เกียรติศักดิ์ อุดมนาค “Laugh Management”

เกียรติศักดิ์ หรือ “เสนาหอย” เลือกพูดคุยกับ POSITIONING ในห้องทำงานที่ตกแต่งตามหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ “ฮวงจุ้ยไม่ใช่ความงมงาย มันเป็นหลักธรรมชาติจริงๆ ให้เรารู้จักดูแล เช่นน้ำอย่าให้เหือดแห้ง ทำแล้วก็สบายใจ”

ด้วยความที่ชอบดูทีวีมาก เกียรติศักดิ์มีความฝันตั้งแต่เรียน ม.6 ว่าอยากทำงานเบื้องหลังรายการทีวี เมื่อเอนทรานซ์ ก็เลือกสายนิเทศศาสตร์ทั้ง 5 อันดับแรก แต่กลับสอบติดอันดับ 6 คณะศิลปกรรมศาสตร์เอกดนตรี จุฬาฯ เอนทรานซ์ใหม่ก็ยังไม่สมหวัง เกียรติศักดิ์จึงตัดสินใจที่จะไขว่คว้าฝันจาก 2 วิธีแรกคือลงทะเบียนเรียนแบบไม่ได้เกรด (audit) วิชาด้านนิเทศฯ และด้านการละครจากคณะอื่นๆ วิธีที่สองคือทำกิจกรรม ทั้งเป็นพิธีกรงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและขอเล่นละครเวทีคณะอักษรศาสตร์ นำสู่ข้อสรุปว่า “ละครเวทีคือพื้นฐานแรกของที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้”

“โคตรมีความสุข เวลากระดิกตัว ทำอะไร ก็มีคนหัวเราะ แต่เราไม่ได้ตั้งใจทำนะ มันเป็นไปเอง” เกียรติศักดิ์รับบทแค่ตัวประกอบ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะระหว่างซ้อมจากคนรอบข้างได้มากมายรวมไปถึง “ครูช่าง” ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง อาจารย์คนสำคัญในวงการละครไทย นอกจากนี้ยังได้รู้จักกับ “เสนาเปิ้ล” นาคร ศิลาชัย รุ่นพี่ที่เป็นประธานเชียร์ในสมัยนั้น สายสัมพันธ์ทั้งหมดนำเกียรติศักดิ์ไปสู่การเป็น “เสนาหอย” ในรายการยุทธการขยับเหงือกในปีที่ 3 ของรายการจากอายุรายการทั้งหมด 7 ปี

“จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผมคือ ได้เล่นยุทธการขยับเหงือก เป็นทุกอย่าง ทำให้มีอาชีพที่ทำมาหากินได้ถึงทุกวันนี้ มีวิชา มีพี่ๆ ที่ดี มีเพื่อนในวงการ” เกียรติศักดิ์ก็ฝันอยากร่วมรายการนี้ตั้งแต่ที่ได้ดูตอนแรกขณะเรียนปี 2 และเมื่อจบปริญญามาก็เลือกรับแต่งานชั่วคราวอยู่ถึงปีเต็มๆ ไม่รับงานพิธีกรประจำรายการอื่นซึ่งจะส่งผลให้รายการยุทธการขยับเหงือกปฏิเสธเขา เพราะไม่ “สด” พอ ในที่สุดเขาก็ได้เป็นเสนาหอยสมใจหลังจากที่ผู้บริหารใหญ่จาก JSL มาติดตามดูการแสดงของเขาอยู่หลายครั้ง และได้รับคำแนะนำจาก “ครูช่าง” รวมถึงเสนาเปิ้ลที่แสดงอยู่เดิมด้วย

“หกเดือนแรก ร้องไห้หลังเล่นแทบทุกตอน เสนาคนอื่นๆ ออกมามีแต่เสียงกรี๊ด ของผมออกมาได้ยินเสียงแอร์ชัดในห้องส่งชัดมาก คือเงียบกันหมด ดูเหมือนเด็กส่งเอกสารหลงขึ้นมาบนเวที … ไม่ตลกเลย เมื่อไรจะออก สองคำนี้ลอยเข้ามาในหูตลอดเวลา”

แต่เกียรติศักดิ์ก็ยังมุมานะทำการบ้านอย่างหนักโดยไปเดินสำรวจแผงหนังสือแผงเทปไปสะดุดกับปกเทปเพลงของ “ตรีรัก รักการดี” นักร้องสาวแต่งตัวแบบ “ม๊อดดี้” ที่เซ็กซี่จัดจ้าน “ผมเอาปกนั้นไปให้ฝ่ายเสื้อผ้า แต่งตัวแต่งหน้าให้เหมือนเป๊ะ เต้นเหมือนเป๊ะ” ผลคือเป็นครั้งแรกที่เขาเรียกเสียงฮาในรายการได้มากมายและทำได้ตลอดมา 5 ปี ที่ทุกตอนเขาจะทุ่มเทอย่างหนักจนพี่ๆ ในรายการต้องคอยบอกให้ “พอแล้ว” ด้วยความสงสาร

การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเกียรติศักดิ์ มาถึงเมื่อยุทธการขยับเหงือกต้องปิดตัวลง “รายการทุกรายการมีจุดอิ่มตัว ทุกคนมีที่ทางไปอื่นๆ ไปเปิดบริษัท ไปทำรายการใหม่ เหลือพี่เปิ้ลกับผมนั่งมองหน้ากัน พี่เปิ้ลบอกผม เฮ้ยหอย พี่มีความฝันอยากทำรายการทีวีเอง มาช่วยกันไหม?” ขณะนั้นทาง JSL ได้เสนอให้ทั้งสองคนทำรายการลักษณะนี้ต่อไป แต่เกียรติศักดิ์ก็ตัดสินใจที่จะเก็บยุทธการขยับเหงือกให้เป็นอดีตที่ยิ่งใหญ่ไว้ แล้วเริ่มต้นใหม่ตามฝันที่มีตั้งแต่ ม.6 คือทำรายการทีวีตามที่ตัวเองคิด

ทั้งสองคนไปปรึกษา “ติ๊ก กลิ่นสี” ชาญณรงค์ ขันทีท้าว ที่ร่วมกับ “ซูโม่กิ๊ก” เกียรติ กิจเจริญ ทำบริษัทรายการทีวีอยู่ และได้รับคำแนะนำให้โทรไปหา วิลลี่ แมคอินทอช และด้วยบทสนทนาทางโทรศัพท์สั้นๆระหว่างเปิ้ล นาคร กับ วิลลี่ แมคอินทอช ที่รู้จักเคยร่วมงานกันมาก่อนก็ตอบตกลง ทั้งหมดรวมถึงแหม่ม แคทลียา แมคอินทอช น้องสาวของวิลลี่ ก็นัดคุยกันงานกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน ศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ และตั้งบริษัท ลักษ์ 666 ขึ้นภายในวันเดียว “คำว่า ลักษ์ ในภาษาจีนคือเลข 6 ถือเป็นเลขดีในวงการบันเทิง ในภาษาอังกฤษคือ lucky โชคดี ในภาษาไทยคล้ายคำว่ารัก คือเราทุกคนรักกัน”

ช่วงยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตก็เข้ามาหลังจากนั้นทันที เมื่อ ลักษ์ 666 ตั้งสำนักงาน เตรียมคน เช่าเวลาเสร็จหมดแล้ว วันแรกที่จะเริ่มออกขอสปอนเซอร์ เป็นวันที่ 2 กรกฎาฯ 2540 ที่รัฐบาลไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท

“ไฟแนนซ์ ธนาคาร ปิดตัวกันมากมาย แต่เราคุยกันแล้วตกลงว่านี่เป็นช่วงที่ร้ายแรงสุดแล้ว ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ เราจะมีแต่แข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าเลิก เราจะไม่มีอะไรแล้ว ตอนนั้นผมอายุ 28 วิลลี่ 27 พี่เปิ้ล 30 วิลลี่จำนองบ้านกู้เงินมาลงบริษัท เราลองดู ถ้าล้มก็ล้ม” บริษัทเลือกรับทีมงานมือใหม่ๆมาฝึกเองเพื่อประหยัดต้นทุน โดยมี ซูโม่กิ๊ก กับ ติ๊กกลิ่นสี เข้ามาช่วยฝึก และแนะนำในทุกขั้นตอนการผลิต

“ทีมงานทุกคนตกลงกันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งแรกคือทุกคนต้องไม่ใจร้อนเข้าใส่กัน ร่วมมือกัน เรื่องทุกเรื่องพูดกันได้หาทางออกได้เสมอถ้าไม่ใจร้อน และต้องไม่หลบไม่ทิ้งปัญหาเอาไว้ เพราะปัญหาจะตามรบกวนไม่หยุดและจะใหญ่ขึ้น ต้องชนกับทุกปัญหาให้จบไปด้วยความใจเย็นของทุกคน” เป็นหลัก crisis management ที่บริษัทได้เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนั้นและยึดถือมาถึงวันนี้

“เวลาพวกเราไปขายโฆษณาที่เอเยนซี่ คนจะเข้ามานั่งกันเต็มห้องประชุม ที่เกี่ยวข้องจริงๆ มี 5 คนเท่านั้น ที่เหลืออีกหลายสิบคนมาขอดูเพราะฮาดี” คำแนะนำที่สำคัญที่สุดที่ลักษ์ 666 ได้รับจากกิ๊กก็คือ ทุกครั้งที่ไปขายโฆษณากับบรรดาเอเยนซี่ ทั้ง เปิ้ล หอย วิลลี่ ต้องไปด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้เซลส์ไปขาย ลักษ์ 666 จึงจัดให้การพรีเซนต์รายการกับเอเยนซี่ทุกครั้งเปรียบเสมือนโชว์ย่อยๆ ที่เรียกความสนุกสนานเต็มที่ตั้งแต่แรกจนถึงทุกวันนี้

ผลที่ออกมาคือรายการแรกของบริษัท “สาระแนโชว์” ได้ลูกค้าครอบคลุมต้นทุนทั้งปีตั้งแต่ตอนแรกๆ และมีเรตติ้งขึ้นติด Top5 ของรายการวาไรตี้เมืองไทยได้อย่างรวดเร็วตามเป้าที่วางไว้ ความสำเร็จนี้ทำให้บริษัทขยายรายการใหม่ๆ อย่าง “นั่งยางโชว์” เป็นรายการแรกๆ ที่มีทุกวันนักขัตฤกษ์, “ไอซียู (I See You)” สารคดีชีวิตสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่มาจากนิสัยรักสัตว์และชอบท่องเที่ยวของพี่น้องแมคอินทอช, และรายการอื่นๆ หลากหลายหลังจากนั้น โดยมีจุดยืนว่าจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ชอบ เช่น เกมโชว์ รายการข่าวซุบซิบบันเทิง หรือรายการเครียดๆ

ฉะนั้น positioning ของบริษัทก็คือ ความอารมณ์ดี แม้ว่าจะเป็นชีวิตสัตว์ที่น่าสงสารอย่างในรายการไอซียูก็นำเสนอออกมาให้คนดูเกิดความรัก ไม่ใช่ความเครียด เกียรติศํกดิ์ยังเผยเคล็ดลับที่เปิ้ล นาคร กำหนดไว้ว่า “ทำไงก็ได้ให้คนที่เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เมื่อเปลี่ยนมาเจอรายการเรา จะต้องสะดุด ว่า เฮ่ย อะไรกันน่ะ ต้องดูสักหน่อย ไม่ว่าเครื่องแต่งตัวประหลาดๆ ชุดกระโจม สีสันแดงๆ สดๆ อะไรก็ได้ที่เรียกความสนใจคน”

กระบวนการผลิตความคิดสร้างสรรค์ของลักษ์ 666 มาจากการระดมสมองของทุกคนที่เกี่ยวข้อง “อย่างผมเองจะมีสมุดโน้ตติดตัวไว้ แล้ว สุ จิ ปุ ลิ ได้ยินได้ฟังอะไรมา ก็จดบันทึกไว้หมด แล้วเราก็คัดออกมา บิดล้อเลียนให้มันน่าสนใจ ให้ตลก แต่อย่าตั้งใจให้มันตลกมากหรือบังคับให้คนดูหัวเราะ และต้องไม่ซ้ำซาก” ทีมงานสามารถจะขอไปดูหนังไปเดินสยามในเวลาทำงานได้ แต่กลับมาแล้วต้องรายงานว่าได้ไปพบอะไรที่นำมาบิดใช้ในรายการได้

ปลายปี 2547 เกียรติศักดิ์ชวน ชัชวาล ปุกหุต เพื่อนสนิทสมัยเรียนจุฬาฯ นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือดีที่ผ่านประสบการณ์ 8 ปี มากับ GMM Grammy มาร่วมกันเปิดค่ายเพลง Lucks Music ขึ้น โดยออกอัลบั้มรวมเพลงใหม่ที่ทำยอดขายได้นับแสนและมีเพลงดังที่เขาร้องเองอย่าง “แอบเหงา” และนักร้องเสียงดีหน้าใหม่ๆ หลากหลายกับเพลงดังอย่าง “คำถาม”, “รักเท่าไรก็คงไม่พอ”

ทุกวันทำงาน เกียรติศักดิ์ จะไปทำงานช่วงสายและจบช่วงดึกด้วยการไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนๆ ตามร้าน แต่ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เขาจะดูหนัง DVD หรือหนังโรงบ้างวันละ 2 – 3 เรื่อง ไปร้าน CD Warehouse ฟังเพลงซื้อเพลง และตบท้ายด้วยเล่นฟุตบอล และแน่นอนว่าทุกอย่างในการพักผ่อนเหล่านี้จะถูกนำไป “บิด” เป็นวัตถุดิบใช้ในรายการและในงานเพลงได้เสมอ

Profile

Name: เกียรติศักดิ์ อุดมนาค
Age: 35 ปี
Education:
ปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตร์ เอกดนตรีตะวันตก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Career Highlights:
พิธีกรร่วมในรายการ ยุทธการขยับเหงือก ( 2536 – 2540)
ก่อตั้งและร่วมบริหาร บริษัท ลักษ์ 666 (2540 – ปัจจุบัน)
พิธีกรร่วมในรายการ สาระแนโชว์ (2540 – ปัจจุบัน)
พิธีกรร่วมในรายการ นั่งยางโชว์ (2541 – ปัจจุบัน)
พิธีกรรายการ ทีวีพูดได้ (2548)
ศิลปิน, ผู้ก่อตั้งและร่วมบริหารบริษัท ลักษ์มิวสิค (2547 – ปัจจุบัน)