Insight

บริษัทอาหารหลายแห่งปรับกลยุทธ์หลังยอดขายตก จากเทรนด์การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ออกสินค้าใหม่เน้นโปรตีนสูงและแคลอรี่ต่ำ

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Danone ผู้ผลิตอาหารจากฝรั่งเศส หรือแม้แต่ Nestle จากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เตรียมออกผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มสารอาหาร หลังจาก Ozempic หรือปากกาลดน้ำหนักได้รับความนิยม

Ozempic ปากกาลดน้ำหนัก
ภาพจาก Shutterstock
ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Danone ผู้ผลิตอาหารจากฝรั่งเศส หรือแม้แต่ Nestle จากสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาหลายราย ได้เตรียมออกผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มสารอาหาร หลังจาก Ozempic หรือปากกาลดน้ำหนักได้รับความนิยม

การใช้ปากกาลดน้ำหนักถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยตัวเลขล่าสุดนั้นชาวอเมริกันได้ใช้ปากกาลดน้ำหนักมากถึง 30 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 10 ของประชากรทั้งประเทศ

ปากกาลดน้ำหนัก หรือ Ozempic ใช้งานโดยฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งตัวยานั้นมีการสังเคราะห์ฮอร์โมนคล้ายกับฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่หิว และทานอาหารได้น้อยลง ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากหน่วยงานด้านสุขภาพในหลายประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตอาหารหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Kraft Heinz หรืออีกหลายแบรด์ได้ถูกนักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรที่จะลดลงเนื่องจากผู้บริโภคที่ใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นลดการบริโภคอาหารลง หรือแม้แต่ขนมขบเคี้ยว ซึ่งผลกระทบดังกล่าวทำให้รายได้ของบริษัทเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลายแบรนด์ผู้ผลิตอาหารทั่วโลกต้องปรับตัวในสภาวะเช่นนี้

shutterstock_2211276127_x

Danone ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่จากฝรั่งเศส เตรียมที่จะออกโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า - ภาพจาก Shutterstock

อย่างไรก็ดี Danone ผู้ผลิตอาหารจากฝรั่งเศสด้กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมา ยอดขายโยเกิร์ตของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะโยเกิร์ตแคลอรี่ต่ำ และโยเกิร์ตประเภทโปรตีนสูง

ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับดูแลด้านอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA ได้ออกมารับรองการบริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเบาหวานประเภท 2 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยิ่งส่งผลทำให้โยเกิร์ตนั้นขายดีเพิ่มมากขึ้น

Juergen Esser รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของ Danone ได้กล่าวถึงสถานการณ์ว่าบริษัทมีโยเกิร์ตประเภทโปรตีนสูงหลายแบบซึ่งกำลังจะหมดจากชั้นวาง โดยเขามองว่าสาเหตุสำคัญคือผู้บริโภคที่กำลังอยู่ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักนั้นต้องการให้สุขภาพของตนดูดีมากขึ้น

ขณะที่ผู้ผลิตอาหารอีกรายอย่าง Nestle นั้น บริษัทได้เปิดตัวเว็บไซต์ด้านโภชนาการสำหรับผู้ที่กำลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก โดยสามารถที่จะพูดคุยกับนักโภชนาการได้ นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังมีการขายสินค้าของบริษัท เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีโปรตีนสูงและควบคุมน้ำตาลกลูโคสในร่างกาย อาหารเสริมวิตามิน รวมถึงไบโอติน ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ผมร่วง ฯลฯ

ไม่เพียงเท่านี้ผู้ผลิตรายดังกล่าวยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์อย่างพาสต้าและพิซซ่าที่อุดมด้วยโปรตีน รวมถึง Vital Pursuits ซึ่งประกอบด้วยอาหารแช่แข็งควบคุมสัดส่วนด้านโภชนาการจำนวน 12 รายการ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเน้นโปรตีนและเส้นใยอาหารที่สูง ไว้สำหรับเจาะลูกค้ากลุ่มนี้

shutterstock_2228061225_x

Nestle เป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลจากปากกาลดน้ำหนัก จนต้องแก้เกมธุรกิจ  - ภาพจาก Shutterstock

Mark Schneider ซึ่งเป็น CEO ของ Nestle เคยกล่าวว่ายอดขายสินค้าของบริษัทนั้นอาจลดลง เนื่องจากผลของปากกาลดน้ำหนัก ทำให้ความอยากอาหารของผู้บริโภคลดลง โดยสินค้าของบริษัทที่ได้รับผลกระทบคือ อาหารแช่แข็ง ขนมหวาน และไอศกรีม

หรือแม้แต่ Conagra Brands แบรนด์ผลิตอาหารสำเร็จรูปในสหรัฐอเมริกาเองมองว่าบริษัทจะมียอดขายสินค้าในส่วนอาหารเพื่อสุขภาพมากกว่าเดิม ขณะที่ผู้ผลิตอาหารอีกรายในสหรัฐฯ อย่าง General Mills ก็ต้องแก้เกมด้วยการออกผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มนี้

โดยผลการศึกษาที่ The Telegraph ได้อ้างอิงนั้นพบว่า ปากกาลดน้ำหนักนั้นทำให้ผู้บริโภคลดการบริโภคอาหารลดลง 30% เมื่อวัดจากจำนวนแคลอรี่

ผู้ผลิตอาหารที่ได้รับผลกระทบทั้งในแง่บวก รวมถึงในแง่ลบ หลายอุตสาหกรรมเองก็ได้รับผลกระทบในแง่ดี ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่น เมื่อปากกาดังกล่าวได้สร้างผลกระทบทำให้ผู้หญิงหลายคนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ส่งผลต่อยอดขายหรือการเช่าเสื้อผ้าในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีปากกาลดน้ำหนักอาจใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน และอาจมีผลข้างเคียงในการใช้ นอกจากนี้การใช้งานอาจต้องมีการปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยราคาของปากกาลดน้ำหนักมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นบาทขึ้นไป 

ที่มา - The Telegraph, Bloomberg, Reuters