“บาร์บีกอน” ลุคใหม่ รอบนี้มีสตอรี่

คลิป “บาร์บีกอน” แมสคอตประจำร้าน “บาร์บีคิว พลาซ่า” ร้านปิ้งย่างดั้งเดิม ถูก “เสี่ยเส็ง” ชายวัยกลางคนหน้าตาขึงขังลักพาตัวไป ถูกจุดประกายขึ้นในโลกออนไลน์ด้วยอดคลิกนับแสน ตามมาด้วยกิจกรรมต่างๆ ในโลกออฟไลน์ ปลุกกระแส “บาร์บีกอน” และ “เสี่ยเส็ง” 

จนกระทั่งแมสคอตขวัญใจเด็กๆ ถูกทำลายใจกลางสยามสแควร์ พร้อมกับ “บาร์บีกอน” ลุคใหม่ที่ถูกเผยโฉมออกมา 

นึ่คือ กลยุทธ์ “คาแร็กเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง” ที่บาร์บีคิว พลาซ่าตั้งใจนำออกมาใช้ เพื่อปลุกวงจรชีวิตของแบรนด์ให้คงความสดใส ท่ามกลางการแข่งขันจากคู่แข่งหน้าใหม่ๆ ดาหน้าเข้าสู่ตลาด

“บาร์บีกอน” ความผูกพันที่ต้องสร้าง

 ถึงจะทำรายได้ 1,600 ล้านบาทต่อปี จากมูลค่าตลาดรวม 3,600 ล้านบาท แต่ก็ไม่ได้ทำให้บาร์บีคิว พลาซ่า แบรนด์ร้านปิ่งย่างดั้งเดิมนิ่งนอนใจ เมื่อมีร้านอาหารสไตล์เดียวกันปรากฏขึ้นมากมาย และต่างก็สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้แตกต่างจากแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาก่อนหน้านี้ “บาร์บีคิว พลาซ่า” จึงต้องสร้างแบรนด์ให้คงความสดใสเอาไว้ ด้วยการ Revitalize กับ “บาร์บีกอน” แมสคอตคู่ใจของแบรนด์  

ชาตยา ชูพจน์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท เดอะ บาร์บีคิว พลาซ่า จำกัด เล่าถึงเบื้องหลังแคมเปญ ที่เธอได้ร่วมกับ NudeJEh Advertising Agency ในการคืนชีพ ให้กับ “บาร์บีกอน” ว่า เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “คาแร็กเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง” โดยมาจากการสำรวจผู้บริโภคและพบว่า ลูกค้าคิดถึง บาร์บีคิว พลาซ่าใน 3 เรื่องหลักประกอบด้วย 1.น้ำจิ้ม 2.เซตอาหาร 3.บาร์บีกอน แมสคอตประจำร้าน 

“การเลือกแมสคอต เพราะเป็นจุดเด่นที่นำมาไฮไลต์ได้ง่าย และคู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบได้” 

แคมเปญลักษณะนี้ ยังตรงกับคอนเซ็ปต์ 3C ของ Marketing 3.0 คือ  Character สร้างชีวิตให้กับคาแร็กเตอร์ประจำร้าน, Co-Creation สร้างแรงกระตุ้นให้ลูกค้าสร้างสรรค์สื่อ, คิดกิจกรรมขึ้นเอง และ Communitisation หรือการสร้างคอมมูนิตี้ให้บาร์บีกอนเป็นเพื่อนลูกค้า

แคมเปญเริ่มต้นช่วงต้นเดือนตุลาคม 2554 ด้วยคลิปของ เสี่ยเส็ง ลักพาตัวบาร์บีกอนออกอากาศทางฟรีทีวี จากนั้นสร้างรับรู้ต่อเนื่องของแคมเปญบนโลกออนไลน์ด้วยคลิปจับตัวบาร์บีกอนไปทำร้าย  

นอกจากนี้ยังมีสื่อ Ambient บาร์บีกอนถูกจับ ตามสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไป เมื่อบาร์บีกอนถูกจับทั้ง 86 ตัวตามจำนวนสาขา แคมเปญก็ถูกเฉลยด้วยอีเวนต์ใหญ่เพื่อทำลายบาร์บีกอนตัวสุดท้าย หลังจากนั้น 2-3 วันก็สร้างเรื่องราวให้บาร์บีกอนโฉมใหม่ฟื้นขึ้นมาด้วยความรักจากแฟนๆ 

“บาร์บีกอนเป็น Brand Value ที่ยืนอยู่หน้าร้านมา 17 ปี ถือว่ามีความผูกพันพอสมควร สิ่งที่เราทำขึ้นสร้างอารมณ์ร่วม ทำให้บาร์บีกอนมีความน่าสงสาร และมีชีวิตขึ้นมา เพราะจะเชื่อมโยงความรู้สึกคนได้มากกว่าแค่ Physical แล้วคนไทยขี้สงสาร ถ้าหากว่าเราทำไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมา” นี่คือความตั้งใจของ จุรีพร ไทยดำรงค์ ประธานฝ่ายความคิดสร้างสรรค์ อธิบายถึงแนวทางการสร้างความรู้สึก

Story Telling ปูทางเพื่อเปลี่ยนแปลง

หลังจากที่สร้างความผูกพันขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว แคมเปญนี้กลับไปสู่ความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ซึ่งต้องคำนึงถึงความรู้สึก เพราะถึงแม้คนไทยขี้สงสารแต่อีกด้านกลับไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง การเล่าเรื่องว่าเพราะเหตุใดบาร์บีกอนจึงต้องแปลงโฉมจึงจำเป็น Execution หลายอย่างจึงต้องทำให้สมจริง 

ก่อนที่คลิปแรกของเสี่ยเส็งจะถูกนำเสนอ พนักงานหน้าร้านทุกคนของบาร์บีคิว พลาซ่าต้องได้รับการติวจากภายในมาก่อน ว่าแบรนด์กำลังจะทำอะไร และเมื่อลูกค้าเข้ามาถามพนักงานต้องเชื่อ แล้วให้ข้อมูลตรงกันว่าบาร์บีกอนถูกเสี่ยเส็งจับไป ในส่วนของกิจกรรมบางอย่าง เช่น เมื่อบาร์บีกอนถูกทำลายก็ต้องมีรถพยาบาลวิ่งมารับตัวไปรักษาจริง เรื่องที่ถูกทำให้โอเวอร์หรือดราม่ามากขึ้น กลับเป็น Key Success ที่ทำให้คนมีอารมณ์ร่วม

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากแคมเปญนี้ คือ ผู้บริโภคชอบคลิปที่สุดขั้ว สลับซับซ้อน มีมุกหักมุม ต้องมีเส้นของความ Extreme ถึงจะแชร์ คลิปธรรมดาๆ คนจะแชร์น้อย ส่วนการทำ Ambient เราจะเลือกสถานที่ที่วันนั้นๆ มีคนเยอะ เช่น ถนนคนเดินเชียงใหม่ หลังจากทำกิจกรรมเสร็จก็เลือกวันจันทร์-อังคารที่มีคนใช้อินเทอร์เน็ตเยอะโพสต์คลิป” คณพร ฮัทชิสัน กรรมการผู้จัดการ NudeJEh กล่าว

ออนไลน์ยืดหยุ่นจึงปรับตัวได้ 

ด้วยงบประมาณ 36 ล้านบาท จากเดิมที่ดีไซน์เอาไว้เป็นแคมเปญที่ใช้ระยะเวลา 1 เดือน แต่ต้องยืดเป็น 3 เดือน แล้วมาจบเอาช่วงหลังปีใหม่ 2555 เพราะเจอกระแสเรื่องน้ำท่วม แต่นั่นกลับทำให้แคมเปญนี้เป็นกรณีศึกษาของการใช้สื่อออนไลน์และการปรับตัวเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะงานนี้ถึงแม้จะมีครบถ้วนทั้ง On-Air (TVC), On-Line และ On Ground แต่ส่วนหลักจริงๆ อยู่ที่งาน On-Line กับ On Ground 

ผลของการทำแคมเปญนี้ ในด้านออนไลน์ทำให้มีจำนวนผู้แชร์ในโซเชี่ยลมีเดียมากที่สุดหลักแสนจากจำนวนคลิปที่ปล่อยไปทั้งหมด 29 คลิป แบ่งเป็นคลิปจากบาร์บีคิว พลาซ่า 10 คลิป คลิปเสี่ยเส็ง 19 คลิป  

ที่สำคัญ เมื่อแคมเปญสามารถสร้างความมีส่วนร่วมกับตัวแบรนด์ จนเกิดเป็น Customer Generated Content เช่น แฟนเพจเสี่ยเส็งที่ลูกค้าบาร์บีคิว พลาซ่า สร้างขึ้นมาเอง ตอบโต้กับแฟนเพจกลุ่มคนรักบาร์บีกอน, เพลงที่แฟนบาร์บีกอนแต่งขึ้นมาหลังโดนเสี่ยเส็งจับตัวไป และลูกค้าที่เดินทางมาให้กำลังใจบาร์บีกอน, นำรูปที่เคยถ่ายทำบาร์บีกอนตัวเก่ามาโชว์ รวมทั้งคลิปที่ลูกค้าเป็นคนทำขึ้นมาเองราว 20-40 คลิป  

ผลจากแคมเปญการตลาดในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้การขยายสาขาทั้งในห้างฯ ตามหัวเมืองอีก 20 สาขา รวมถึงการขยายตัวในต่างประเทศ ของบาร์บีคิว พลาซ่า

ผล ทำให้ยอดขายบาร์บีคิวพลาซ่า ใน2555 จะมีอัตราการเติบโตอีก 15% หรือมากกว่า 1,800 ล้านบาท 

เสี่ยเส็ง เอาจริง

Story Telling ถือเป็นงานถนัดของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรง เมื่อครั้งหนึ่งครีเอทีฟผู้นี้สร้างน้องจุ๋ม-เจ้อ้อย ในงานโฆษณาสมูท-อี จนคนจำได้ขึ้นใจมาแล้ว ครั้งนี้จูดี้ได้สร้างเรื่องราว “เสี่ยเส็ง” ขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวแล้วสร้างดราม่าให้บาร์บีกอนน่าสงสารขึ้นโดยเคล็ดลับการสร้างตัวละครของจุรีพร มีดังนี้

– กำหนดคาแร็กเตอร์ให้ชัด สร้างประวัติ จุดแข็ง จุดอ่อน 

– Casting ตัวละครให้ตรงกับที่คิดเอาไว้มากที่สุด

– สคริปต์หลักที่พูดต้องตอกย้ำคาแร็กเตอร์อยู่ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของเสี่ยเส็ง ชายจีนอายุ 40 ต้นๆ เพราะน่าจะเป็นวัยที่ประสบความสำเร็จด้านการงานแล้ว แต่ก็ยังมีปมด้อยในใจ คือ ถูกพ่อแม่ทิ้ง จึงไม่อยากเห็นเด็กมีความสุข รูปร่างของเสี่ยต้องไม่อ้วนมาก เพราะชอบกินบาร์บีคิว พลาซ่า มีลูกน้องช่วยแกล้งบาร์บีกอน มีคำพูดติดปาก 4 ประโยค 1.ข้าพเจ้ารวยมาก 2.ข้าพเจ้าเกลียดเด็ก 3.ข้าพเจ้าหมั่นไส้ และ 4.ข้าพเจ้าเอาจริง ซึ่ง “เอาจริง” มาจาก “ตัวจริง” เรื่องปิ้ง-ย่าง สโลแกนของแบรนด์ ตัวจริงของเสี่ยเส็ง ทำงานเป็นไกด์อยู่ในโรงแรมเล็กๆ ที่จ.ชลบุรี เขาไม่เคยเล่นโฆษณามาก่อน ทำให้สด ซิง หน้าไม่ซ้ำ รับบทเสี่ยเส็งแล้วคนเชื่อ     

ที่มาคาแร็กเตอร์ใหม่

ในการออกแบบบาร์บีกอนโฉมใหม่ ได้ใส่ Brand Philosophy ที่อยากนำเสนอกับผู้บริโภค 7 ประเด็น มาเป็นองค์ประกอบของคาแร็กเตอร์ใหม่บาร์บีกอน ออกแบบโดย Masako Okamura (Creative Director) และ Yosuke Kojima (Art Director, Designer) ของเดนท์สุ โตเกียว ผลงานก่อนหน้านี้ของทั้งคู่ คือ การออกแบบคาแร็กเตอร์ให้กับ เรียว อิชิกาว่า นักกอล์ฟที่ฮอตที่สุดของญี่ปุ่นตอนนี้ โดยทีมงานต้องเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อทดลองชิมเมนูอาหาร มานั่งเฝ้าสังเกตลูกค้า และทำความเข้าใจกับบาร์บีกอน ก่อนจะกลับไปออกแบบ บาร์บี้กอน ลุคใหม่ จนมีลักษณะพิเศษ ดังนี้  

เขาเรดาห์ – ตรวจหาวัตถุดิบชั้นเลิศ

ปีกน้อยเหินเวหา – บินแวบเดียวก็ถึงแหล่งวัตถุดิบเกรด A+

หางหรรษา – วัดความสุขของเพื่อนๆ ทุกคน

จมูกหยั่งรู้ – แค่ดมก็รู้ ว่าอาหารสุกพร้อมรับประทาน

ตาทิพย์สแกนอารมณ์ – ตรวจจับอารมณ์ของทุกๆ คนในร้าน

มือบริการขั้นเทพ – แค่กระดิกนิ้ว พนักงานก็จะมาบริการอย่างรวดเร็ว

ลิ้นกูรู – ตรวจสอบคุณภาพความอร่อยแบบนักชิม