อีเอ็มซีเตรียมซื้อกิจการวีเอ็มแวร์หวังผนวกรวมระบบเวอร์ช่วลเซิร์ฟเวอร์-สตอเรจ


21-12-2003 00:00:00

กรุงเทพ ฯ – อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น ผู้นำระดับโลกด้านระบบการบริหารและจัดเก็บข้อมูล ประกาศลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายสำหรับการเข้าซื้อกิจการของวีเอ็มแวร์ อิงค์ (VMware, Inc.) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นผู้นำระดับโลกในด้านซอฟต์แวร์ระบบประมวลผลแบบเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มอินเทล ด้วยเงินลงทุน 635 ล้านดอลลาร์ เผยสามารถบรรลุข้อตกลงและดำเนินการเสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกปี 2547

นายวินัย วารัญญานนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการเข้าไปซื้อกิจการของวีเอ็มแวร์ของบริษัทแม่ในสหรัฐฯ ว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์ของอีเอ็มซีในการนำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานให้แก่ลูกค้า โดยอาศัยการติดตั้งเทคโนโลยี Virtualization บนระบบโครงสร้างไอที ซึ่งประกอบด้วยแพลตฟอร์มและอุปกรณ์จากผู้ผลิตหลายราย เพื่อสร้างสะพานสำหรับทรัพยากรด้านการจัดเก็บข้อมูล และการประมวลผล ทั้งนี้ระบบโครงสร้างสารสนเทศแบบเสมือนจริง หรือ “Virtual Information Infrastructure” จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถตั้งค่าและปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบประมวลผลและสตอเรจได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยไม่จำเป็นต้องหยุดการทำงานของระบบโดยรวม ซึ่งอีเอ็มซีคาดหวังว่าความเป็นผู้นำของวีเอ็มแวร์ในด้าน Server Virtualization ประกอบกับนวัตกรรมของอีเอ็มซีในด้าน Storage Virtualization จะเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับโซลูชั่นการจัดการวงจรการใช้งานข้อมูล (Information Lifecycle Management) ในอนาคต

ภายใต้เทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์จะช่วยให้ระบบปฏิบัติการต่างๆ รวมทั้ง Microsoft Windows, Linux และ NetWare สามารถทำงานพร้อมกันได้อย่างอิสระบนเซิร์ฟเวอร์ หรือเวิร์กสเตชั่นที่ใช้โพรเซสเซอร์อินเทล และสามารถย้ายแอพพลิเคชั่นที่กำลังใช้งานอยู่ข้ามไปยังระบบปฏิบัติการอื่น โดยไม่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง (Virtual Machine) ดังกล่าวจะสามารถผนวกรวมอย่างกลมกลืนกับระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบการจัดการที่มีอยู่ โดยผู้ใช้จะมองเห็นทรัพยากรต่างๆ เสมือนหนึ่งว่าได้จัดเตรียมไว้สำหรับผู้ใช้โดยเฉพาะ ในขณะที่ผู้ดูแลระบบก็จะสามารถจัดการและปรับปรุงการใช้งานทรัพยากรดังกล่าวได้ทั่วทั้งองค์กร

“ลูกค้าต้องการโซลูชั่นที่สามารถลดความยุ่งยากซับซ้อนในการจัดการระบบโครงสร้างไอที ซึ่งนับเป็นประเด็นปัญหาที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของการจัดเก็บข้อมูล ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เทคโนโลยี Server Virtualization และ Storage Virtualization เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แต่วันนี้ อีเอ็มซีกำลังจะผนวกรวมเทคโนโลยีทั้งสองเข้าด้วยกัน เราได้ทำงานร่วมกับทีมงานที่มีความสามารถของวีเอ็มแวร์มาได้สักระยะหนึ่งแล้วและเราเข้าใจดีว่าเหตุใดวีเอ็มแวร์จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในโลก ด้วยทรัพยากรและความมุ่งมั่นของอีเอ็มซี ผนวกกับความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี Server Virtualization ของวีเอ็มแวร์ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ และเราจะประสบความสำเร็จร่วมกันในอนาคต” นายวินัยกล่าวเพิ่มเติม

การผนวกรวมของเทคโนโลยีดังกล่าวนับว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันแล้ว ความเป็นผู้นำของอีเอ็มซีในด้านการพัฒนามาตรฐานเปิด และความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทไอทีชั้นนำ จะเกื้อหนุนการสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือในวงการอุตสาหกรรม วีเอ็มแวร์จะยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับบรรดาผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจชั้นนำของโลก รวมทั้งผู้ผลิตซอฟต์แวร์ และผู้จัดหาโซลูชั่นการจัดการระบบ เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า

นายวินัยกล่าวว่า “ซอฟต์แวร์ของวีเอ็มแวร์ได้รับความนิยม และนำไปใช้อย่างแพร่หลายในบริษัทนับพันแห่งทั่วโลก สำหรับการผนวกรวมเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในการกำหนดค่าเซิร์ฟ
เวอร์จากหลายสัปดาห์ให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที และย้ายเวิร์กโหลดของแอพพลิเคชั่นระหว่างเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชั่นได้อย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ โดยยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และลดระยะเวลาหยุดทำงานในกรณีที่มีการบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ติดตั้ง หรือเปลี่ยนย้ายระบบ”

ทั้งนี้ อีเอ็มซีคาดว่าภายหลังจากการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้วจะทุ่มงบประมาณลงทุนอีกประมาณ 15-20 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2547 เพื่อใช้ในโครงการวิจัยและพัฒนาที่กำลังดำเนินการอยู่ของวีเอ็มแวร์ รวมทั้งงบประมาณส่วนหนึ่งในการผนวกรวมเทคโนโลยี คาดว่างบประมาณทั้งหมดภายใต้กระบวนการควบรวมกิจการ ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้องข้างต้นจะนำมากระจายในอัตรา 0.01 ดอลล่าร์ต่อหุ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2547 ต่อหุ้น โดยจะไม่ส่งผลต่อตัวเลขกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับปีงบประมาณ 2547 ในทางตรงกันข้ามการซื้อกิจการของวีเอ็มแวร์กลับจะช่วยให้อีเอ็มซีสามารถสร้างผลกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 0.01 ดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2548

เมื่อกระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว อีเอ็มซีมีแผนที่จะให้วีเอ็มแวร์ดำเนินธุรกิจในรูปของบริษัทซอฟต์แวร์ในเครือของอีเอ็มซี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต ภายใต้การควบคุมดูแลของไดแอน กรีน ประธานและประธานฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของวีเอ็มแวร์ และนโยบายของบริษัทก็จะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนา การขาย และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของวีเอ็มแวร์เช่นเดิม

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการควบรวมกิจการการสามารถดูสไลด์การนำเสนอได้ที่ http://www.emc.com/IR_Tech_presentation

นอกจากนี้ ล่าสุดไอดีซี เปิดเผยว่า อีเอ็มซีและเลกาโต้สามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดร่วมกัน ด้วยส่วนแบ่งรายได้ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยมากกว่าเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับอัตราเติบโตเฉลี่ยของตลาดซอฟต์แวร์การจัดเก็บข้อมูลโดยรวมในช่วงไตรมาสที่สาม โดยมาจากการขยายส่วนแบ่งในตลาดซอฟต์แวร์สำคัญๆ เช่น การจัดการทรัพยากรสตอเรจ, การสำรองและการกู้คืน/เก็บถาวรข้อมูล และรีพลิเคชั่น

“ซอฟต์แวร์ของอีเอ็มซีได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลยุทธ์การจัดการวงจรการใช้งานข้อมูล (Information Lifecycle Management) ของเราก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แก้ไขปัญหาความสอดคล้องตามข้อบังคับ และปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างสารสนเทศให้สอดคล้องกับคุณประโยชน์ของข้อมูล” นายวินัยกล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ เลกาโต้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มหลักๆ ทุกกลุ่ม และลูกค้าเริ่มหันมาให้ความสนใจกับโซลูชั่นการจัดการข้อมูลของอีเอ็มซีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซลูชั่นการสำรอง กู้คืน และเก็บถาวรข้อมูล ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ การขยายตัวในส่วนของซอฟต์แวร์รีพลิเคชั่น และการเติบโตโดยรวมของอีเอ็มซียังแสดงให้เห็นว่าลูกค้ามองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของอีเอ็มซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่บริษัทกำลังดำเนินการเข้าซื้อกิจการของเลกาโต้ในขณะนี้

ข้อมูลเกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานเวอร์ช่วลสำหรับระบบที่ขับเคลื่อนด้วยโพรเซสเซอร์อินเทล บริษัทชั้นนำของโลกต่างเลือกใช้โซลูชั่นของ Vmware เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อนของระบบไอที เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านการประมวลผลที่มีอยู่ และตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปได้อย่างทันท่วงที VMware มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.vmware.com

ข้อมูลเกี่ยวกับ EMC

อีเอ็มซี คือผู้นำแห่งโลกธุรกิจระบบสตอเรจ ที่คิดค้นทั้งระบบ, ซอฟต์แวร์, ระบบเครือข่าย และ การให้บริการต่างๆ ทั้งยังพัฒนาโซลูชั่นระบบเครือข่ายสตอเรจ แบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้หน่วยงานต่างๆทั่วโลกสามารถดึงและใช้ข้อมูลต่างๆที่มีอยู่ได้ในระดับสูงสุดและใช้ต้นทุนทั้งหมดขั้นต่ำสุด ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอีเอ็มซี สามารถรับได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.EMC.com

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter