ปี 2007 “ไอ-โมบาย” ได้จ้างที่ปรึกษาสำรวจพฤติกรรมของผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ทำให้การวางแผนการตลาดปี 2008 เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่แบ่งลูกค้าตามคุณสมบัติด้าน Biography เช่น อายุ เพศ รายได้ มาเป็นการแบ่งตามพฤติกรรมของลูกค้า เพราะจากการสังเกตของ “วัฒน์ชัย” พบว่า คนอายุต่างกัน คนละอาชีพ แต่ก็ใช้โทรศัพท์แบบเดียวกัน ไอ-โมบาย แบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น 6 Segments หลังจากสำรวจผู้บริโภคประมาณ 1,000 คน โดยเลือกผู้ถูกสำรวจ 60% คือลูกค้าโนเกีย 30% เป็นผู้ใช้ไอ-โมบาย และที่เหลือหลายแบรนด์รวมกัน ซึ่งเป็นไปตามส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน โดยเรียกแต่ละ Segment เป็นชื่อที่คนอเมริกันนิยมตั้งในแต่ละยุค ซึ่งแต่ละยุคจะมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน กลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดในตลาดโทรศัพท์มือถือ...
“ไอ-โมบาย (i-mobile) ” เปลี่ยน Positioning จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือให้กับ Global Brand กลายมาเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือที่แข็งแรงภายใน 3 ปี ด้วยการตลาดเต็มรูปแบบ สามารถเอาชนะน็อก Global Brand หลายแบรนด์ และชิงส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยเป็นอันดับ 2 จากมูลค่ารวมเกือบ 1 แสนล้านบาทต่อปี หากจะเป็นรอง ก็รองแค่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “โนเกีย” เท่านั้น นี่คืออีกหนึ่งหมัดที่น่าสนใจของคนไทย ธุรกิจที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนักการตลาดอย่างธุรกิจไอที และแม้แต่ผู้ก่อตั้งธุรกิจเองก็คาดไม่ถึง อย่างโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทย “ไอ-โมบาย (i-mobile)” กลายเป็น Local Brand ที่แข็งแรง วิ่งแซงหน้ามือถือ...
ตลาดชาเขียว เป็นตลาดที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร เพราะเค้กก้อนนี้ถูกครอบครองโดยแบรนด์ไทยแท้ “โออิชิ” มาโดยตลอด กวาดเอาชาเชียวยี่ห้ออื่นๆ หล่นจากแผง คว่ำแชมป์เก่า ยูนิฟ กรีนที จากไต้หวัน รวมทั้ง“นะมาชะ แบรนด์ต้นตำรับจากญี่ปุ่นแท้ๆ ก็ยังต้องปาดเหงื่อ “โออิชิ กรีนที” ครั้งหนึ่งเคยสร้างกรณีศึกษาคว่ำยูนิฟ กรีนที ขึ้นแชมป์ตลาดชา (เขียว) พร้อมดื่มได้อย่างเต็มภาคภูมิ แม้จะมาทีหลัง แต่ด้วย Positioning และการสื่อสารที่แตกต่าง บวกกับการปรับตัวรับกับสถานการณ์ ทำให้โออิชิประสบความสำเร็จและเบียดยูนิฟ ชาเขียวสัญชาติไต้หวันตกบัลลังก์ ต่อมาไม่นานสงครามรอบใหม่ก็เริ่มขึ้น ครั้งนี้โออิชิต้องต่อสู้กับแบรนด์อินเตอร์ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นได้ถือกำเนิดโดยตรง “นะมาชะ” จากคิริน ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่จากญี่ปุ่น มีทั้งกำลังทุนและประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้วในญี่ปุ่น ที่แม้แต่น้ำดำ ทำให้สงครามชาเชียวยิ่งต้องถูกจับตา...
ค่ายรถยนต์อินเดียจะบุกไทย เป็นเรื่องที่หากเมื่อหลายปีก่อนจะต้องมีคนหัวร่องอหาย แต่วันนี้ ทาทา มอเตอร์ส แห่งทาทา กรุ๊ป ของอินเดีย ยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่า จะรุกเข้ามาปักธงผืนแรกแน่นอนแล้ว นอกเหนือจากความพร้อมในการเตรียมวางตลาดรถยนต์เอาไว้เบื้องต้น โดยเฉพาะเรื่องการสร้างโชว์รูมในหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ไม่ทราบจำนวน แต่ประเมินแล้วไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง) แสดงท่าเอาจริงเองจังว่า ไม่ได้มาเที่ยวเล่นประเภทตีหัวเข้าบ้านประเดี๋ยวประด๋าวเหมือนรายอื่นๆ แน่นอน นิว ดีทรอยท์ ของเอเชีย อันเป็นสมญาตลาดรถยนต์เมืองไทย ใครจะกล้าพลาดเข้าร่วมวงล่ะ ! ภาพยนตร์โทรทัศน์โหมโรงเพื่อโปรโมตตราสินค้าของบริษัทโดยรวม ถูกปล่อยออกมาชิมลางในลักษณะที่เป็นมากกว่า Teaser Ads เพื่อเรียกร้องความสนใจตามปกติ แต่เน้นเจตนาที่จะใช้จุดเริ่มต้นเพื่อสร้างความประทับใจปูทางก่อนที่จะเปิดเกมใหญ่บุกตลาดด้วยตัวสินค้าอย่างจริงจังในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคาดว่า ไม่น่าจะเกิน 6 เดือนข้างหน้า น่าแปลกที่โฆษณาชิ้นนี้ไม่มีกลิ่นอายของโรตีหรือหนังอินเดียเหมือนสมัยก่อนๆ แถมเปิดตัวด้วยพรีเซ็นเตอร์พ่อลูกที่ดูยังไงก็ชวนให้รำลึกไปถึงเรื่องของคนจีนอพยพยุคเสื่อผืนหมอนใบไปโน่นเลย ผิดความคาดหมายพอสมควร...
นอกเหนือจากภาพยนตร์โฆษณาไร้ไอเดียแนว Back to school ที่เกลื่อนจอในเวลานี้ “กรุงเทพประกันภัย” ฉายความโดดเด่นตามแบบฉบับ “มุกเด็ด มุกฮา” ด้วยการนำเสนอแบบ Comedy ชั้นเซียนและสดใหม่ อันเป็นสไตล์ถนัดของ ครีเอทีฟ จูซ จีวัน ที่สร้างสรรค์งานโฆษณาของกรุงเทพประกันภัยมาตั้งแต่ต้นเมื่อปี 2548 จนสร้างชื่อติดทำเนียบบริษัทประกันภัยที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นลำดับ และสามารถสร้างแบรนด์ให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งที่มีกว่า 80 บริษัท ได้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.bki.co.th อย่างเป็นทางการของกรุงเทพประกันภัย รายงานว่า เมื่อปี 2550 มีกำไรกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกำไรที่เติบโตขึ้นทุกปีนับจากมีการสร้างแบรนด์ผ่านการสื่อสารการตลาดอย่างจริงจัง ...
หลังจากแผ่นดิสก์สูญพันธุ์ แทนที่ด้วยอุปกรณ์ Thumbdrive ที่จุมากกว่าหลายร้อยเท่า เริ่มยุคแรกๆ ด้วยราคาหลักพันต่อความจุครึ่งกิ๊ก แต่ราคาตกอย่างเร็วจนเหลือ “กิ๊กฯ ละร้อย” ทำให้ธัมบ์ไดรฟ์กลายเป็นของแจกฟรีตามงานสัมมนา หรือแถมไปกับสินค้าถูกๆ ทั่วไป แต่แล้วผู้ผลิตธัมบ์ไดรฟ์ รายใหญ่ๆ อย่าง Apacer, Kingston, Sandisk, Transcend, Pqi หรือแม้แต่แบรนด์ใหญ่นอกวงการอย่าง LG ต่างก็หาวิธีแก้ปัญหาตกต่ำของราคา ด้วยการเพิ่มความเร็วในการถ่ายเทข้อมูล และการดีไซน์ รวมถึงการใส่ระบบความปลอดภัยข้อมูล ทำให้ Thumbdrive ธรรมดาๆ กลับมีสีสันขึ้นมาทันที -เน้นดีไซน์ ให้เข้ากับ Segment เป้าหมาย เช่นสำหรับคนเอเชีย, สำหรับผู้หญิง,...
วงการแฟชั่นดาวน์อันเดอร์อ้าแขนรับแบรนด์หรูจากดีไซเนอร์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Stella McCarthney ที่ลงมาเจาะตลาดล่างอย่างท่วมท้น แค่วันแรกของการเปิดตัวก็ขายหมดจนไม่เหลือในสต็อก สาวๆ บางคนตื่นมารอคิวแต่เช้า เพื่อกวาดชุดสวยๆ ในราคาสุดแสนคุ้มที่ Target นำมาตอบสนองตลาดระดับล่าง ก่อนหน้านี้ห้าง Target เน้นเจาะตลาดสินค้าดีราคาถูกที่ถือเป็นห้างคู่ครัวของชาวออสเตรเลีย ได้รับเอาลิขสิทธิ์เสื้อผ้าแบรนด์ใหญ่จากดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Zac Posen และ Collette Dinnigan มาเปิดตัวกับตลาดล่าง ที่สนนราคาชุดระหว่าง 50$ ถึง $ 200 จนประสบความสำเร็จด้วยแรงตอบรับที่เหนือความคาดหมายมาแล้ว การเข้ามาของดีไซเนอร์สัญชาติอังกฤษอย่าง Stella McCarthney ยิ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ยืนยันให้เห็นว่า ความต้องการของตลาดระดับล่างที่อยากบริโภคสินค้าที่ได้รับการยอมรับระดับโลกนั้นมีอยู่มาก ในวันแรกที่เปิดขาย มีลูกค้ามายืนรอคิวยาวเหยียดตั้งแต่เช้ามืด จะเห็นว่าระยะหลังดีไซเนอร์ชื่อดัง นิยมหันมาออกแบบเสื้อผ้าส่งห้างเล็กที่เจาะขายสินค้าราคาถูกกันมากขึ้น ลูกค้าบางคนยอมรับว่าเพราะราคาที่ถูก และได้ใส่แบรนด์ดัง ทั้งชุดที่ออกแบบมาสวยหรู...
ตลาดอินเทอร์เน็ตในเวียดนาม นอกจากจะเป็นตลาดที่ใหญ่และมีการเติบโตสูงแล้ว อีกตลาดหนึ่งที่มีการเติบโตและร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ ตลาดเกมออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงปี 2008 นี้ที่จะมีการเปิดตัวเกมใหม่แบบ MMOFPS จาก 3 ค่าย ยักษ์ใหญ่ ในเวียดนามได้แก่ FPT Online เปิดตตัวเกม Specail Force ไปเมื่อต้นปี เกมนี้ผลิตโดยบริษัท DragonFly ของเกาหลี และเคยเปิดตัวแล้วที่ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และจีน ส่วน VTC Games เพิ่งเปิดตัวเกม Cross Fire ไปได้ไม่นานนัก แต่ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากกว่า Special Force เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับเกม...
HERA แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้ออกแคมเปญโฆษณาใหม่ล่าสุดสำหรับฤดูใบไม้ผลินี้ โดยการใช้ Brand Ambassador อย่าง Kim Tae Hee และ Jang Dong Gun เป็นตัวเอกของโฆษณา โดยธีมโฆษณาจะให้ความรู้สึกที่มีพลังและแฝงไปด้วยความหรูหราตามสไตล์ของ HERA ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ที่ว่าผู้หญิงสามารถเปล่งประกายความงามบอกความเป็นตัวของคุณจากภายในสู่ภายนอก (Woman looks simply gorgeous) ด้วยเมกอัพคอลเลกชั่นไลน์ใหม่ “HERA Color-Alchemy” “HERA Color-Alchemy” เกิดจากการรังสรรค์ของ “Damien Dufresne” นักแต่งหน้ามืออาชีพชื่อดังและเป็นที่ปรึกษาของ HERA ที่ผสมผสานความคิดให้เกิดเมกอัพที่มีมิติความลงตัวของสีสันที่จะทำให้หญิงสาวสามารถเปลี่ยนคาเเร็กเตอร์เพื่อบ่งบอกความงามของตัวตนอย่างแท้จริง (Absolute Beauty) “HERA Color-Alchemy”...
ใครว่าหน้าปัดนาฬิกาข้อมือจำเป็นต้องมีเข็ม? และใครว่าบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือจำต้องเป็นตัวเลข? เมื่อ 30 กว่าปีก่อนคงต้องยกให้นวัตกรรมจอ LCD ของนาฬิกาข้อมือดิจิตอลยี่ห้อ Seiko กล้าฉีกรูปแบบความคลาสสิกของนาฬิกาที่ใช้เข็มสั้นและเข็มยาวมานานนับร้อยปี แต่หากเป็นสมัยนี้คงต้องยกให้ Tokyoflash Japan ที่เป็นเสมือนเมกกะของนาฬิกาข้อมือ Super Cool ดีไซน์เหนือข้อจำกัดการบอกเวลาไม่เพียงแค่รูปลักษณ์สุดเท่และเก๋สะดุดตา แต่ยังได้ออกแบบวิธีการดูเวลาของนาฬิกาแต่ละรุ่นที่จำเพาะไม่เหมือนใครจนคนข้างๆ ที่ (แอบ) ชำเลืองดูนาฬิกาอยู่นั้นยากที่จะอ่านเวลาจากหน้าปัดได้ คอนเซ็ปต์สำคัญของ Tokyoflash Japan อยู่ที่นาฬิกาข้อมือที่มีดีไซน์ล้ำสมัยและไม่ได้จำกัดเฉพาะงานจาก Tokyoflash Design Studio เท่านั้นแต่ยังร่วมมือกับผู้ผลิตนาฬิกาแบรนด์อื่นๆ ของญี่ปุ่นที่มีผลงานดีไซน์เป็นที่ยอมรับในทุกรูปแบบอันที่จริงแม้จะใช้ชื่อว่า “Tokyoflash” Japan ก็ตามที แต่ไม่มีร้านหรือตัวแทนจำหน่ายใน Tokyo หรือเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่นเนื่องเพราะฐานที่ตั้งบริษัทใน Okinawa...








