คุณแม่เซ็งผ้าอ้อมแพง Kimberly-Clark ยันยังขายดีไม่อ่วมพิษภาษีสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

0
22

Photo : cnbc

CEO บริษัทใหญ่ Kimberly-Clark ระบุสงครามการค้าจีนสหรัฐฯไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท ยอมรับราคาสินค้ากลุ่มผ้าอ้อมและกระดาษชำระแพงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว แต่ไม่ใช่เพราะพิษการเมืองเรื่องขึ้นภาษี ยืนยัน Kimberly-Clark ไม่ได้นำเข้าแต่เน้นผลิตในท้องถิ่นเพื่อลูกค้าในพื้นที่มาต่อเนื่อง

Michael Hsu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kimberly-Clark บริษัทผู้ผลิตผ้าอ้อม Huggies แสดงความเห็นถึงกรณีที่สินค้ากลุ่มผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก กระดาษชำระ Kleenex และผลิตภัณฑ์อื่นแบรนด์ Cottonelle ของ Kimberly-Clark ส่วนใหญ่มีราคาแพงขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 เป็นต้นมา ว่าการปรับขึ้นราคาในสหรัฐฯไม่ได้มีสาเหตุเพราะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ผิดกับสินค้านำเข้ากลุ่มอื่นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า

Hsu ระบุว่าในภาพรวม บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสู่ตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว Kimberly-Clark ผลิตสินค้าในตลาดท้องถิ่นสำหรับผู้บริโภคในพื้นที่ การประกาศว่าสินค้าของ Kimberly-Clark ไม่ได้รับผลเสียจากภาษีศุลกากรส่งให้หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก

แข็งแกร่งทั้งในจีนและสหรัฐฯ

Hsu ซึ่งเข้ามาเป็นซีอีโอ Kimberly-Clark ในเดือนมกราคม 2019 เชื่อว่า Kimberly-Clark เป็นแบรนด์ที่มีความพิเศษ เพราะแม้ผู้บริโภคจะรับรู้ว่า Kimberly-Clark เป็นแบรนด์อเมริกัน แต่ลูกค้าก็จะมอง Kimberly-Clark ว่าเป็นสินค้าในท้องถิ่นเช่นกัน เนื่องจากแหล่งผลิตที่หลากหลาย ซึ่งทำให้ Kimberly-Clark ได้ใจลูกค้าในพื้นที่มาตลอด

ผลคือยอดขายของ Kimberly-Clark เพิ่มขึ้นเป็นเลข 2 หลักต่อเนื่องหลายไตรมาส ส่งผลให้หุ้น Kimberly-Clark เพิ่มขึ้น 22.4% หลังจากลดลงต่อเนื่องระหว่างเดือนมีนาคม 2017 และเมษายน 2018 โดยล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของ Kimberly-Clark เพิ่มขึ้นก่อนจะลดลงในช่วงปิดตลาด 1.5% ที่ 139.48 เหรียญสหรัฐ

คำให้สัมภาษณ์ของ CEO เจ้าพ่อผ้าอ้อมยังเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า การผลิตในท้องถิ่นของ Kimberly-Clark ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ท่ามกลางสงครามการค้า เพราะไม่เพียงแต่การหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรได้สำเร็จ แต่กลยุทธ์นี้ยังทำให้ผู้บริโภคจีนไม่มอง Kimberly-Clark ว่าเป็นบริษัทอเมริกันแบบเต็มตัว ทำให้ Kimberly-Clark ประสบความสำเร็จในการบุกตลาดจีนจนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

นวัตกรรมช่วยลดต้นทุน

สำหรับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ผู้บริหาร Kimberly-Clark ระบุว่าเป็นเพราะกลไกตลาด ซึ่งทีมงานของบริษัทกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าพรีเมี่ยมในราคาต้นทุนที่ลดลง โดยที่ผ่านมา Kimberly-Clark ยืนยันว่าการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นชัดเจนในปี 2018 ที่ผ่านมา

แต่แม้ราคาจะแพงขึ้น ผู้บริโภคก็ไม่ได้หันหลังให้กับ Kimberly-Clark ยอดขายที่ยังสดใสทำให้บริษัทมองว่าจะมีโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ลดลงตามราคาต้นทุนสินค้าที่จะลดลงแน่นอนในปีนี้ ซึ่งสะท้อนว่า Kimberly-Clark จะมีโอกาสได้ลงทุนในแบรนด์ Kimberly-Clark อีกครั้ง

การยืนยันของ Kimberly-Clark ถือว่าสวนทางกับความเห็นของนักวิเคราะห์รายอื่นที่กังวลกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากมาตรการภาษีซึ่งจะทำให้สินค้าที่นำเข้าจากปรเะเทศจีน มีราคาแพงขึ้นเมื่อนำมาจำหน่ายในสหรัฐฯ โดยสถิติพบว่าการจับจ่ายใช้สอยสินค้าจีนของผู้บริโภคคิดเป็น 70% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม Kimberly-Clark ไม่กังวลปัญหาเศรษฐกิจ ถดถอยที่อาจทำให้ยอดขายลดลง เนื่องจาก Hsu มองเห็นความแข็งแกร่งจากผู้บริโภค โดยมั่นใจว่าผู้บริโภคสหรัฐฯมีความยืดหยุ่นมากในการจับจ่าย.

Source