5 สมาคมวิชาชีพผนึกกำลังรับมือปี “ชวดนี้… ไม่มีชวด” เตรียมพร้อมปรับสู่อนาคต

5 นายกสมาคมวิชาชีพชั้นนำของประเทศไทย นำโดย พญ.นลินี ไพบูลย์ นายกสมาคมการขายตรงไทย นายสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย นายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย และนางสาววิริยา วรกิตติคุณ นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย ประกาศความร่วมมือผนึกกำลังเพื่อรับมือความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงสูงที่จะส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในปีชวดนี้

ในแต่ละปี ทั้ง 5 สมาคม จะมีกิจกรรมร่วมกันในหลายรูปแบบ โดยในปีนี้ สมาคมขายตรงไทยจะเป็นตัวกลางและรับผิดชอบในการประสานงานเพื่อจะจัดงานวันรวมตัวของสมาชิกและผู้บริหารทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2551 ก็คือ “งานวัน 5 สมาคม – ปรับเปลี่ยนสู่อนาคต 5” ภายใต้ หัวข้อสัมมนา “ชวดนี้… ไม่มีชวด” โดยมีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจร่วมกับ 5 นายกสมาคมฯ มาสะท้อนวิสัยทัศน์และชี้แนะทิศทางที่ควรจะเป็นเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ความร่วมมือและการรวมตัวของทั้ง 5 สมาคม นับเป็นฐานรากที่สำคัญที่นอกจากจะเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมทางธุรกิจและสังคมที่มีคุณค่าในการพัฒนาสายอาชีพและการคืนสังคมแล้ว การดึงเอาความร่วมมือจากเครือข่ายของทุกฝ่าย เข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ จะเป็นการสร้างกระแสและแรงกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิสัยทัศน์เพื่อการอยู่รอดของตนเองแล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ให้ กับรัฐบาลในการปรับทิศทางของนโยบายของประเทศในอนาคต อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศท่ามกลางการผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างยากที่คาดการณ์

ประเทศไทย เริ่มศักราชปีชวดท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงหลายประการทั้งที่เป็นปัจจัยจากภายในประเทศและปัจจัยจากต่างประเทศ นับตั้งแต่เรื่องของภาวะค่าเงินที่แข็งค่า ราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้น ราคาสินค้าที่ทยอยเพิ่มราคา การส่งออกที่ชะลอตัว การเผชิญปัญหาซับไพรม์ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงรัฐบาลใหม่ที่ยังเพิ่งเริ่มเข้ามาทำงาน

จากผลการสำรวจทัศนคติและการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพในรอบปี 2550 ที่ผ่านมาของสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทยภายใต้โครงการสำรวจ “ไทยวิว” สรุปได้ว่า โดยทั่วไปคนกรุงเทพยังไม่มั่นใจกับเศรษฐกิจไทย มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย และมุ่งเน้นการเก็บออม อย่างไรก็ตาม คนกรุงเทพฯ มีความเชื่อว่า ภายหลังเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา บรรยากาศต่างๆ น่าจะดีขึ้น และคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่น่าจะสามารถบริหารงานได้เต็มที่ จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อมา

พิจารณาร่วมกับผลการสำรวจของสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ในประเด็น “ภาพลักษณ์ประเทศไทยกับทิศทางสื่อสารของรัฐบาลชุดใหม่” เมื่อเดือน มกราคม 2551 ที่พบว่า ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของประเทศไทยยังอยู่ในทิศทางที่น่าเป็นห่วง อันมาจากปัจจัยรุมเร้าทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการรอความชัดเจนของยุทธศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ด้วยความหวังในการคลี่คลายสำหรับนานาปัญหาตลอดการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผู้ประกอบการจึงต้องใช้นโยบายการประคองตัว พร้อมไปกับการเสริมรากฐานให้แข็งแกร่งเพื่อป้องกันมากกว่าจะเป็นการเริ่มธุรกิจใหม่

การจัดงานสัมมนาปี “ชวดนี้… ไม่มีชวด” ที่กำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2551 ที่โรงแรม เซนทารา เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. จะเป็นเวทีระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานชั้นนำระดับประเทศมาวิเคราะห์ “เข็มทิศ พิชิตปีชวด” แสดงวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ ให้ตอบโจทย์กับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ภายใต้หัวข้อ “ขาใหญ่ขยับ จับทางให้ถูกทิศ” พร้อมผลการวิจัยทิศทางผู้บริโภคหลังเลือกตั้ง กับการกระเทาะผลวิจัยให้เป็นรูปธรรมโดย 5 นายกสมาคมฯ ควบคู่ไปกับผู้รู้ในแต่ละสายอุตสาหกรรม เช่น นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ประเทศไทย นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

การสัมมนาครั้งนี้จะให้ประโยชน์อย่างมากแก่สมาชิกของ 5 สมาคมฯ และผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เป็นที่คาดว่าปีชวดนี้ จะเป็นอีกปีที่ต้องประสบกับมรสุมรอบด้านนอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจของประเทศและการดำเนินธุรกิจเมื่อ 5 สมาคมฯ สามารถกระตุ้นให้สมาชิกในกลุ่มธุรกิจของตนได้ระมัดระวังและเตรียมตัวเป็นอย่างดี เตรียมพร้อมที่จะรับกับเหตุการณ์ด้วยความระมัดระวัง ย่อมส่งผลดีต่อภาพใหญ่ เศรษฐกิจระดับประเทศด้วย