ยุคทองของมิกซ์ยูส! I’m Chinatown บุกทำเลหินใจกลางเยาวราช มูลค่า 3,000 ล้าน

0
927

เปิดบริการแล้วสำหรับ I’m Chinatown (แอมไชน่าทาวน์) โครงการมิกซ์ยูส รีเทล-โรงแรม-ที่พักอาศัย กลางย่านเยาวราช ส่วนห้างฯ หวังดึงทราฟฟิกวันละ 8,000 คน ด้านโรงแรมจับมือกับดุสิตธานี เปิดแบรนด์ใหม่ “ASAI (อาศัย)” ต้นปี 2563

โครงการ I’m Chinatown ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุงกลางแหล่งท่องเที่ยวเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ห่างจาก MRT วัดมังกรฯ เพียง 100 เมตร และสามารถข้ามถนนทะลุซอยแปลงนามหรือซอยผดุงด้าว (เท็กซัสสุกี้) สู่ถนนเยาวราช ย่านสตรีทฟู้ดชื่อดัง

ทางเข้าโครงการ

ตัวโครงการพัฒนาโดย บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด โดยออกแบบเป็นโครงการมิกซ์ยูสสูง 8 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 40,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

  1. รีเทล – คอมมูนิตี้ มอลล์ พื้นที่ชั้น 1-3 รวม 10,000 ตารางเมตร 80 ร้านค้า ค่าเช่าเฉลี่ย 2,000 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งขณะนี้มีผู้เช่าแล้ว 97%
  2. โรงแรม – แบรนด์ ASAI (อาศัย) พื้นที่ชั้น 4-8 รวม 224 ห้อง ยังไม่เคาะราคาต่อคืน แต่เชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท
  3. ที่พักอาศัย – เป็นส่วนแยกต่างหากในพื้นที่ จำนวน 43 ยูนิต ขายแบบลีสโฮลด์ 30 ปี ราคาเฉลี่ย 3-4 ล้านบาทต่อยูนิต ปัจจุบันขายหมดแล้ว
ภายในโครงการ

เฉพาะส่วนห้างฯ เริ่มเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการแล้ววันนี้ เปิดทำการเวลา 10.00-22.00น. ทุกวัน โดยจัดสรรพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เราคุ้นเคย เช่น สตาร์บัคส์ เคเอฟซี เอ็มเค ยาโยอิ คิงคอง ฯลฯ รวมถึงมีโซนสตรีทฟู้ดเล็กๆ อยู่ภายใน นอกจากนั้นมีกลุ่มธุรกิจบริการเจ้าใหญ่เข้ามาครองพื้นที่ชั้น 3 คือ Jetts Fitness 24 ชั่วโมง และร้าน Let’s Relax Spa ที่จะเปิดบริการยาวไปถึงเที่ยงคืน

บริเวณสตรีทฟู้ด จัดที่นั่งคล้ายกับฟู้ดคอร์ท

จากการเดินสำรวจพบว่าร้านค้าเริ่มเปิดแล้ว 50% ของทั้งหมด โดยช่วงแรกทางห้างฯ มีโปรโมชั่นดึงทราฟฟิก ที่จอดรถ 300 คันของห้างฯ จะให้จอดได้ฟรี! จนถึง 30 พฤศจิกายนนี้ หลังจากนั้นจะคิดค่าบริการจอดรถ ชั่วโมงแรก 50 บาท ชั่วโมงถัดไป 20 บาท ยกเว้นมีใบเสร็จใช้บริการในห้างฯ

 

หวังเป็นจุดนัดพบใหม่ของเยาวราช

“สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์” และ “กฤษดา กวีญาณ” สองกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด แถลงร่วมกันว่า โครงการนี้มีการลงทุนไปมูลค่า 3,000 ล้านบาท เฉพาะส่วนห้างฯ ที่เปิดตัววันนี้เชื่อว่าจะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่าวันละ 8,000 คน และทำรายได้เดือนละ 35 ล้านบาท หากคิดเฉพาะส่วนนี้จะทำให้โครงการคืนทุนภายใน 7 ปี แต่อนาคตจะมีรายได้โรงแรมอาศัยที่จะเปิดบริการต้นปี 2563 เข้ามาเสริมอีกด้วย

สุวรรณมองว่า กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้จะเป็นนักท่องเที่ยว 50% และคนไทย 50% ซึ่งมีทั้งคนพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาและคนไทยที่นิยมมาเที่ยวชมและรับประทานอาหารย่านเยาวราช

“เราอยากให้ตรงนี้เป็นจุดนัดพบของคนมาเยาวราช” สุวรรณกล่าว “หลังจาก MRT เปิด ทำให้การเดินทางมาเยาวราชง่ายขึ้นและทางออกสถานีอยู่หน้าประตูห้างฯ ของเราเลย และเรายังมีที่จอดรถเตรียมไว้รองรับด้วย”

“กฤษดา กวีญาณ” และ “สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์” สองกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด

ย่านเยาวราชเป็นทำเลสุดหินสำหรับนักพัฒนาจัดสรรในการหาที่ดินขึ้นโครงการสักแห่ง ด้วยความเป็นเมืองเก่าซึ่งที่ดินแปลงใหญ่หาได้ยาก และแวดล้อมด้วยชุมชนเก่าแก่ ทำให้โครงการ I’m Chinatown บนที่ดิน 3 ไร่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ตลาดที่สามารถคว้าทำเลทองมาได้ โดยเป็นการเช่าที่ดิน 63 ปีจาก บริษัท เจียม ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แลนด์ลอร์ดผู้พัฒนาโรงภาพยนตร์สแตนด์ อะโลน หลายแห่งในอดีต

หลังจากได้สิทธิที่ดินมา 5 ปี โครงการจึงก่อสร้างสำเร็จ เนื่องจากอยู่ในเขตชุมชน ต้องมีการขอคืนพื้นที่จากอาคารพาณิชย์ด้านหน้า และอยู่ในรัศมีเขตพระราชฐาน ทำให้การทำ EIA ยาวนาน 2 ปีจึงได้เริ่มก่อสร้าง

ทั้งนี้ ทั้งสองผู้ร่วมก่อตั้งไม่ใช่มือใหม่ในวงการ สุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ นั้นเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แกรนด์ ยูนิแลนด์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ I’m Park ที่สามย่าน และ วัน แอท โบ๊เบ๊ ส่วน กฤษดา กวีญาณ เป็นนักลงทุนจากบริษัท อัลทัส แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนา โรงแรมอาร์คาเดีย สวีทส์ เพลินจิต

 

จับมือดุสิตธานีเปิดแบรนด์ใหม่

ขณะที่ฝั่งโรงแรมนั้นทั้งสองยังไม่เปิดเผยมากนัก โดยแต่เดิมโรงแรมของ I’m Chinatown จะใช้แบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์ เอ๊กซ์เพรส ในเครือ IHG แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ ASAI (อาศัย) ซึ่ง เครือดุสิตธานี กำลังปั้นขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ ทำให้เยาวราชจะกลายเป็นทำเลแรกที่อาศัยเปิดแบรนด์

ภาพตัวอย่างโครงการโรงแรมอาศัยในเครือดุสิตธานี

มองในทำเลเยาวราช ยังมีโรงแรมระดับ 4 ดาวเพียง 3 แห่งที่ตั้งอยู่บนถนนเยาวราช คือ โรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น โรงแรมโฮเทล รอยัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ และโรงแรมแกรนด์ ไชน่า ราคาที่พักคืนละ 1,400-2,700 บาท การเปิดโรงแรมในย่านนี้จึงมีโอกาสที่น่าสนใจ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในย่านปีละ 10 ล้านคน ทำให้ I’m Chinatown คาดหวังอัตราเข้าพักปีละ 80-90%

น่าสนใจว่าย่านเมืองเก่าจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างไรในอนาคต เพราะถัดไปอีก 1 สถานีคือที่ MRT สามยอด ยังมีที่ดิน 14 ไร่บริเวณเวิ้งนครเกษมของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ ภายใต้ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) กำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสรีเทลและโรงแรมเช่นกัน