 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และทั้งสองประเทศยังวางเป้าหมายที่จะมีมูลค่าการค้าขายระหว่างกันขึ้นไปแตะ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2024 อีกด้วย

การดำรงการค้าของเอกชนจีนกับรัสเซียก็มิใช่ว่าจะไม่มีผลกระทบทางลบเสียเลย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัปดาห์ก่อน หน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชันในยูเครน นำชื่อบริษัท Xiaomi และผู้ก่อตั้ง/ซีอีโอ “เหล่ย จุน” รวมถึงชื่อบริษัท/ผู้บริหารอีกมากมาย ไปไว้ในทำเนียบรายชื่อ “ผู้สนับสนุนสงครามระหว่างประเทศ” ซึ่งทาง Xiaomi ออกมาปฏิเสธแล้วว่าบริษัทไม่ได้สนับสนุนการทำสงครามใดๆ ทั้งสิ้น

Source

]]>
1427924
CEO ของ Xiaomi เผย รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของบริษัทจะวางขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 https://positioningmag.com/1422193 Thu, 09 Mar 2023 09:30:25 +0000 https://positioningmag.com/?p=1422193 Xiaomi ผู้ผลิตสินค้าไฮเทคหลากหลายชนิด ได้กล่าวว่าบริษัทจะวางขายรถยนต์ไฟฟ้าในครึ่งแรกของปี 2024 ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยในสภาวะอากาศหนาว หลังจากที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมาว่าบริษัทจะเป็นอีกผู้เล่นในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Lei Jun ซึ่งเป็น CEO ของ Xiaomi ได้กล่าวในการประชุมว่าบริษัทได้ลงทุนไปกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 3,000 ล้ายหยวนแล้ว และมีทีมงานมากถึง 2,300 คน และมีโรงงานที่สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้มากถึง 300,000 คันต่อปี

นอกจากนี้ CEO ของ Xiaomi ยังได้กล่าวว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ณ เวลานี้ก้าวหน้าไปอย่างมาก

ตลาดหลักของรถยนต์ไฟฟ้าจาก Xiaomi คือผู้ใช้งานทั่วไป โดยราคารถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทนั้นเริ่มต้นอยู่ที่ 100,000 หยวน ขณะที่รุ่นแพงสุดจะอยู่ที่ 300,000 หยวน และผู้ผลิตสินค้าไฮเทคจากจีนรายนี้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้สภาวะอากาศหนาวแล้วเสร็จเมื่อไม่นานมานี้

การเข้ามาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของผู้ผลิตสินค้าไฮเทครายนี้เนื่องจากยอดขายโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ได้เติบโตตามเป้ามากนัก โดยก่อนหน้านี้ Lei ได้กล่าวว่าบริษัทวางแผนที่จะเอาชนะ Apple ในยอดขายโทรศัพท์มือถือให้ได้ภายใน 3 ปี

อย่างไรก็ดีช่วงเวลาที่วางขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนแข่งขันอย่างดุเดือดมากสุด เนื่องจากปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในจีนหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Xpeng และ Nio ฯลฯ รวมถึง BYD ผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองตลาดจีน

ที่มา – Technode, SCMP

]]>
1422193
‘iPhone’ ครองแชมป์สมาร์ทโฟนขายดีประจำ Q4 แม้จะเป็นไตรมาสที่ตลาดแย่สุดในรอบ 10 ปี https://positioningmag.com/1416011 Thu, 19 Jan 2023 11:38:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1416011 2022 ถือเป็นปีที่ไม่ได้ดีนักสำหรับตลาด สมาร์ทโฟน ที่ดูเหมือนจะมาถึงจุดอิ่มตัวจริง ๆ แล้ว โดยช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ภาพรวมก็ติดลบถึง -17% อย่างไรก็ตาม แบรนด์ที่สามารถครองตำแหน่งแชมป์ในไตรมาสดังกล่าวได้ก็คือ iPhone ของ Apple แซงหน้า Samsung

แม้ว่าในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว Apple จะเจอปัญหาด้านซัพพลายเชน เนื่องจาก Zero Covid ของจีน แต่ยอดจัดส่ง iPhone ก็ขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาด โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่ 25% ตามด้วย Samsung ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 20% อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2022 ซัมซุงยังคงเป็นที่ 1 ในตลาด

ส่วนอันดับ 3 ของตลาดในไตรมาส 4 ได้แก่ Xiaomi โดยส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 11% เนื่องจากกำลังโดนเบอร์ 4 และ 5 ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติอย่าง OPPO (ส่วนแบ่งตลาด 10%) และ Vivo (ส่วนแบ่งตลาด 8%) แย่งตลาดในอินเดีย

สำหรับภาพรวมของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 4 นั้นติดลบถึง -17% ขณะที่ภาพรวมทั้งปีติดลบถึง -11% โดยคาดว่ายอดจัดส่งทั่วโลกมีไม่ถึง 1.2 พันล้านเครื่อง เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง

“ผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนต้องดิ้นรนในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ยากลำบากตลอดปี 2022 ไตรมาสที่ 4 ถือเป็นผลประกอบการประจำปีและไตรมาสที่ 4 ที่แย่ที่สุดในรอบทศวรรษ” Runar Bjørhovde นักวิเคราะห์จาก Canalys Research กล่าว

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนปี 2023 นี้ Canalys คาดการณ์ว่า ตลาดจะเติบโตในระดับคงที่ถึงเล็กน้อย แม้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ผ่อนคลายลง แต่ผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และตลาดแรงงานจะจำกัดศักยภาพการเติบโตของตลาด ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลเสียต่อตลาดที่อิ่มตัวและตลาดระดับกลางถึงระดับบน

และแม้ว่าจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศและภาคธุรกิจ แต่การกระตุ้นของรัฐบาลก็มีแนวโน้มที่จะแสดงผลใน 6-9 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีบางภูมิภาคมีแนวโน้มที่จะเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในจีนซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางธุรกิจ

Source

]]>
1416011