เปิดสถิติ รองเท้าสตั๊ด รุ่นไหน แบรนด์ใด ที่นักเตะใส่แล้วทำประตูได้มากที่สุดในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2018-2019


by Admin
10-07-2019 15:40:25

เมื่อพูดถึงฟุตบอลในระดับสโมสรรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวทียุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2018-2019 แล้ว ผลการแข่งขันที่เหนือความคาดหมายในหลาย เกม ทำให้ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่สนุกและเร้าใจ

แต่ละทีมต่างก็มีฟอร์มที่น่าประทับใจในทัวร์นาเมนต์นี้ก็ได้อัดแน่นไปด้วยการทำประตูที่น่าตื่นเต้น

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจในการแข่งขันครั้งนี้คือ มีการทำประตูและการทำเข้าประตูตัวเองจากนักเตะทั้งหมด 178 คน รวมทั้งสิ้น 360 ประตู แน่นอนหนึ่งในผลงานการทำประตูย่อมหนีไม่พ้นนักเตะระดับโลกอย่าง Lionel Messi, Cristiano Ronaldo, Neymar, Sergio Aguero และนักเตะอีกมากมาย

นอกจากทักษะและการฝึกฝนในการทำประตูแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าอะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เหล่านักเตะทังหลายประสบความสำเร็จ 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงเล่นของนักฟุตบอลนั้นก็คือ รองเท้าฟุตบอลหรือรองเท้าสตั๊ด ซึ่ง iPrice ได้รวบรวมรองเท้าสตั๊ดตัวพ่อรุ่นแจ่ม มากมายที่นักฟุตบอลใส่แล้วทำประตูได้มากที่สุดในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2018-2019 นี้ จากข้อมูลเว็บไซต์ยูฟ่า (UEFA) และ Football Boots DB โดยมี 8 สถิติที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ในฟุตบอลรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้ ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์มีเพียง 6 แบรนด์เท่านั้นที่นักฟุตบอลมือฉมังใส่แล้วสามารถทำประตูได้ เช่น Nike, Adidas, Puma, New Balance, Under Armour และ Mizuno  

2. รองเท้าฟุตบอล Nike คือแบรนด์รองเท้าที่ถูกนักเตะใช้มากที่สุดและยังเป็นแบรนด์ที่ผู้ทำประตูในฤดูกาลนี้ใส่มากที่สุด ด้วยจำนวน 178 ประตู รวมไปถึงการทำประตูในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย ตามมาด้วยแบรนด์ดังอย่าง Adidas อยู่ที่ 154 ประตู แบรนด์ Puma 24 ประตู แบรนด์ New Balance 4 ประตู แบรนด์ Under Armour และ แบรนด์ Mizuno อย่างละ 1 ประตู

3. รู้หรือไม่ว่ามีนักฟุตบอลเข้าร่วมรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกทั้งหมด 352 คน จาก 32 ทีมทั่วยุโรป และทั้ง 360 ประตูจาก 125 เกม ในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ เกิดจากรองเท้าฟุตบอลถึง 18 รุ่น ใน 6 แบรนด์ดังเหล่านี้ด้วยกัน  

4. รองเท้าฟุตบอลของ Nike รุ่น Mercurial คือรองเท้าสตั๊ดรุ่นสุดฮิตที่นักฟุตบอลเลือกสวมใส่มากที่สุดและยังถูกใช้ในการทำประตูมากที่สุด ด้วยจำนวนถึง 95 ประตู ตามมาด้วยแบรนด์ Adidas รุ่น X โดยมีสถิติการทำประตูอยู่ที่ 85 ประตู และ 39 ประตูจาก Nike รุ่น Phantom VNM 

อย่างไรก็ตาม รองเท้าฟุตบอลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Adidas X โดยมีผลพลอยมาจากการที่นักเตะทีมลิเวอร์พูลใส่ทำ 2 ประตูนัดชิงชนะเลิศอันพาให้ทีมฟุตบอลสัญชาติอังกฤษนี้เป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในครั้งนี้นั่นเอง

5. 10 อันดับการทำประตูที่ยอดเยี่ยมในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนี้มาจากนักฟุตบอลที่ใส่รองเท้า Nike Adidas และ Puma โดยมีสถิติการทำประตูสูงถึง 64 ครั้งเลยทีเดียว

6. อันดับดาวยิงสูงสุดในรายการยูฟ่าแชมเปปี้ยนส์ลีก ได้แก่ Lionel Messi พร้อมรองเท้าคู่ใจอย่าง Adidas Nemeziz ที่กดประตูไปถึง 12 ประตู แบ่งเป็น 9 ประตู จากเท้าซ้ายข้างถนัด และอีก 3 ประตูจากเท้าขวา Messi ซึ่งได้สวมรองเท้า Adidas มาตั้งแต่ปี 2017 มากไปกว่านั้นในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ยังมีการบันทึกว่า Messi สามารถทำประตูได้ถึง 106 ประตูรวมทุกรายการ

7. 83 % ของประตูในรายการนี้มาจากนักฟุตบอลที่ใส่รองเท้าจากแบรนด์ Adidas และ Nike แบ่งออกเป็น 7 รุ่นจาก Adidas ได้แก่ Adidas X, adidas Nemeziz, adidas Predator, adidas Copa, adidas F50, adidas Glitch และ adidas 11pro 

ในส่วนของแบรนด์ Nike แบ่งออกเป็น 6 รุ่นด้วยกัน Nike Mercurial, Nike Phantom, Nike Tiempo, Nike Phantom VSN, Nike Hypervenom และ Nike Magista

8. ผลสำรวจพบว่า ในทัวร์นาเมนต์นี้ ผู้ผลิตองเท้าสตั๊ดแบรนด์ดังจากทั่วโลกยังแข่งขันแย่งชิงความเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Adidas และ Puma ที่มาจากประเทศเยอรมัน หรือแบรนด์รองเท้าฟุตบอลยักษ์ใหญ่อย่าง Nike, New Balance และ Under Armour ที่มาจากประเทศอเมริกา จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่มาจากทวีปเอเชียอย่าง Mizuno แบรนด์รองเท้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็น 0.28% จากจำนวนประตูทั้งหมดในรายการนี้เท่านั้น

การศึกษาข้อมูล

นอกจากนี้ iPrice ได้รวบรวมข้อมูลผู้ทำประตูจาก UEFA.com และ Football Boots ในทัวร์นาเมนต์ UEFA Champions League 2018-2019 โดยไม่รวมเอาสถิติการทำประตูตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลทั้งหมด iPrice ได้ทำการจำแนกเป็นข้อมูลของแต่ละแบรนด์ และแต่ละรุ่นรองเท้าในการทำประตู 


  • เก็บข้อมูล และวิเคราะห์โดย Aldo Fenalosa iPrice Inonesia
  • แปล และเรียบเรียงโดย อัฎฮา เหล็มหนู iPrice Thailand
ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter