กสิกรไทยเปิดเว็บไซต์ลุยจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวเว็บไซต์บริการจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าธนาคารโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยให้ธุรกิจไทยและต่างชาติพบปะเจรจาคู่ค้าในตลาดต่างแดนผ่านเว็บไซต์ ผ่านเครือข่ายพันธมิตรของธนาคารกว่า 40 ธนาคาร ทั่วภูมิภาคอาเซียน+3 ช่วยให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการหาคู่ค้า พร้อมจัดทำระบบล็อคอินเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลในการเจรจาธุรกิจ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้ที่ www.askkbank.com/aecplusmatching ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1,000 บริษัท

นายพิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการในปี 2558 เป็นตัวกระตุ้นให้นักธุรกิจไทยหาโอกาสทางการค้าในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียนและทั่วโลก ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องหาวิธีในการขยายธุรกิจ รวมถึงการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ เพื่อผลิตสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของของตลาดหรือการหาผู้ร่วมทุนระหว่างประเทศ การจับคู่ธุรกิจข้ามประเทศจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแนะนำคู่ค้าที่มีศักยภาพและความน่าเชื่อถือ

ธนาคารกสิกรไทยจึงได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.askkbank.com/aecplusmatching เพื่อให้นักธุรกิจไทยและต่างประเทศหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยปีที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้มีการจัด AEC+ 3 Banking Initiatives: Bangkok Declarationขึ้น ซึ่งเป็นการลงนามความร่วมมือกันเป็นพันธมิตรอาเซียน (ASEAN Alliance) เพื่อกระชับความร่วมมือและส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจด้านการธนาคารระหว่างกันและยกระดับการให้บริการของธนาคารครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกระหว่างธนาคารกสิกรไทยและธนาคารสัญชาติอื่นๆ ในทวีปเอเชีย กว่า 40 ธนาคาร การลงนามในครั้งนี้เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีว่าธนาคารกสิกรไทยมีเครือข่ายพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ โดยธนาคารพันธมิตรเหล่านี้จะช่วยคัดกรองบริษัทที่มีศักยภาพและมีเสถียรภาพจากประเทศของตนเพื่อเข้าร่วมในบริการจับคู่ทางธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย

ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสามารถเข้าไปหาข้อมูลเชิงลึกของผู้ซื้อและผู้ขายผ่านทางระบบออนไลน์ รวมถึงการส่งข้อความโต้ตอบในการเจรจาธุรกิจได้โดยตรงบนเว็บไซต์ดังกล่าวโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง รวมทั้งสามารถขอรับคำปรึกษาและข้อมูลจากธนาคารในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งวิธีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจของผู้ประกอบการประสบความสำเร็จ ในด้านความปลอดภัยได้มีการกำหนดขั้นตอนการเข้าใช้งานเว็บไซต์ให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกทุกรายจะต้องทำการล็อคอินด้วย   ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้เข้าใช้งานเป็นผู้ประกอบธุรกิจสมาชิกเว็บไซต์โดยแท้จริง จึงช่วยให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

ผู้ประกอบการธุรกิจที่สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ www.askkbank.com/aecplusmatching จะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย หรือลูกค้าของธนาคารพันธมิตร หรือลูกค้าองค์กรพันธมิตรของธนาคารดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 3 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยมีผลการดำเนินงานที่เป็นกำไรและมีวงเงินสินเชื่อที่ปราศจากประวัติหนี้เสีย มีความประสงค์จะหาพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ ธุรกิจที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและสมัครใช้บริการได้ที่ www.askkbank.com/aecplusmatching ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายพิพิธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งเดียวที่ให้บริการแบบครบวงจรด้านจับคู่ธุรกิจข้ามประเทศ ทั้งการสนับสนุนผู้ประกอบการในการการขยายตลาดการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ และการควบรวมกิจการ โดยธนาคารได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจของลูกค้าธนาคารไปยังคู่ค้าที่น่าเชื่อถือของธนาคารพันธมิตรในต่างประเทศ สำหรับเว็บไซต์บริการจับคู่ธุรกิจข้ามประเทศดังกล่าวจึงนับเป็นบริการล่าสุด ที่ธนาคารมุ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาพธุรกิจไทย ซึ่งธนาคารคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2558 มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1,000 บริษัท

ทั้งนี้ ในปี 2557 ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้มีการจัดงานจับคู่ธุรกิจแห่งปีขึ้น ภายใต้ชื่องาน AEC +3 Summit & Expo 2014 ซึ่งธนาคารได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากธนาคารพันธมิตรจำนวนกว่า 40 แห่งทั่วโลก ในการเชิญธุรกิจลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จำนวนกว่า 150 ราย เช่น บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายรูปแบบ บริษัท มินเซน แมชีนเนอรี่ จำกัด ธุรกิจร้านขายเครื่องสูบน้ำ  บริษัท บางกอกวัสดุภัณฑ์ จำกัด ผลิตอุปกรณ์ประปา ยี่ห้อ ซันว่า บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตข้าวหอมมะลิตราไก่แจ้  ทำให้สามารถจับคู่ธุรกิจได้จำนวนมากกว่า 500 คู่เจรจา มูลค่าธุรกิจรวมกว่า 6,000 ล้านบาท นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของธนาคารที่นอกจากจะได้ช่วยลูกค้าในการขยายธุรกิจแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยระดับมหภาคอีกด้วย