Insight

ประเมิน ‘ฟุตบอลโลก 2026’ อาจเป็นอีเวนต์ที่มีการ ‘เดิมพัน’ มากสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าอาจทะลุ 1.8 ล้านล้านบาท

ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ที่กำลังจะระเบิดศึกขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ณ เม็กซิโกซิตี้ และจะไปสิ้นสุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่สนาม MetLife Stadium ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น "อีเวนต์การเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" และยังเป็นเวทีแรกที่จะได้ทดสอบตลาดการพนันกีฬาของสหรัฐฯ แบบเต็มสเกล

WORLD2026-01_0.jpg

ความน่าสนใจของทัวร์นาเมนต์ FIFA World Cup 2026 นี้คือจะจัดขึ้นยาวนานประมาณ 6 สัปดาห์ มีทีมเข้าร่วม 48 ทีม และฟาดแข้งกันทั้งหมด 104 นัด บรรดานักวิเคราะห์คาดว่าโอกาสในการเดิมพันที่เพิ่มขึ้นนี้จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการหาลูกค้าใหม่ของ บริษัทรับพนันถูกกฎหมาย (Sportsbooks) แพลตฟอร์มตลาดทำนายผล (Prediction Markets) รวมถึงบริษัทข้อมูลกีฬาที่เป็นเบื้องหลังระบบทั้งหมด

เม็ดเงินสะพัดระดับโลกทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์

แชด เบย์นอน (Chad Beynon) นักวิเคราะห์จาก Macquarie ระบุว่า ยอดเงินเดิมพันทั่วโลกในฟุตบอลโลก 2026 อาจสูงทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7-1.8 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากทัวร์นาเมนต์ปี 2022 ที่มียอดเดิมพันอยู่ที่ราว 35,000 ล้านดอลลาร์

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากรูปแบบการแข่งขันที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยมีแมตช์เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ถึง 40 แมตช์ ประกอบกับเวลาการแข่งขันที่เอื้ออำนวยต่อโซนอเมริกาเหนือ และกฎหมายการพนันกีฬาในสหรัฐฯ ที่เปิดกว้างขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นลมใต้ปีกที่ขับเคลื่อนบริษัทเกมออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด

ทาง Macquarie คาดว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของผู้ประกอบการในปี 2027 ให้เติบโตขึ้นประมาณ 2-5% โดยบริษัทที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคือบริษัทที่มีฐานผู้ชมฟุตบอลขนาดใหญ่ มีตลาดในต่างประเทศ และมีความสามารถในการดึงผู้เล่นไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่า ได้แก่

Flutter Entertainment (บริษัทแม่ของ FanDuel): ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด เนื่องจากมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในอเมริกาเหนือที่เป็นเจ้าภาพ แต่ยังมีฐานที่แข็งแกร่งในประเทศอย่างบราซิลซึ่งฟุตบอลเปรียบเสมือนศาสนา

"ในอเมริกาเราอาจจะคิดว่า Super Bowl นั้นยิ่งใหญ่แล้ว โดยมีผู้ชมราว 200 ล้านคน แต่ในฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่กาตาร์ มีคนดูรอบชิงชนะเลิศถึง 1,500 ล้านคน และมีคนดูตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ถึง 5,000 ล้านคน ดังนั้นนี่คือสิ่งที่มีขนาดมหึมามาก" ปีเตอร์ แจ็คสัน (Peter Jackson) CEO ของ Flutter กล่าว 

นอกเหนือจาก Flutter แล้ว ทาง Macquarie ยังระบุชื่อ Super Group และ Rush Street Interactive รวมถึงบริษัทข้อมูลกีฬาอย่าง Genius Sports และ Sportradar (ซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญากับแพลตฟอร์ม Kalshi เพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาอาชีพ) ว่าจะได้รับประโยชน์เช่นกัน

คาดการณ์เม็ดเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

ด้าน Deutsche Bank ได้ประมาณการ "ยอดเงินวางเดิมพันรวม" (Betting Handle) เฉพาะในสหรัฐฯ ไว้ที่ประมาณ 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเค้กตามส่วนแบ่งตลาดที่คาดไว้ดังนี้:

  • FanDuel: คาดว่าจะกวาดไปได้มากที่สุดราว 1,300 ล้านดอลลาร์
  • DraftKings: ตามมาเป็นอันดับสองที่ราว 1,100 ล้านดอลลาร์
  • BetMGM: (เจ้าของร่วมโดย MGM และ Entain) คาดว่าจะได้ราว 250 ล้านดอลลาร์
  • Caesars: คาดว่าจะได้ราว 120 ล้านดอลลาร์
  • theScore Bet (ของ Penn): คาดว่าจะได้ราว 83 ล้านดอลลาร์

ตลาดการพนันกีฬาของสหรัฐฯ ที่เติบโตเต็มที่ขึ้น

โดมินิก แฮมมอนด์ (Dominic Hammond) รองประธานอาวุโสฝ่ายดิจิทัลของ Caesars Digital เปิดเผยว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ Caesars Sportsbook นำเสนอตัวเลือกการเดิมพันมากกว่าปี 2022 ถึง 10 เท่า และได้นำรูปแบบการเดิมพันที่เป็นที่ชื่นชอบในศึก March Madness (บาสเกตบอลมหาวิทยาลัย) มาปรับใช้ด้วย โดยเขากล่าวว่า "หากทีมชาติชายของสหรัฐฯ สามารถเข้ารอบลึกๆ ได้ นั่นจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการมีส่วนร่วมและยอดเดิมพันพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลในแต่ละแมตช์"

นอกจากนี้ ตลาดสหรัฐฯ เปลี่ยนไปมากนับตั้งแต่ปี 2022 ปัจจุบัน ประชากรในสหรัฐฯ ราว 65% สามารถเข้าถึงการพนันกีฬาที่ถูกกฎหมายได้แล้ว (เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปี 2022) ตามข้อมูลจาก American Gaming Association

ระบบของแอปพนันมีการพัฒนาฟีเจอร์เด่นๆ เช่น Same-game parlays (การแทงสเต็ปในเกมเดียวกัน) และ Live betting (การเดิมพันสดขณะแข่ง) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้มากกว่าอดีต

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ "Prediction Markets" (ตลาดทำนายผล)

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ชาวอเมริกันสามารถลงเงินผ่าน "แพลตฟอร์มตลาดทำนายผล" (เช่น การซื้อขายสัญญาว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้น คล้ายตลาดหุ้น) แม้ว่าหลายรัฐจะยังคงมีข้อพิพาททางกฎหมายกับหน่วยงานควบคุม (CFTC) อยู่ก็ตาม

ผลสำรวจจากบริษัทป้องกันการฉ้อโกง SEON ระบุว่า แม้แอปพนันที่ถูกกฎหมายจะได้รับความนิยมสูงสุด (29%) แต่มีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 19% ที่เลือกใช้ตลาดทำนายผล ซึ่งแซงหน้าคาสิโนออนไลน์ โซเชียลคาสิโน และแพลตฟอร์มคริปโตไปแล้ว

Kalshi และ Polymarket (สองยักษ์ใหญ่ในวงการนี้) มีปริมาณการซื้อขายรวมกันแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,000 ล้านดอลลาร์ โดย Kalshi เปิดตลาดที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกครั้งนี้เกือบ 500 รูปแบบ ซึ่งแมตช์รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม เป็นแมตช์ที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในปัจจุบัน (โดยมีสเปนและฝรั่งเศสเป็นทีมที่มีความเป็นไปได้ในการชนะสูงสุด)

ความกังวลด้านพฤติกรรมและการเสพติด

ความคึกคักนี้สร้างความกังวลให้กับกลุ่มรณรงค์เรื่องการพนันอย่างรับผิดชอบ ผลสำรวจของ SEON พบว่า กลุ่มคนรุ่น Millennials (มิลเลนเนียล) เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะวางเดิมพันมากที่สุดถึง 65% และยังมีพฤติกรรมชอบเปิดบัญชีผู้ใช้หลายๆ แอปเพื่อล่าโปรโมชัน (ซึ่งทางผลสำรวจเรียกว่า "Friendly Fraud" หรือการฉ้อโกงแบบมิตรภาพ)

แมตต์ ซาร์บ-คูซิน (Matt Zarb-Cousin) อดีตผู้ติดการพนันและผู้ร่วมก่อตั้ง Gamban (ซอฟต์แวร์บล็อกเว็บพนัน) แสดงความกังวลว่า การที่มีแมตช์แข่งขันติดต่อกันทุกวันยาวนานกว่าหนึ่งเดือน จะทำให้คนเสพติดการพนันได้ง่ายขึ้น โดยเขากล่าวทิ้งท้ายว่า:

"แอปพนันเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานให้อยู่ในระบบนานที่สุดเพื่อให้การพนันกลายเป็นพฤติกรรมเคยชิน แฟนบอลจะถูกถล่มด้วยโฆษณาและสิ่งจูงใจให้เดิมพันตลอดเวลา สำหรับอุตสาหกรรมการพนันแล้ว ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เหมือนกับ March Madness ที่ใช้สารกระตุ้น (on steroids) นั่นเอง"

Source