SCGP ซุ่มพัฒนาพันธุ์ “กัญชง” มองธุรกิจ “แพ็กเกจจิ้ง” ทิศทางดีขึ้น แม้ต้นทุนพลังงานสูง

SCGP
  • SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/65 รายได้พุ่ง 34% แต่อัตรากำไรลดลง เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้นโดยเฉพาะค่าพลังงาน ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
  • มองภาพปี 2565 เป็นขาขึ้นทั้งปี ตลาดไทยและอาเซียนเปิดประเทศเต็มที่ การกินใช้ฟื้นตัว ส่งผลดีกับธุรกิจ “แพ็กเกจจิ้ง”
  • อัปเดตโปรเจ็กต์ใหม่บริษัท พัฒนาพันธุ์ “กัญชง” ให้เหมาะกับเมืองไทย

“วิชาญ จิตร์ภักดี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลการดำเนินงานบริษัทไตรมาส 1/2565 ทำรายได้ที่ 36,634 ล้านบาท เติบโต 34% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,658 ล้านบาท ลดลง -22% หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 5% ลดจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิ 8%

ผลกระทบหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งบริษัทเร่งบริหารต้นทุนอย่างดีที่สุด รวมถึงพยายามตรึงราคาให้กับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น แพ็กเกจจิ้งกระดาษอาจลดความหนาลงแต่ไม่ส่งผลต่อความทนทานของการใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อในราคาเดิม

 

เป้าหมาย 1.4 แสนล้าน เชื่อตลาดสดใสขึ้น

วิชาญกล่าวต่อถึงเป้าหมายรายได้ 1.4 แสนล้านบาทในปีนี้ของ SCGP เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้า จากแนวโน้มในตลาดที่ดีขึ้น

ปัจจุบันตลาดหลักของ SCGP แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • ตลาดอาเซียนยกเว้นไทย 43%
  • ตลาดไทย 41%
  • ตลาดประเทศอื่นๆ เช่น ยุโรป จีน 16%

เป็นปีแรกที่ตลาดอาเซียนมีสัดส่วนมากกว่าตลาดไทยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ที่บริษัทได้วางไว้เพราะมองว่าอาเซียนจะเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี โดยปี 2565 เห็นได้ชัดว่ากลุ่มประเทศอาเซียนมีการเปิดเมืองเปิดประเทศมากขึ้น จะเป็นผลดีต่อธุรกิจ “แพ็กเกจจิ้ง” เพราะมีการกินใช้ภายในประเทศสูงขึ้น ส่วนตลาดประเทศจีนขณะนี้อาจมีดีมานด์ไม่แน่นอน จากการล็อกดาวน์ที่ยังเกิดขึ้นในหลายเมือง

ในแง่ของการลงทุนตามกลยุทธ์ M&P (Merger & Partnership) วิชาญกล่าวว่าบริษัทมีงบลงทุน 15,000 ล้านบาทในปีนี้ แต่การลงทุนยังชะลอการตัดสินใจในช่วงไตรมาสแรกเพราะผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งทำให้ดีลต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังหาโอกาสลงทุนอย่างต่อเนื่อง และยังคงเน้นในกลุ่มธุรกิจปลายน้ำ (downstream) และตลาดประเทศอาเซียน

 

ลงทุน “กัญชง” ปรับปรุงพันธุ์

อีกหนึ่งธุรกิจที่ SCGP ขอแจ้งความคืบหน้าคือการลงทุนปลูกกัญชงใน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี จำนวน 210 ต้น ที่กำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้

วิชาญระบุว่า การทดลองปลูกกัญชงครั้งนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้น เหมาะกับการปลูกในเมืองไทย และให้ผลผลิตสูงสุด ตอบโจทย์กระแสการนำกัญชงไปใช้งานหลากหลายสินค้า

“เรามีทีมทาเลนต์ที่มีศักยภาพมาตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ต้นยูคาลิปตัสจนสามารถปลูกในไทยได้ดี จึงให้ทีมพัฒนาพันธุ์กัญชงต่อ ซึ่งต่อไปกัญชงอาจจะนำมาเป็นส่วนผสมของแพ็กเกจจิ้งได้” วิชาญกล่าว

ทั้งนี้ ยังไม่มีการแจ้งอย่างชัดเจนถึงแผนการนำกัญชงไปใช้ในเชิงพาณิชย์ของ SCGP ว่าจะเป็นการจำหน่ายในเชิงต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ แต่จะเห็นได้ว่าช่วงหลังบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพมากขึ้น อย่างการจำหน่ายอาหารเสริมแบรนด์ HOLIS by SCGP เป็นต้น