Digital

Sumsub เผยองค์กรไทยครองแชมป์ ความพร้อมธรรมาภิบาล AI ใน APAC แต่พบอัตราความผิดพลาดสูงสุดในภูมิภาค

Sumsub สำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 720 รายใน 9 ประเทศ พบว่า ไทยมีความพร้อมด้านกรอบธรรมาภิบาล AI สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (APAC) ด้วยคะแนนเฉลี่ย 70.3 จาก 100 สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 67.1 คะแนน

15566.jpg

Sumsub ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Trust เปิดเผยรายงาน Sumsub APAC State of Digital Trust: AI Governance Benchmark ซึ่งจัดทำร่วมกับสมาคมฟินเทคสิงคโปร์ (SFA) จากการสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 720 รายใน 9 ประเทศ พบว่า ไทยมีความพร้อมด้านกรอบธรรมาภิบาล AI สูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (APAC) ด้วยคะแนนเฉลี่ย 70.3 จาก 100 สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 67.1 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมเชิงนโยบายกลับสวนทางกับผลลัพธ์ในการใช้งานจริง เมื่อธุรกิจไทย 69% ยอมรับว่าเคยเผชิญข้อผิดพลาดหรือผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดจากระบบ AI อัตโนมัติ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในภูมิภาค

15558.jpg

ไทยเร่งใช้ Agentic AI แต่ระบบควบคุมยังตามไม่ทัน

การเปลี่ยนผ่านจาก AI ที่ทำหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่ Agentic AI หรือ AI Agent ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานหลายขั้นตอนได้เอง กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรทั่วภูมิภาค

ตามรายงานระบุว่า ธุรกิจไทย 73% นำ AI อัตโนมัติแบบหลายขั้นตอน (Multi-step Autonomous AI) มาใช้งานจริง สะท้อนการเปิดรับเทคโนโลยีที่รวดเร็ว

แต่การเพิ่มอิสระให้ระบบ AI ก็มาพร้อมโจทย์ใหม่ ทั้งการควบคุมการทำงาน การตรวจสอบเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ และการระบุผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย

ประเด็นสำคัญคือ แม้ผู้บริหารไทย 99% มั่นใจว่าองค์กรพร้อมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จาก AI แต่มีเพียง 51% ที่มีระบบบันทึกประวัติการตัดสินใจ (Audit Trails) ที่ปลอดภัย ช่องว่างนี้สะท้อนความเสี่ยงที่องค์กรอาจต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของ AI โดยไม่สามารถแสดงหลักฐานการทำงานได้ครบถ้วน

ขณะเดียวกัน แม้ 64% ขององค์กรไทยจะสามารถย้อนดูเส้นทางการประมวลผลของ AI ได้ แต่มีเพียง 55% ที่มีเครื่องมือเพียงพอสำหรับอธิบายว่าเหตุใดระบบจึงตัดสินใจเช่นนั้น

15559.jpg

งานเดิมพันสูง ความเชื่อมั่น AI ยิ่งลดลง

แม้ AI จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในหลายกระบวนการทางธุรกิจ โดยองค์กรไทยระบุการใช้งานในสายงานปฏิบัติการ 33% การวิเคราะห์ข้อมูล 18% และการตรวจจับทุจริต 14% แต่ความเชื่อมั่นกลับลดลงเมื่อต้องให้ระบบรับผิดชอบงานที่มีความเสี่ยงสูง

ข้อมูลจากรายงานพบว่า ความเชื่อมั่นในการใช้ AI ลดจากกว่า 90% สำหรับงานประจำ เหลือ 60% เมื่อต้องตัดสินใจด้านกฎหมาย และเหลือเพียง 46% เมื่อต้องให้ AI ดำเนินธุรกรรมทางการเงินด้วยตัวเอง

ส่วนอุปสรรคสำคัญที่ทำให้องค์กรตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของการทำงาน AI ได้ยาก ได้แก่

  • 75% ระบุความซับซ้อนของโมเดล AI
  • 58% เผชิญปัญหาบริบทคำสั่งคลาดเคลื่อนไปตามกาลเวลา
  • 56% ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตรงสาย
  • 54% มองว่าต้นทุนในการวางระบบสูงเกินไป

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่แค่การเลือกโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพ แต่รวมถึงการสร้างระบบกำกับดูแลที่ทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานและระบุความรับผิดชอบได้จริง

15556.jpg

กฎกำกับ AI เพิ่มแรงกดดัน จากเรื่องเทคนิคสู่ความเสี่ยงทางธุรกิจ

ความพร้อมด้านธรรมาภิบาล AI ของไทยส่วนหนึ่งมาจากการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะบทบาทของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และศูนย์ AIGC รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ฉบับครอบคลุมของประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569

ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอแนวทางกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง ครอบคลุมการจัดเก็บประวัติการทำงาน การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ และความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ขณะที่ข้อกำหนดด้าน PDPA และแนวทางบริหารความเสี่ยงของธนาคารแห่งประเทศไทยยิ่งทำให้การกำกับดูแล AI กลายเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทั้งกฎหมาย การดำเนินงาน และต้นทุนขององค์กร

ในมุมธุรกิจ ความผิดพลาดจาก AI จึงไม่ใช่เพียงปัญหาทางเทคนิคที่ฝ่ายไอทีต้องจัดการอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความรับผิดชอบขององค์กร

อีกสัญญาณที่น่าสนใจคือ 100% ขององค์กรไทยที่ร่วมสำรวจระบุว่าพร้อมนำโซลูชันที่ตรวจสอบย้อนกลับจากคำสั่งของ AI ไปยังบุคคลผู้รับผิดชอบมาใช้ทันที

ขณะที่ 84% ต้องการระบบยืนยันตัวตนที่แยกแยะ AI Agent ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำงานในองค์กร ออกจากบอทสังเคราะห์ที่อาจมีวัตถุประสงค์อันตราย ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดใน APAC

เพนนี ชัย (Penny Chai) รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Sumsub กล่าวว่า ไทยเป็นผู้นำด้านการขยายการใช้งาน AI Agent อย่างรวดเร็ว แต่หากระบบทำงานอย่างอิสระโดยไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับที่รัดกุม ก็อาจสร้างความเสี่ยงที่องค์กรไม่สามารถแบกรับได้ โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน การดำเนินธุรกิจ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

15557.jpg

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว Sumsub จัดตั้ง Sumsub Agentic AI Council เป็นเวทีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำเทคโนโลยี นักวิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันการใช้ Agentic AI อย่างมีความรับผิดชอบ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  1. Adopt ส่งเสริมการใช้งาน ศึกษาแนวทางประยุกต์ใช้ AI อย่างรับผิดชอบในธุรกิจ ตั้งแต่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การป้องกันทุจริต การค้าผ่านตัวแทน AI (Agentic Commerce) ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า
  2. Build วางโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบยืนยันตัวตน AI Agent ด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส การตรวจสอบสิทธิ์ที่ได้รับมอบหมาย การทำงานร่วมกันระหว่างระบบ และการจัดเก็บข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนหลังได้โดยไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง
  3. Govern สร้างกรอบธรรมาภิบาล พัฒนากรอบความรับผิดชอบระหว่างการทำงานจริง เพื่อให้การใช้ AI ของภาคธุรกิจสอดคล้องกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

ด้านเทคโนโลยี Sumsub มีเครื่องมือรองรับการใช้งานและกำกับดูแล AI Agent อาทิ Know Your Agent (KYA) สำหรับตรวจสอบและยืนยันตัวตน AI Agent, Summy AI Copilot ผู้ช่วย AI ภายในแพลตฟอร์ม และการเชื่อมต่อระบบผ่าน Model Context Protocol (MCP)