Strategic Move

เปิด 5 เหตุผล “สิงห์” เข้าซื้อ “ซานตา เฟ่” ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจอาหารต้นน้ำ-ปลายน้ำ

เจาะเบื้องหลังฟู้ด แฟคเตอร์ ธุรกิจอาหารในเครือสิงห์ คอร์เปเรชั่น เข้าซื้อกิจการร้านสเต็กซานตา เฟ่ ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านบาท เป็นการลุยธุรกิจอาหารเต็มสูบ หวังปั้นรายได้ 4,000 ล้านภายใน 3 ปี

open_santafe

เจาะเบื้องหลังฟู้ด แฟคเตอร์ ธุรกิจอาหารในเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการร้านสเต๊กซานตา เฟ่ ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านบาท เป็นการลุยธุรกิจอาหารเต็มสูบ หวังปั้นรายได้ 4,000 ล้านภายใน 3 ปี

รู้จัก “ฟู้ด แฟคเตอร์” ธุรกิจอาหารในเครือสิงห์

เป็นอีกหนึ่งดีลใหญ่ในวงการอาหาร เมื่อฟู้ด แฟคเตอร์ บริษัทในเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่นที่นำทัพโดย “ปิติ ภิรมย์ภักดี” ได้เข้าซื้อกินการร้านสเต๊กซานตา เฟ่ จากบริษัท เคที เรสทัวรองท์ (KT) จำกัด ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านบาท เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 88% โดยที่ทาง KT ยังคงร่วมบริหารก่อน 3 ปี จากนั้นค่อยมีข้อตกลงกันใหม่

ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทแม่อย่าง “บุญรอดบริวเวอรี่ หรือ สิงห์ คอร์เปอเรชั่นได้ให้น้ำหนักกับธุรกิจนอนแอลกอฮอล์มากขึ้น มีการ Diversify ไปยังธุรกิจใหม่ๆ ให้มีความหลากหลาย ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจหลัก 6 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

  • ธุรกิจเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม 
  • ธุรกิจบรรจุภัณฑ์บางกอกกล๊าส 
  • ธุรกิจระดับภูมิภาค (รีจินัล) ภายใต้ สิงห์ เอเชีย โฮลดิ้ง 
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสิงห์เอสเตท 
  • ธุรกิจซัพพลายเชนภายใต้บุญรอดซัพพลายเชน
  • ธุรกิจอาหาร โดยฟู้ด แฟคเตอร์ 
Food-Factors_5

ในส่วนของธุรกิจอาหารที่แต่เริ่มเดิมทีไม่ได้มีการจัดกลุ่มที่ชัดเจนมากนัก จนเมื่อ 1 - 2 ปีที่ผ่านมาต้องการให้ภาพชัดเจนขึ้น ลงทุนหนักขึ้น ได้เปิดบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ด้วยงบลงทุน 5,000 ล้านบาท หวังเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอาหารแบบครบวงจร จากต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ปัจจุบันมีการแบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มการผลิตและผลิตภัณฑ์ (Food Product & Production) 2. กลุ่มเครือข่ายธุรกิจอาหาร (Food Network) 3. กลุ่มร้านอาหาร (Food Retail)

แน่นอนว่าการที่จะสร้างการเติบโตแบบรวดเร็วได้นั้น การซื้อกิจการจึงเป็นคำตอบแรกของการทำธุรกิจในยุคนี้ ฟู้ด แฟคเตอร์เองจึงมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยสร้างการเติบโตนั้น จึงเกิดเป็นดีลซื้อกิจการร้านซานตา เฟ่ นั่นเอง

Food-Factors_1

ถ้าถามถึงเหตุผลในการเข้าลงทุนครั้งนี้ “ปิติ ภิรมย์ภักดี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ได้เปิดอกอย่างเต็มที่ สามารถสรุปได้ 5 ข้อใหญ่ๆ

1. เสริมพอร์ตธุรกิจอาหาร

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารในพอร์ตโฟลิโอของฟู้ด แฟคเตอร์ ประกอบด้วยร้านฟาร์ม ดีไซน์ ร้านอาหารญี่ปุ่น Kitaohji และ Est33 โดยบริษัท เอสคอมพานี จำกัด ดูแลกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร 

การที่ได้ร้านสเต็กซานตา เฟ่เข้ามาเติมพอร์ตเรียกว่าสามารถสร้างความแข็งแกร่งได้ เพราะซานตา เฟ่เองมีการทำตลาดมาเป็น 10 ปี เป็นร้านสเต๊กในระดับแมสที่ทุกคนเข้าถึงได้ ปัจจุบันมี 117 สาขา

73300741_2647496528605277_3930044274413928448_n

อีกทั้งเคทีฯ ยังมีร้าน “เหม็งนัวนัวอีกแบรนด์ที่อยู่ในเครือเป็นร้านอาหารอีสาน ปัจจุบันมี 7 สาขา เรียกว่าได้ทั้งร้านสเต๊ก และร้านอาหารอีสานเข้ามาเติมพอร์ต

อีกทั้งร้านอาหารสเต๊กยังเป็นกลุ่มอาหารที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังมีไม่มากนัก และคู่แข่งรายใหญ่ๆ ในตลาดมีเพียง 2 - 3 ราย นอกนั้นเป็นแบรนด์เล็กๆ และยังมีโอกาสขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนอีกด้วย หลังจากก่อนหน้านี้นำร่องขยายไปแล้วที่กัมพูชา

2. เคมีตรงกัน คุยกันถูกคอ

ปิติเผยถึงเบื้องหลังของดีลนี้ว่า มีการพูดคุยเจรจากัน 9 เดือน เป็นช่วงจังหวะที่กองทุนที่ถือหุ้นใหญ่ของเคทีฯ​ ได้ถอนตัวออกพอดี ฟู้ด แฟคเตอร์จึงได้จังหวะเข้าลงทุนต่อด้วยสัดส่วน 88% สิ่งที่ทำให้ได้ร่วมทุนกันคือเคมีที่ตรงกัน

“จากที่คุยกัน 9 เดือน มีการทำแผนร่วมกันตลอด มองว่าการลงทุนครั้งนี้มองเรื่องความสุขของผู้เกี่ยวข้องทั้งทีมงาน ลูกค้า แฟรนไชส์เป็นหลัก มีการมองถึง Passion ร่วมกัน มีการคุยกันรู้เรื่องถูกคอ มองถึงวัฒนธรรมองค์กรคัลเจอร์ของเคทีที่ต้องเข้ากับสิงห์ที่มีอายุ 86 ปี การทำอาหารให้อร่อย และเหมือนเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา และทรหด ต้องไม่ฝืน ต้องมีเคมีตรงกัน”

0011

ทางด้าน สุรชัย ชาญอนุเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ได้บอกว่า ก่อนหน้าที่จะมาคุยกับทางสิงห์ มีบริษัทให้คุยด้วยถึง 50 บริษัท ให้ PWC เป็นผู้จัดหาให้ เพราะต้องหานักลงทุนหลังจากที่กองทุนจะทำการ Exit ออก จากนั้นได้มีการคัดเลือกจนเหลือ 7 บริษัทและได้ตกลงปลงใจกับฟู้ด แฟคเตอร์ในที่สุดเพราะเคมีตรงกัน ราคาเหมาะสม และมีความใจใหญ่พอ

อีกทั้ง ฟู้ด แฟคเตอร์ มี Infrastructure พร้อม ทั้งเรื่องโรงงาน โลจิสติกส์ R&D และเป็นบริษัทคนไทยด้วยกัน พูดคุยกันง่าย จากที่แต่ก่อนเคทีฯ ไม่มี R&D มาก่อนเลย 

3. ครอบคลุมธุรกิจอาหารตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ

การมีร้านซานตา เฟ่เข้ามาจะช่วยทำให้ธุรกิจอาหารครบวงจรขึ้น จากเดิมที่มีโรงงาน มีแบรนด์อาหาร การเติมร้านอาหารเข้ามาช่วยทำให้เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง อีกทั้งยังเข้ามาเสริมเรื่องธุรกิจซัพพลายเชนด้วย

30443534_1719341384775799_5760340322701803520_n

สำหรับแผนในอนาคตเพื่อสร้างซัพพลายเชนธุรกิจอาหารให้ครบวงจร ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำ ครัวกลาง (Central Kitchen) เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิต การจัดตั้งศูนย์การกระจายสินค้า (Central Distribution) หลังจากธุรกิจมีมูลค่ามากเพียงพอ โดยร่วมกับกลุ่มเฮสโก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการผลิตอาหาร, กลุ่ม Food innovation Center ศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่ม Bevchain logistics การบริหารจัดการและการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

4. ใช้หน้าร้านเป็นเวิร์กช้อปทดลองสินค้า

นอกจากร้านอาหารจะเป็นพื้นที่สำหรับขายอาหารแล้ว ยังเป็นเหมือนพื้นที่รีเทลไว้ขายสินค้าในเครือด้วย แน่นอนว่าจะได้เห็น “ซอสต๊อด ภายในร้านซานตา เฟ่ อย่างแน่นอน แต่เบื้องต้นจะเป็นการขายเป็นเมนูพิเศษ วางขาย 7 สาขา ยังไม่มีวางขายเป็นขวดเหมือนกับขายในโมเดิร์นเทรด

“หน้าร้านถือเป็น Research Center ที่ดี เป็นที่วางสินค้าที่ดี ทำให้ดูผลตอบรับของลูกค้าได้ ถ้าลูกค้าชอบก็มาซื้อใหม่ การทำธุรกิจอาหารเป็นศาสตร์และศิลป์ ไม่มีอะไรลงตัว ต้องมีการทดลองไปเรื่อยๆ”

73390870_2647499151938348_5966902359576543232_o-e1572255681539

นอกจากนี้ยังมีแผนในการจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม เช่น น้ำดื่ม เบียร์ ข้าวบรรจุถุงพันดี ฯลฯ พร้อมร่วมคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันกับกลุ่มบริษัท เฮสโก โซลูชั่น จำกัด และบริษัท เฮสโก ฟู้ด จำกัด และยังมี Food innovation Center ศูนย์นวัตกรรมในการวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงพร้อมพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับร้านซานตา เฟ่ สเต๊ก และเหม็งนัวนัว

5. สร้างการเติบโตไปถึง 4,000 ล้าน

ปัจจุบันธุรกิจซัพพลายเชน และธุรกิจอาหารที่ปิติดูแลอยู่ ยังมีรายได้รวมกันราว 4,500 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของรายได้ทั้งหมด การได้ซานตา เฟ่เข้ามาเสริมจะช่วยอัพสเกลการเติบโตของรายได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว

ซึ่งในปีนี้ซานตา เฟ่น่าจะมีรายได้ 1,800 ล้านบาท และมีการตั้งเป้าว่าธุรกิจอาหารจะมีรายได้ 4,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี และถ้ารวมธุรกิจซัพพลายเชนด้วยจะมีรายได้ 15,000 ล้านบาท

75576506_2647497181938545_4840432832696287232_o-e1572255708766
info_santafe1