Digital

ต่อจากตู้แช่ถึงคิวธนาคาร! แบงก์ฝรั่งเศสถูกแฮก สูญเงินกว่า 3,800 ล้านบาท แฮกเกอร์ใช้บัญชีธนาคารโอนเงินออก ก่อนฟอกผ่านคริปโตฯ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กรณีแฮกเกอร์เจาะระบบตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรป ก่อนสั่งเพิ่มอุณหภูมิจนสินค้าอาหารเสียหาย ไปจนถึงคดีโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข้อมูลหรือบัญชีออนไลน์อีกต่อไป

02101835933211-web-tete.jpg

ล่าสุด ภัยไซเบอร์ยกระดับมาถึงภาคธนาคาร เมื่อ Crédit Mutuel Arkéa ธนาคารรายใหญ่จากฝรั่งเศส เปิดเผยว่าถูกโจมตีจนสูญเงินไปกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,800 ล้านบาท โดยแฮกเกอร์สามารถใช้บัญชีของธนาคารทำธุรกรรมโอนเงินออกไป ก่อนนำเงินไปผ่านกระบวนการฟอกผ่านคริปโทเคอร์เรนซี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเวลาไล่เลี่ยกันกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ เมื่อแม้แต่ระบบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในซูเปอร์มาร์เก็ต แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงระบบธนาคาร ก็อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ได้ทั้งสิ้น

ธนาคาร Crédit Mutuel Arkéa ของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ถูกโจมตีทางไซเบอร์จนแฮกเกอร์สามารถขโมยเงินไปได้ประมาณ 100 ล้านยูโร หรือราว 112.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) นับเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซึ่งอาชญากรไซเบอร์สามารถขโมยเงินจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 พฤศจิกายน) โดยธนาคารระบุว่าแฮกเกอร์ใช้บัญชีที่เป็นของ Crédit Mutuel Arkéa ในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เพื่อโอนเงินออกไปยังธนาคารอื่น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยืนยันว่าเงินที่ถูกขโมยไปไม่ได้อยู่ในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซีตั้งแต่แรก แต่อาจถูกแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลภายหลังจากที่แฮกเกอร์ขโมยเงินออกไปแล้ว

หลังตรวจพบความผิดปกติ Crédit Mutuel Arkéa ได้ระงับธุรกรรมบางประเภทเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ส่งผลให้การโอนเงินบางรายการเกิดความล่าช้า แต่ธนาคารยืนยันว่าทรัพย์สินของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ธนาคารยังปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า Fortuneo ซึ่งเป็นธุรกิจธนาคารออนไลน์ในเครือ เป็นช่องทางที่แฮกเกอร์ใช้เจาะระบบ โดยยืนยันว่าทั้ง Fortuneo และบัญชีของลูกค้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้

เจาะระบบธนาคารผ่านธุรกรรมทางการเงิน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า แม้การโจมตีทางไซเบอร์ต่อสถาบันการเงินจะเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่การที่แฮกเกอร์สามารถขโมยเงินออกจากระบบธนาคารได้โดยตรงนั้นถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก

Rafay Baloch ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ RedSecLabs บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์และวิศวกรรมระบบความปลอดภัย กล่าวว่า การโจมตี Crédit Mutuel Arkéa ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในระดับเดียวกันมาก่อนในยุโรป

เขาระบุว่า ปัจจุบันกำลังพบการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ในระดับแอปพลิเคชัน (Application Layer) รวมถึงการใช้เทคนิควิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เพื่อหลอกลวงหรือเข้าถึงระบบของสถาบันการเงิน

ฝรั่งเศสเปิดสอบสวนคดีโจมตีธนาคาร

สำนักงานอัยการกรุงปารีสเปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก Crédit Mutuel Arkéa เมื่อวันพุธ และเริ่มต้นการสอบสวนทันที โดยมอบหมายให้หน่วยงานตำรวจอาชญากรรมไซเบอร์ของฝรั่งเศสเป็นผู้ดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม โฆษกของธนาคารปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อผู้ให้บริการภายนอก (Third-party Service Provider) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้ โดยระบุว่าธนาคารได้แจ้งเหตุการณ์ต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของฝรั่งเศส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

แม้การแฮกสถาบันการเงินขนาดใหญ่จนเกิดความเสียหายทางการเงินจะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็ว

Puneet Kakkar กรรมการผู้จัดการของ Nardello & Co ในกรุงปารีส กล่าวว่า ทุกครั้งที่ระบบการเงินถูกโจมตี ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของระบบโดยรวม

Crédit Mutuel Arkéa เป็นกลุ่มธนาคารสหกรณ์ที่มีสำนักงานใหญ่ในแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส มีลูกค้ามากกว่า 5.8 ล้านราย และมีสินทรัพย์รวม 211,500 ล้านยูโร โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธนาคาร Crédit Mutuel แต่ยังคงมีอิสระในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจในระดับหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โดยทั่วไปธนาคารฝรั่งเศสมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มงวด เนื่องจากต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล แต่ในขณะเดียวกัน อาชญากรไซเบอร์ก็มีวิธีการโจมตีที่ซับซ้อนและพลิกแพลงมากขึ้นเช่นกัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮกเกอร์สามารถขโมยเงินจากระบบธนาคารได้ ก่อนหน้านี้ในปี 2016 แฮกเกอร์เคยขโมยเงิน 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบัญชีของธนาคารกลางบังกลาเทศที่เปิดไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับธนาคารในรัสเซียและอินเดียมาแล้ว

AI เพิ่มขีดความสามารถแฮกเกอร์ ภัยไซเบอร์โจมตีธนาคารรุนแรงขึ้น

ข้อมูลจาก Radware บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ในรายงาน H1 2026 Global Threat Analysis ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การโจมตีแบบ Web DDoS ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 110.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกรรมอันตรายที่มุ่งโจมตี Web Application และ API เพิ่มขึ้นถึง 104% จากระดับของปี 2025 โดยพบธุรกรรมโจมตีประเภทนี้มากกว่า 14,000 ครั้งต่อแอปพลิเคชันต่อวัน 

รายงานยังชี้ว่า AI กำลังเร่งให้กระบวนการค้นหาช่องโหว่และโจมตีระบบทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยข้อมูลของ Radware พบว่า มากกว่า 80% ของช่องโหว่ที่ตรวจพบในรายงานถูกนำไปใช้โจมตีก่อนที่จะมีการประกาศหมายเลขช่องโหว่อย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นว่าระยะเวลาที่องค์กรมีไว้สำหรับตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ก่อนถูกโจมตีกำลังสั้นลงอย่างมาก 

ขณะเดียวกัน ภาคการเงินยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์ โดย Radware ระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ธุรกิจบริการทางการเงินมีสัดส่วน 20.8% ของการโจมตีแบบ Network-layer DDoS ที่ตรวจพบทั่วโลก

แม้ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่า AI ถูกใช้ในการโจมตี Crédit Mutuel Arkéa โดยตรง แต่ก็สะท้อนภาพความเสี่ยงที่สถาบันการเงินกำลังเผชิญ เมื่ออาชญากรไซเบอร์มีเครื่องมือที่ทรงพลังขึ้น ขณะที่ระบบธนาคารต้องเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน และผู้ให้บริการภายนอกจำนวนมาก ทำให้การรักษาความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบป้องกันของธนาคารเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป