ในช่วงเทศกาลปีใหม่ธุรกิจหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ธุรกิจหมอดู” เนื่องจากปีใหม่นับว่าเป็นความหวังใหม่ของหลายคน ดังนั้นจึงมีหลายคนเลือกที่จะใช้บริการหมอดูเพื่อต้องการทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ของชีวิตและเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2551 ในภาพรวม ทั้งนี้เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น คนกรุงเทพฯส่วนหนึ่งต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ทำให้เกิดอาการเครียด ภาวการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนพยายามหาทางออกที่ดีกว่าให้กับชีวิตและจิตใจของตนเอง โดยที่ปรึกษาที่เป็นทางเลือกหนึ่งของคนกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อยคือ“หมอดู” ธุรกิจหมอดูจึงเป็นธุรกิจที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองหรือซบเซา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบรรดาหมอดูจะเพิ่มราคาค่าบริการ กอปรกับภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า ทำให้ลูกค้าที่นิยมใช้บริการหมอดูมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยการลดความถี่ในการไปดูหมอ นอกจากการใช้บริการหมอดูเป็นการส่วนตัวแล้ว ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยโดยเฉพาะการทำนายชะตาชีวิตทั้งในอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และบริการผ่านระบบออดิโอเท็กซ์ นับว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ธุรกิจหมอดูได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาหรือกลุ่มเยาวชน ตลอดจนคนที่อยู่ในวัยทำงาน เนื่องจากการใช้บริการหมอดูไฮเทคมีความสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตลอดจนไม่ต้องรอคิวเป็นเวลานานและไม่ต้องเสียเวลาในการนัดหมายล่วงหน้า นับว่าเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าของธุรกิจหมอดูให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นหมอดูไฮเทคจึงนับเป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจหมอดู
บริการหมอดู…คนกรุงฯเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สำรวจ “คนกรุงเทพฯกับการใช้บริการหมอดู” ในช่วงระหว่างวันที่ 1-16 ธันวาคม 2550 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,824 คน โดยกระจายกลุ่มตัวอย่างตามเพศ อายุและอาชีพ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมในการใช้บริการหมอดูมีความแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณจากจำนวนคนที่ใช้บริการหมอดู ความถี่ในการใช้บริการ และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้บริการ คาดว่าในปี 2550 ธุรกิจหมอดูและธุรกิจต่อเนื่องนั้นก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจถึง 2,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในปี 2549 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 โดยแยกเป็นธุรกิจหมอดูโดยเฉพาะทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในปี 2550 ประมาณ 1,800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเม็ดเงินสะพัดในปี 2549 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 นอกจากนี้ธุรกิจหมอดูยังก่อให้เกิด เช่น ธุรกิจทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ ธุรกิจหนังสือพยากรณ์ดวงชะตา รวมไปถึงธุรกิจสื่อสารประเภทอินเทอร์เน็ตและออร์ดิโอเท็กซ์ที่ให้บริการดูหมอ เป็นต้น โดยคำนวณได้ว่าในปี 2550 ธุรกิจหมอดูทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจต่อเนื่องถึง 700 ล้านบาทใกล้เคียงกับในปี 2549
จากผลการสำรวจในปี 2550 พบประเด็นสำคัญ ดังนี้
-ความถี่ในการใช้บริการหมอดูลดลง…อัตราค่าบริการเพิ่มขึ้น จากผลการสำรวจพบว่าคนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้บริการหมอดู โดยมีความถี่ในการในการใช้บริการหมอดูลดลง กล่าวคือคนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 2.50 ครั้งต่อปี ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในปี 2549 ความถี่ในการดูหมอเฉลี่ย 5.23 ครั้ง เนื่องจากค่าบริการหมอดูมีราคาสูงขึ้น คือ อัตราค่าบริการของธุรกิจหมอดูที่คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างนั้นเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 297.66 บาทต่อครั้ง เทียบกับในปี 2549 ที่มีอัตราค่าบริการเฉลี่ย 154.87 บาทต่อครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯที่ชื่นชอบการดูหมอนั้นยินดีจะจ่ายแพงขึ้นและเลือกสรรหมอดูมากขึ้น กอปรกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเริ่มหันไปใช้บริการหมอดูผ่านทางเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ตและออร์ดิโอโฟนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งการใช้บริการหมอดูผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยนั้นอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ชื่นชอบบริการหมอดู และบางส่วนยังเป็นการให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
-ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการธุรกิจหมอดู ในปี 2550 ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการหมอดูของคนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเฉลี่ย 297.66 บาทต่อครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในปี 2549 แล้วพบว่าค่าใช้จ่ายในการใช้บริการหมอดูเฉลี่ย 154.87 บาท แม้ว่าในปี 2550 สภาพเศรษฐกิจซบเซา คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการหมอดู ก็ไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ หรือคนกรุงเทพฯยังคงหันไปพึ่งพาธุรกิจหมอดู ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ที่นิยมดูหมอบางส่วนนั้นหันไปเลือกบริการหมอดูที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยคนกลุ่มนี้จะพึ่งพาการอ่านการทำนายดวงชะตาตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น การอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆที่แทบทุกสื่อจะมีคอลัมภ์ทำนายดวงชะตาชีวิตเป็นคอลัมภ์แทรกอยู่ด้วย เป็นต้น แต่ในปัจจุบันคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นที่หันมานิยมดูหมอนั้นก็เลือกการใช้บริการดูหมอที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้บริการผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และออร์ดิโอเท็กซ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ให้บริการสื่อต่างๆ และบรรดาหมอดูทั้งหลายต่างหันมาอาศัยช่องทางการทำนายดวงชะตาผ่านทางเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยเป็นช่องทางใหม่ในการขยายฐานลูกค้า และเป็นช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ เนื่องจากมีลูกค้าที่นิยมใช้บริการหมอดูบางกลุ่มหันมานิยมใช้บริการทำนายดวงชะตาผ่านทางเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย
นอกจากนี้เมื่อเทียบกับผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการหมอดูจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมาพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้บริการหมอดูครั้งล่าสุดนี้เพิ่มขึ้น แม้ว่าบรรดาผู้ที่นิยมดูหมอประมาณร้อยละ 67.7 ของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการหมอดูหันไปใช้บริการหมอดูที่ให้บริการฟรี แต่กลุ่มลูกค้าบางส่วนก็ยังยินดีจ่ายค่าบริการหมอดู ไม่ว่าหมอดูจะขึ้นราคาค่าบริการ โดยเฉพาะหมอดูที่มีชื่อเสียงนั้น นอกจากต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้นแล้วยังยินดีที่จะรอคิว แม้ว่าจะต้องรอคิวกันเป็นเดือนก็ตาม
เทคโนโลยีที่ทันสมัย…สร้างลูกค้าใหม่สำหรับธุรกิจหมอดู
ในปัจจุบันจะสังเกตเห็นว่ากิจการหมอดูแพร่หลายเข้าไปในสื่อต่างๆแทบทุกประเภท เดิมนั้นคำทำนายของหมอดูที่จะพบเห็นได้อยู่เสมอคือ ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ โดยแต่ละเล่มจะมีคอลัมภ์หมอดูไว้ให้บริการคนอ่านโดยเฉพาะ ซึ่งผู้อ่านบางท่านก็เปิดอ่านคอลัมภ์นี้ก่อนคอลัมภ์อื่นๆ หลังจากนั้นกิจการหมอดูเริ่มเข้าไปมีบทบาทในห้างสรรพสินค้า และโรงแรม ซึ่งก็สร้างรายได้ให้กับสถานที่ดังกล่าวพอสมควรทีเดียว ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการสื่อสารที่ทันสมัยมีส่วนในการช่วยให้ธุรกิจหมอดูเฟื่องฟูมากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นการให้บริการดูหมอทางโทรศัพท์มือถือ ออดิโอเท็กซ์ และอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ที่นิยมดูหมอทั้งหลายมีทางเลือกเพิ่มมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการจะดูหมอมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ธุรกิจเหล่านี้พยายามดึงหมอดูที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมาเป็นผู้ให้คำทำนายเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำทำนายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแม้ว่าการดูหมอในสื่อต่างๆจะเป็นเพียงบริการเสริมเท่านั้น แต่ก็นับว่ามีส่วนอย่างมากในการสร้างสีสันที่น่าสนใจให้กับสื่อต่างๆ จนกระทั่งในบางครั้งมีการโฆษณาว่าหมอดูชื่อดังมาเขียนคำพยากรณ์ให้กับฉบับนี้เป็นพิเศษเพื่อดึงดูดให้ผู้ที่นิยมหมอดูหันมาซื้อหนังสือเล่มนี้มากยิ่งขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การใช้สื่อที่ทันสมัยมากขึ้นในการให้บริการหมอดู ทำให้ธุรกิจหมอดูได้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา กลุ่มหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่เคยชินกับการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การสื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งทำให้เป้าหมายของการดูหมอเพิ่มบทบาทในการเป็นธุรกิจที่สร้างความบันเทิง และช่วยแก้เหงาในยามว่างด้วย จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มุ่งจะทำนายทายทักอนาคต และเป็นที่ปรึกษายามที่มีปัญหาเท่านั้น นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริการหมอดูในสื่อที่ทันสมัยต่างๆได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว คือ การให้คำทำนายฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการไปใช้บริการหมอดูตามสถานที่ต่างๆ แต่ถ้าต้องการจะรู้รายละเอียดจึงจะมีการจ่ายเงินกัน ทำให้กลุ่มผู้ที่เข้ามาใช้บริการเป็นกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเน้นอ่านคำพยากรณ์เพื่อความบันเทิงมากกว่าที่จะเป็นการดูหมออย่างจริงจัง
ปัจจุบันนอกจากลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา และกลุ่มหนุ่มสาวสมัยใหม่ บรรดากลุ่มลูกค้าที่นิยมการทำนายทายทักดวงชะตาเริ่มหันมานิยมและยอมรับการใช้บริการหมอดูผ่านการสื่อสารที่ทันสมัยมากขึ้น จากการสำรวจพบพฤติกรรมการใช้บริการหมอดูไฮเทค ดังนี้
-สะดวกรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง…สาเหตุหลักที่เลือกใช้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการหมอดูผ่านการสื่อสารที่ทันสมัยระบุถึงสาเหตุที่หันมาเลือกใช้บริการหมอดูไฮเทคอันดับแรกร้อยละ 41.5 ของกลุ่มตัวอย่างได้รับความสะดวกรวดเร็วในการได้รับบริการ ร้อยละ 25.9 ระบุว่าไม่ต้องรอคิว/นัดหมายล่วงหน้า ร้อยละ 16.7 เสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งลดลงเมื่อเทียบกับการใช้บริการหมอดูในลักษณะเดิม ร้อยละ 15.1 ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 0.8 นั้นเป็นสาเหตุอื่นๆ เช่น การทดลองใช้ตามเพื่อนๆ เป็นต้น
-บริการผ่านโทรศัพท์มือถือและออร์ดิโอเท็กซ์…แนวโน้มขยายตัวในอนาคต กลุ่มตัวอย่างที่หันมาใช้บริการหมอดูไฮเทคนั้น ร้อยละ 74.5 นิยมใช้อินเทอร์เน็ต ร้อยละ 21.2 ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 4.3 ใช้บริการผ่านทางออดิโอเท็กซ์ ในปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและออดิโอเท็กซ์เล็งเห็นว่าการให้บริการทำนายชะตาชีวิตนั้นเป็นช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีความได้เปรียบการใช้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้บริการได้พูดคุยโดยตรงกับบรรดาหมอดู ดังนั้นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและออดิโอเท็กซ์ต่างพยายามคัดสรรหมอดูที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางเข้ามาเป็นผู้ให้บริการ ในขณะที่บรรดาหมอดูทั้งหลายก็จับมือกันเป็นทีมงานเพื่อเปิดให้บริการทำนายชะตาชีวิตผ่านทางบริการออดิโอเท็กซ์เช่นกัน เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นช่องทางในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
-ลูกค้าที่ยังไม่เคยใช้บริการ…ลูกค้าในอนาคต สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการหมอดูอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ยังไม่เคยใช้บริการหมอดูไฮเทค มีเหตุผลของการที่ยังไม่ใช้บริการหมอดูไฮเทคที่แตกต่างกัน คือ ร้อยละ 34.4 ยังไม่เคยทดลองใช้ ร้อยละ 31.8 คิดว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม ร้อยละ 24.9 ยังเชื่อถือหมอดูรูปแบบเดิม ร้อยละ 4.9 ยังไม่มีอุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสาร ที่เหลือร้อยละ 4.1 ติดปัญหาอื่นๆ เช่น ยังใช้อุปกรณ์ในการสื่อสารที่ทันสมัยไม่เป็น เป็นต้น ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลของการไม่ใช้บริการหมอดูไฮเทคแล้วจะพบว่ามีโอกาสอย่างมากที่จะสามารถชักชวนให้คนกลุ่มนี้เข้ามาใช้บริการหมอดูไฮเทคในอนาคต โดยการปรับปรุงการให้บริการเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้
เม็ดเงินทำบุญ-สะเดาะเคราะห์…รับอานิสงส์จากธุรกิจหมอดู
ความนิยมหมอดูนอกจากจะทำให้มีเม็ดเงินจำนวนมากสะพัดอยู่ในธุรกิจหมอดูแล้ว ธุรกิจต่อเนื่องเกี่ยวกับธุรกิจนี้ในเมืองไทยยังเฟื่องฟูตามไปด้วย คาดว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหมอดูมีเม็ดเงินสะพัดในปี 2550 ประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับในปีที่ผ่านมา โดยแยกเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการทำบุญ/สะเดาะห์เคราะห์ 500 ล้านบาท และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น หนังสือทำนายดวงชะตา เทป/ซีดีทำนายดวง ทัวร์เพื่อตระเวนไหว้พระทั้งในประเทศ/ต่างประเทศเพื่อเสริมชะตาชีวิต เป็นต้น ซึ่งคาดว่ามีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจเหล่านี้ประมาณ 200 ล้านบาท
ธุรกิจการทำบุญ/สะเดาะเคราะห์นับว่าเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูและได้รับอานิสงส์จากธุรกิจหมอดู เนื่องจากเมื่อไปหาหมอดูร้อยละ 36.3 ของกลุ่มตัวอย่างได้รับคำแนะนำให้ทำบุญ และร้อยละ 19.1 ได้รับคำแนะนำให้สะเดาะเคราะห์ ร้อยละ 0.8 ให้ทำเสน่ห์(เช่น ลงนะหน้าทอง สักลิ้น เป็นต้น) ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 43.9 ไปพบหมอดูเพื่อต้องการตรวจดวงชะตาหรือถามปัญหาเท่านั้น ซึ่งจากการสำรวจ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดพบว่าค่าใช้จ่ายในการทำบุญสะเดาะเคราะห์/ทำบุญของคนกรุงเทพฯที่ไปใช้บริการหมอดูนั้นเฉลี่ย 252.46 บาทต่อครั้งต่อราย เมื่อเทียบกับในปี 2549 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในส่วนนี้เท่ากับ 236.46 บาทต่อครั้งต่อราย เมื่อคำนวณจากคนกรุงเทพฯที่ไปใช้บริการหมอดูและได้รับคำแนะนำให้ทำบุญ/สะเดาะห์เคราะห์ โดยคิดเฉพาะกลุ่มที่ทำตามคำแนะนำของหมอดู ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 8.9 ของกลุ่มตัวอย่างที่ทำตามคำแนะนำทันที ร้อยละ 37.5 ทำตามคำแนะนำเมื่อพร้อม ร้อยละ 46.7 ต้องพิจารณาว่าจะทำตามหรือไม่ และมีเพียงร้อยละ 5.6 ไม่ทำตามคำแนะนำ ส่วนอีกร้อยละ 1.3 ไปหาหมอดูอีกท่านเพื่อยืนยันคำทำนาย คาดว่าการทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ตามคำแนะนำของหมอดูทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจต่างๆ 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการสำรวจในช่วงปี 2549 ที่มีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจเหล่านี้ใกล้เคียงกัน โดยธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการทำบุญ/สะเดาะห์เคราะห์ของคนที่ทำตามคำแนะนำของหมอดู คือ ธุรกิจปล่อยสัตว์ต่างๆ ธุรกิจเครื่องสังฆทาน ธุรกิจหล่อพระพุทธรูป ธุรกิจจำหน่ายผ้าหลากสี หรือแม้แต่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับการแก้เคล็ด เช่น เลื่อย ฆ้อน ไม้ขีดไฟ/ไฟแช็ก หลอดไฟ เป็นต้น ซึ่งบางครั้งหมอดูแนะนำให้นำของเหล่านี้ไปถวายพระเพื่อเป็นการทำบุญหรือแก้เคล็ด
อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจจากการถูกหมอดูหลอกโดยเฉพาะการเรียกเงินเป็นจำนวนสูงเพื่อทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์/ทำเสน่ห์ ซึ่งนับว่าเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยบรรดาหมอดูที่ดีมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในธุรกิจหมอดูด้วย โดยอาศัยความเชื่อถือวิชาชีพหมอดูเพื่อเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งก็มีข่าวคราวปรากฏในสื่อต่างๆอยู่เสมอ คนกรุงเทพฯที่ใช้บริการหมอดูนั้นร้อยละ 13.5 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดระบุว่าถูกหมอดูหลอก ร้อยละ 49.5 นั้นไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือไม่ และร้อยละ 37.0 นั้นไม่เคยถูกหมอดูหลอก
นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการทำบุญ/สะเดาะห์เคราะห์แล้วบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ยังสำรวจพบว่าคนกรุงเทพฯที่สนใจธุรกิจหมอดูร้อยละ 39.7 ซื้อหนังสือทำนายดวงชะตามาอ่าน ร้อยละ 32.3 ซื้อทัวร์เพื่อตระเวนไหว้พระในประเทศ ร้อยละ 4.8 ซื้อเทป/ซีดีทำนายดวง และร้อยละ 2.3 ซื้อทัวร์เพื่อไหว้พระในต่างประเทศ และที่เหลืออีกร้อยละ 20.9 เลือกทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหมอดู ซึ่งกิจกรรมที่นิยมมากที่สุดคือการเลือกเรียน/ศึกษาหมอดู ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณเป็นเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเหล่านี้แล้วพบว่าก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดประมาณ 200 ล้านบาท ธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการดูหมอ โดยเฉพาะตำราที่ใช้ประกอบในการดูหมอ ซึ่งมีวางจำหน่ายอย่างหลากหลาย สำหรับผู้ที่สนใจจะหาซื้อไว้เพื่อศึกษาด้วยตนเอง หรือซื้อไปใช้สำหรับการประกอบอาชีพหมอดูในอนาคต โดยในร้านจำหน่ายหนังสือหลายแห่งจัดวางหนังสือเกี่ยวกับหมอดูไว้เป็นมุมเฉพาะเพื่อตอบสนองผู้อ่านที่สนใจหนังสือด้านนี้ ส่วนอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นไพ่ป๊อก ไพ่ทาโร่หรือไพ่ยิปซี แว่นขยาย ปฏิทิน 100 ปีสำหรับดูตำแหน่งของดาวต่างๆในวันเกิดของผู้ที่ต้องการดูหมอ ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูหมอเหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้นตามความนิยมของธุรกิจหมอดู โดยบรรดาหมอดูสมัครเล่นต้องการซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เพื่อไปประกอบในการศึกษาตำราหมอดู ธุรกิจหนังสือและเทปพยากรณ์ดวงชะตา โดยเฉพาะหนังสือและเทปเฉพาะกิจที่เป็นคำทำนายดวงชะตาตลอดทั้งปีตามดวงวันเกิด 12 ราศี ซึ่งจะออกวางจำหน่ายในช่วงปลายปีและต้นปี หนังสือและเทปดังกล่าวนี้มีวางจำหน่ายในร้านขายหนังสือและได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจโรงเรียนสอนการพยากรณ์ดวงชะตา ปัจจุบันคนกรุงเทพฯสนใจดูหมอมาก ทำให้อาชีพหมอดูเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสที่จะมีรายได้งามถ้ามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปัจจุบันมีผู้ที่เป็นหมอดูสมัครเล่นมากมายที่สนใจศึกษาด้วยตนเอง และการเรียนรู้จากบรรดาอาจารย์หมอดูทั้งหลาย ดังนั้นโรงเรียนสอนการพยากรณ์ดวงชะตานั้นจึงเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มแจ่มใสไม่น้อยเลยทีเดียว
บทสรุป
ธุรกิจหมอดูเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะรุ่งเรืองหรือซบเซา ธุรกิจหมอดูก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในปี 2550 คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้บริการหมอดู โดยลดความถี่ในการใช้บริการ เนื่องจากค่าบริการในการดูหมอเพิ่มขึ้น และการหันไปใช้บริการอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ และออร์ดิโอเท็กซ์เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้จากผลการสำรวจของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่าเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในธุรกิจหมอดูและธุรกิจเกี่ยวเนื่องในปี 2550 ประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยแยกเป็นธุรกิจหมอดูประมาณ 1,800 ล้านบาท โดยคำนวณจากจำนวนคนที่ใช้บริการหมอดู ความถี่ในการใช้บริการ และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้บริการ รวมทั้งเม็ดเงินที่สะพัดในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีก 700 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ ซึ่งประเมินว่าในปี 2550 เม็ดเงินสะพัดในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอดูถึง 500 ล้านบาท และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆอีก 200 ล้านบาท เช่น ธุรกิจจำหน่ายหนังสือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูหมอ เทปและหนังสือคำพยากรณ์ รวมทั้งธุรกิจโรงเรียนสอนการพยากรณ์ดวงชะตาเหล่านี้ เป็นต้น ต่างก็ได้รับอานิสงส์จากธุรกิจหมอดูที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเด็นที่ต้องระมัดระวังมากขึ้นคือการถูกหมอดูหลอกลวงโดยเรียกเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในธุรกิจทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ หรือแม้แต่ทำเสน่ห์ โดยบรรดาหมอดูที่ดีมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในธุรกิจหมอดูด้วย โดยอาศัยความเชื่อถือวิชาชีพหมอดูเพื่อเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งก็มีข่าวคราวปรากฏในสื่อต่างๆอยู่เสมอ
