บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังเผชิญความท้าทายต่อ โดยผลประกอบการปี 2568 พบว่า มีรายได้รวม 15,421 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 838 ล้านบาท ลดลง 41.9% จากปีก่อน
แม้ผลประกอบทั้งปี 2568 จะลดลง แต่รายได้จากการขาย Q4 ปี 2568 รวม 3,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากปีก่อน และยอดขายสาขาเดิมเติบโต 1.3% ตอกย้ำความสำเร็จของโมเดลธุรกิจบุฟเฟต์ของ MK GROUP ได้รุกหนักตั้งแต่ช่วงกลางปี ทั้ง MK บุฟเฟต์ ‘คุ้มเกินคุ้ม’ 299 บาท และแบรนด์ ‘โบนัส สุกี้’
โดยเฉพาะ MK คุ้มเกินคุ้ม 299 ที่ดันยอดขายสาขาเดิมเติบโตได้ถึง 3.4%
ขณะที่การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘โบนัสสุกี้’ ในเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อเจาะกลุ่ม Budget Buffet กับราคาที่เข้าถึงง่าย ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสิ้น 15 สาขา ภายในปี 2568
สำหรับในปี 2568 กำไรสุทธิ 838 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า 604 ล้านบาท หรือลดลง 41.9% สำหรับไตรมาส 4 ของปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิเท่ากับ 103 ล้านบาท ลดลง 251 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สถานการณ์ดังกล่าว เกิดจากปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร แต่ทางบริษัทฯ ยังคงรักษามาตรฐานเรื่องคุณภาพและการให้บริการไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งทางด้านต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ
-ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มสูงขึ้นตามโครงสร้างของธุรกิจบุฟเฟต์ แต่ไม่ลดคุณภาพ
-การลงทุนเพื่อขยายสาขา ‘โบนัส สุกี้’ ต่อเนื่อง ทุ่มงบก้อนแรกกว่า 500 ล้านบาท
-ค่าใช้จ่ายพนักงาน เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นของทั้ง เอ็มเค เรสโตรองต์ และการสร้างแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้
-ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 จะมุ่งเน้นการปรับตัวให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยการนำเสนอเมนูและโปร โมชั่นที่มีความคุ้มค่า พร้อมกับบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าหลากหลาย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเตรียมขยายสาขาของ ‘โบนัส สุกี้’ ต่อเนื่องกว่า 40-50 สาขาทั่วประเทศ โดยมีแผนเพิ่มงบลงทุนต่อเนื่อง พร้อมรักษามาตรฐานของทุกแบรนด์ในเครือ และการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น



