แม่เหล็กใหม่! Facebook Watch ดึง “เวิร์คพอยท์-ช่อง 3-ONE 31-วู้ดดี้” สร้างโซเชียลวิดีโอไทย

0
104

คนไทยเสพคอนเทนต์วิดีโอสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งก็สอดคล้องกับสถิติของ Facebook Watch ที่พบว่าบริการวิดีโอบนเฟซบุ๊กในประเทศไทยโดดเด่นระดับแนวหน้าในภูมิภาค ภารกิจหลังจากนี้ คือการสร้างวิดีโอที่ดึงดูดผู้ชมและการเปิดทางให้ผู้สร้างวิดีโอทำรายได้ 

พาเรช ราชวัต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์วิดีโอ ซึ่งดูแลการพัฒนาบริการ Facebook Watch ระดับโลก  กล่าวว่าภารกิจหลักที่ Facebook Watch จะทำในไทยช่วงปีนี้ถึงปีหน้า คือการเติมเต็ม อีโคซิสเต็ม โดยจะเน้นสร้างประสบการณ์รับชมวิดีโอบน Facebook Watch ขณะเดียวกันก็จะเน้นให้ ผู้สร้าง มีช่องทางสร้างรายได้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งให้ผู้สร้างต้องการสร้างวิดีโอเนื้อหาดีเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมต่อเนื่อง

คนไทยนิยมดูวิดีโอบน Facebook Watch มาก ถือเป็นประเทศที่โดนเด่นระดับแนวหน้าในภูมิภาค ในช่วง 1 ปีที่เปิดให้บริการ Facebook Watch มีผู้ชม 720 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้ 140 ล้านคนชมนานกว่า 1 นาทีพาเรชระบุ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลการชมวิดีโอเฉพาะประเทศไทย

ในจำนวน 140 ล้านคนนี้ สถิติการชม Facebook Watch คิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยมากกว่า 26 นาทีต่อวันต่อคนสถิตินี้ถือว่าน่าสนใจเพราะแสดงให้เห็นว่าผู้คนตั้งใจรับชมจริงจัง

สิ่งที่ทำให้ Facebook Watch แตกต่างจากบริการวิดีโออื่นคือการชมวิดีโอบน Facebook Watch ไม่ใช่การชมแบบชมแล้วจบไป (passive) แต่เป็นการชมที่ทำให้เกิดการแชร์ประสบการณ์ร่วม การเชื่อมต่อผู้ใช้เข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ Facebook Watch ทำได้ด้วยการเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง การเสริมประสบการณ์ด้วยการเปิดฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ชมวิดีโอร่วมกัน (Co-watching) เมื่อชมเป็นกลุ่มก็นำไปสู่การโต้ตอบหรือ Interactivity ซึ่งปฏิสัมพันธ์ ความเห็น การกดไลค์ หรือการแชร์จะนำไปสู่การสร้างชุมชนหรือ community ทำให้เกิดกลุ่มคนที่ชื่นชอบในเนื้อหาประเภทเดียวกัน

เมื่อมีการดูวิดีโอร่วมกัน เราพบว่าผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้มากขึ้น 8 เท่าเมื่อเทียบกับการดูคนเดียว เป็นอีกจุดต่างจากแพลตฟอร์มอื่น

ดันอีโคซิสเต็มเกิดในไทย

แมทธิว เฮนนิก หัวหน้าฝ่ายการวางแผนกลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ ระบุว่าวันนี้ Facebook Watch พยายามสร้าง 2 อีโคซิสเต็มให้เกิดขึ้นคือการพัฒนาระบบโฆษณา และการลงทุนด้านเนื้อหาของ Facebook Watch เอง โดยส่วนโฆษณา Facebook Watch เริ่มเปิดให้ผู้สร้างวิดีโอใส่โฆษณาคั่นในวิดีโอ (Ad break) ใน 40 ประเทศรวมไทย สถิติล่าสุดคือ Ad break ถูกนำมาปรับใช้ในเพจมากขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากปีที่แล้ว

ตัวอย่าง เพจ Doi (ดอยแม่สลอง สื่อสังคมออนไลน์) ถือเป็นครีเอเตอร์คนไทยที่ใช้ Ad break แล้วประสบความสำเร็จ จากช่วงแรกที่มีทีมงาน 2 – 3 คน ตอนนี้ขยายเป็น 14 – 15 คน ในระบบมีบรรยายซับไตเติลหลายภาษา ทำให้มีการเปิดชมทั่วอาเซียน

สำหรับการลงทุนเนื้อหา Facebook Watch แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือการลงทุนระดับโลก การสร้างเนื้อหาที่ผลิตเองเพื่อเผยแพร่บน Facebook Watch และการร่วมมือกับผู้ผลิตกลุ่มครีเอเตอร์ดิจิทัล

จับมือ 5 แม่เหล็กคอนเทนท์ไทย

ความคืบหน้าล่าสุดของ Facebook Watch ในไทยคือการประกาศจับมือกับ 5 แม่เหล็กในวงการคอนเทนต์ไทย ได้แก่ 1. เวิร์คพอยท์ นำเนื้อหาพรีเมียมจากรายการฮิตอย่าง The Rapper, The Mask Singer, I Can See Your Voice ไปสู่ผู้ใช้ทั่วโลก 2. บีอีซี หรือช่อง 3 ที่จะนำคลิปวิดีโอละครฮิต เบื้องหลังการถ่ายทำ และเนื้อหาฉบับเต็มก่อนการตัดต่อมาฉายบน Facebook Watch 3. เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ที่จะเน้นรายการตลกและรายการเกมโชว์ 4. วู้ดดี้ ที่ยังไม่เผยรูปแบบรายการ และ 5. ช่อง ONE 31 ช่องละครฮิตจากแกรมมี่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นรายล่าสุด

เพราะคนไทยชอบความบันเทิง หลายคนอยากรู้ตอนต่อไป เมื่อมีความอยากรู้อยากชมจึงสร้างการสนทนาบนโซเชียลได้มากขึ้น

สำหรับรายการวู้ดดี้เวิร์ล จะเป็นรายการนวัตกรรมประเภทใหม่ที่อาจจะชวนผู้สร้างรายอื่นให้มาร่วมกันจนเกิดเป็นคอนเทนต์แบบใหม่ ทำให้เกิดการรับชมร่วมกัน กลายเป็นคอนเทนต์ที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง และต่อไปจะมีละครจาก One 31 ซึ่งมีเพจที่สมาชิกสูงถึง 3 แสนคน และเริ่มเปิดให้สมาชิกเลือกตอนจบของละครตามกระแสในโซเชียลแล้ว

เปิดครีเอเตอร์หารายได้โฆษณา

นอกจากผู้สร้างเนื้อหาที่เป็นบริษัทรายใหญ่ นโยบายการช่วยเหลือ ครีเอเตอร์รายเล็ก จะทำผ่านการให้บริการเครื่องมือ ซึ่งครีเอเตอร์สามารถรับโฆษณาคั่นหรือ Ad break ในวิดีโอเพื่อสร้างรายได้ทันทีที่ผู้ติดตามในเพจมีมากกว่า 10,000 คน และต้องมียอดการรับชม 1 นาทีให้กับวิดีโอที่มีความยาวอย่างน้อย 3 นาทีถึง 30,000 ครั้งในช่วง 60 วัน

วิดีโอที่ประสบความสำเร็จบน Facebook Watch จะมีความยาวเท่าใดก็ได้ แต่ถ้าอยากหารายได้คือ 3 นาทีเป็นอย่างต่ำ จุดที่เน้นคือคุณภาพ การเป็นวิดีโอต้นฉบับ และการทำให้ผู้ชมอยากกลับมาดูซ้ำอีก

สิ่งที่ครีเอเตอร์ต้องใส่ใจคือการหาวิธีดึงผู้ชมให้กลับมาชมอีกจนเป็นนิสัย และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ทีม Facebook Watch ก็จะพัฒนาระบบที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์รับชม เช่น การไม่ใส่ Ad break จนรำคาญ ผู้ผลิตสามารถเลือกได้ว่าจะใส่โฆษณาคั่นจำนวนเท่าใด และจะมีอัลกอริธึมให้การใส่โฆษณาคั่นทำได้อย่างเหมาะสม.

Source