เครือกสิกรไทยรุกธุรกิจลีสซิ่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์

แฟคเตอริ่งกสิกรไทยเปลี่ยนชื่อเป็น แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย พร้อมลุยสินเชื่อ ลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ครบวงจร เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าผู้จำหน่ายเครื่องจักรและผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนซื้อเครื่องจักร ตั้งเป้า 3 ปีขึ้นเป็นผู้นำตลาด

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพจะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเริ่มฟื้นตัว จึงคาดว่าผู้ประกอบการจะเริ่มให้ความสำคัญในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตให้สูงขึ้น โดยคาดว่า ยอดขายเครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในประเทศที่อาศัยแหล่งเงินทุนต่าง ๆ จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนผู้ให้บริการลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังมีจำนวนน้อยราย

ดังนั้นเครือธนาคารกสิกรไทย จึงได้ปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ โดยการโอนธุรกิจแฟค เตอริ่งจากบริษัท แฟคเตอริ่งกสิกรไทย จำกัด ให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ดำเนินการแทน และเปลี่ยนชื่อบริษัท แฟคเตอริ่งกสิกรไทย จำกัด เป็นบริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด (Kasikorn Factory and Equipment : KF&E) ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป เพื่อรุกสู่ธุรกิจลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ครบวงจรอย่างเต็มตัว โดยมอบหมายนายศาศวัต วีระปรีย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เข้าไปเป็นผู้บริหารสูงสุด ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัท ฯ

ทั้งนี้บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทยจะให้บริการหลัก 3 ประเภท ได้แก่ (1) บริการสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) เป็นสินเชื่อสำหรับเช่าซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ โดยผู้เช่าจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 12 เดือนถึง 48 เดือน (2) บริการสัญญาเช่าทางการเงิน (Financial Lease) สำหรับเช่าอุปกรณ์เครื่องจักรอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ โดยผู้เช่าสามารถเลือกที่จะเป็นเจ้าของหรือไม่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเมื่อครบกำหนดการเช่าก็ได้ มีระยะเวลาการกู้ไม่ต่ำกว่า 36 เดือน (3) บริการสัญญาเช่าดำเนินการ (Operating Lease) เป็นการเช่าอุปกรณ์เครื่องจักรอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์เพื่อนำมาประกอบการเพียงอย่างเดียว โดยผู้ประกอบการไม่ต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน

ทั้งนี้ สินเชื่อเพื่อการเช่า/เช่าซื้อเครื่องจักรกสิกรไทย จะสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการเช่าซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยแฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จะให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 90% ของมูลค่าทรัพย์สิน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์อื่นค้ำประกัน ลูกค้าจึงไม่ต้องลงทุนซื้อทรัพย์สินที่เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์ด้วยเงินสด จึงไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่

นายประสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด จะใช้ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์กับตัวแทนผู้จำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ และเป็นสื่อกลางระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับลูกค้าที่มีความต้องการเครื่องจักรและอุปกรณ์แต่ขาดสภาพคล่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับการตอบสนองความต้องการอย่างครบถ้วน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมาย จะสามารถเพิ่มปริมาณธุรกิจ ลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์อีก 100% ภายในปี 2553 สู่ระดับมากว่า 4,500 ล้านบาท และจะสามารถครองความเป็นผู้นำในธุรกิจลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า