ยอมถอย! “ฮ่องกง” เตรียมเปิดให้เที่ยวบินจาก 9 ประเทศลงจอด ลดกักตัวเหลือ 7 วัน

Carrie Lam
Photo : Shutterstock
แม้ว่าตัวเลขอัตราผู้เสียชีวิตต่อประชากรจะยังสูงที่สุดในโลก แต่ “ฮ่องกง” จำเป็นต้องผ่อนคลายมาตรการ Zero-Covid แล้ว เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและภาวะทางจิตของประชากร โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ ฮ่องกงจะเปิดให้เที่ยวบินจาก 9 ประเทศลงจอดได้ และลดการกักตัวเหลือเพียง 7 วัน

แคร์รี่ ลัม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญ ให้วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นวันเริ่มแง้มประตูเปิดประเทศบางส่วน โดยจะอนุญาตให้เที่ยวบินจาก 9 ประเทศสามารถลงจอดได้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, บริเตน, แคนาดา, อินเดีย, เนปาล, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์

ฮ่องกงยังจะ “ลดวันกักตัว” สำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเหลือ 7 วัน จากเดิม 14 วัน รวมถึงเริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ในโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนนี้ ตามด้วยการเปิดสถานที่สาธารณะตั้งแต่วันที่ 21 เมษายนเป็นต้นไป

การตัดสินใจของลัมเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มผู้พำนักอาศัยในฮ่องกง ที่หงุดหงิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับวิธีจัดการการระบาดของ COVID-19 ของรัฐ เพราะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมานานกว่า 2 ปีแล้ว

อัตราการเสียชีวิตต่อประชากรของฮ่องกงยังสูงที่สุดในโลก โดยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2022 ฮ่องกงมีผู้เสียชีวิต 223 รายจาก COVID-19 และมีผู้ติดเชื้อใหม่ 14,068 คน โดยที่เกาะแห่งนี้มีประชากรเพียง 7.5 ล้านคนเท่านั้น แต่การปรับนโยบายก็มีความจำเป็นมากขึ้น

 

ผู้พำนักย้ายออกนับแสนคน

พรมแดนฮ่องกงแทบจะปิดตายมาตั้งแต่เกิดการระบาดต้นปี 2020 โดยมีไฟลท์บินน้อยมากที่ได้รับอนุญาตให้ลงจอด และแทบไม่มีผู้โดยสารทรานสิทผ่านเกาะแห่งนี้อีกเลย เรียกว่าสถานการณ์ของฮ่องกงพลิกผันอย่างมากจากที่เคยเป็นฮับทางการเงินและการค้าแห่งภูมิภาค

นโยบาย Zero-Covid ที่ใช้แบบเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้การเข้าออกประเทศทำได้ลำบากมาก เนื่องจากผู้พำนักที่เดินทางออกนอกแผ่นดิน จะต้องไปพำนักอยู่ในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนจะกลับเข้าฮ่องกงได้ และเมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องกักตัวในโรงแรมอีก 2 สัปดาห์ ท่ามกลางนโยบายประเทศอื่นในโลกที่เริ่มเปิดการเดินทางไล่เลี่ยกัน แต่ฮ่องกงก็ยังปิดตัวต่อไป

ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2021 เริ่มเห็นการย้ายออกของผู้พำนักอาศัยในฮ่องกง เฉพาะช่วงโอมิครอนระบาดก็มีการย้ายออกไปมากกว่าแสนคนแล้ว โดยย้ายออกไปเกือบ 17,000 คนในเดือนธันวาคมปีก่อน ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 มีเวฟผู้อพยพย้ายออกอีก 71,000 คน จนถึงเดือนมีนาคมก็ยังมีคนย้ายออกอีก 54,000 คน

คลื่นการย้ายออกของคนที่เคยพำนักในฮ่องกง ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าความสามารถในการแข่งขันของเกาะฮ่องกงจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ในระยะยาว

ทั้งการย้ายออกของผู้พำนัก รวมถึงการล็อกดาวน์เพื่อต่อสู้ไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงยิ่งตกต่ำ ซ้ำร้าย คนฮ่องกงยังต้องเผชิญกับภาวะสุขภาพจิตแย่ลงจากปัญหาทั้งหมด โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำจะเผชิญปัญหานี้หนักหนากว่า

 

Zero-Covid เอาไม่อยู่ ต้องยอมแก้มาตรการ

สาเหตุที่ฮ่องกงมีอัตราผู้เสียชีวิตสูงมาก เนื่องจากมีผู้สูงวัยจำนวนมากที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน และเมื่อโอมิครอนแพร่กระจายเข้าสู่บ้านพักคนชรา ทำให้เกิดเวฟการเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 5,000 ราย และส่วนใหญ่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้วจากการระบาดของโอมิครอนนี้เอง

ความร้ายแรงของโอมิครอนในฮ่องกง เทียบได้กับภาพที่เราเห็นกันทั่วโลกในช่วงที่โลกยังปราศจากวัคซีน ผู้ป่วยต้องนอนรอนอกโรงพยาบาล โลงศพมีไม่พอ และห้องเก็บศพเต็มไปด้วยศพอัดแน่นรอการฌาปนกิจ

ก่อนหน้านี้ ลัมเคยเตรียมการที่จะปูพรมตรวจหาเชื้อประชากรทุกคนบนเกาะ ตามนโยบาย Zero-Covid แต่สุดท้ายแล้วผู้เชี่ยวชาญมองว่าการปูพรมตรวจดูจะไม่ทันการแล้ว

Source