People / Management

รู้จักชีวิต Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram กับฉายา Zuckerberg แห่งรัสเซีย

พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) เป็นชาวรัสเซียผู้อยู่เบื้องหลังแอปพิเคชันแชตที่คนไทยให้ความสนใจมากขึ้นอย่างเทเลแกรม (Telegram) ตัว Pavel ไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะในโลกเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในหลายเรื่อง ผ่านรูปลักษณ์ที่มักแต่งกายด้วยชุดสีดำ จนเสริมความลึกลับน่าค้นหาแบบหาตัวจับยาก

Pavel-Durov

พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) เป็นชาวรัสเซียผู้อยู่เบื้องหลังแอปพิเคชันแชตที่คนไทยให้ความสนใจมากขึ้นอย่างเทเลแกรม (Telegram) ตัว Pavel ไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะในโลกเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในหลายเรื่อง ผ่านรูปลักษณ์ที่มักแต่งกายด้วยชุดสีดำ จนเสริมความลึกลับน่าค้นหาแบบหาตัวจับยาก

ชีวิตเหลือเชื่อของ Pavel เริ่มที่บ้านเกิดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เด็กชาย Pavel ใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่ในเมืองตูริน ประเทศอิตาลีเนื่องจากบิดาทำงานอยู่ที่นั่น ก่อนจะย้ายกลับไปรัสเซียเมื่ออายุ 17 ปี

ในหนังสือภาษารัสเซียชื่อ “The Duroy Code: The True Story of VK and the Creator” เล่าถึงชีวิตวัยเด็กและเส้นทางอาชีพของ Pavel ว่าในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หนุ่มน้อย Pavel สนใจเรื่องการเขียนโปรแกรมและโครงงานคอมพิวเตอร์เสมือนจริง แต่เมื่อจบการศึกษาจากสถาบันอะคาเดมียิมเนเซียม (Academy Gymnasium) หนุ่ม Pavel ก็เข้าเรียนในภาควิชาสรีรวิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก Pavel สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ และได้รับรางวัลทรงเกียรติ Potaninov Award เมื่อเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย

1Pavel-Durov

Pavel ก่อตั้ง Vkontakte เมื่ออายุเพียง 22 ปี แนวคิดหลักคือการสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ใช้งานได้จริง Pavel ได้พบกับเพื่อนจากประเทศอื่นและได้รับรู้เรื่องราวของเฟซบุ๊ก (Facebook) ทำให้เกิดการพัฒนาเป็น Vkontake (VK) เครือข่ายโซเชียลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในรัสเซีย มีผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคน

นิโคไล (Nikolai) พี่ชายของ Pavel ช่วยพัฒนา VK ในช่วงแรก ซึ่งให้บริการในรูปเครือข่ายที่เปิดให้เข้าร่วมเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้นจึงสามารถใช้ VK ได้ ในเดือนธันวาคม 2006 ตัว VK จึงเริ่มเปิดกว้างให้ลงทะเบียนได้ทุกคน

ถึงตรงนี้ Pavel ได้รับฉายาว่าเป็น "Zuckerberg แห่งรัสเซีย" ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ Vkontake เป็นบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียซึ่งคล้ายกับ Facebook แต่ในที่สุด Pavel ก็ตัดสินใจลาจากบอร์ดบริหาร Vkontake ในวันที่ 1 เมษายน 2014

เวลานั้นสื่อมองว่า Pavel กำลังเล่นตลก "เมษาฯหน้าโง่" หรือ April fool แต่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก Vkontake ก็ชี้แจงชัดเจนในวันที่ 3 เมษายน 2014 หนึ่งในเหตุผลที่เชื่อว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายของ Pavel คือการแสดงจุดยืนอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน เรื่องการปฏิเสธหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย ที่ต้องการให้บริษัทส่งมอบข้อมูลของผู้ประท้วงชาวยูเครน และปิดกั้นเพจของ Alexei Navalny ทนายความชาวรัสเซียในวันที่ 16 เมษายน 2014

จากจุดแตกหักที่ Pavel โพสต์คำสั่งที่ได้รับมาในหน้า VK ของตัวเอง โดยระบุว่าคำขอดังกล่าวผิดกฎหมาย Pavel จึงลงจากตำแหน่งซีอีโอของ VK เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2014 ข่าวลือที่เกิดขึ้นคือบริษัทถูกยึดครองโดยพันธมิตรของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladmir Putin) และการถอดถอน Pavel เป็นผลมาจากการปฏิเสธ ไม่ส่งมอบรายละเอียดส่วนบุคคลของผู้ใช้และบุคคลที่เป็นสมาชิกบน VKontakte ซึ่งเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาลรัสเซีย

Pavel จึงลี้ภัยออกจากรัสเซียในปี 2014 หลังจากที่ถูกหน่วยข่าวกรองรัสเซียคุมขังและรีดข้อมูลการเข้ารหัสบน Vkontake เมื่อเดินทางออกจากรัสเซีย Pavel ระบุเลยว่าตัวเขาไม่มีแผนจะกลับมาอีก และตอกหน้ารัสเซียว่า "ประเทศนี้ไม่เหมาะกับการทำธุรกิจอินเทอร์เน็ต"

Pavel มีชีวิตอยู่ในสภาพเนรเทศตัวเองออกจากประเทศบ้านเกิดนับตั้งแต่นั้นมา หลังจากออกจากรัสเซีย Pavel กลายเป็นพลเมืองของสหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส (Saint Kitts and Nevis) ประเทศในหมู่เกาะลีเวิร์ด ทะเลแคริบเบียน ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในซีกโลกตะวันตก การเป็นพลเมืองเกิดขึ้นเมื่อ Pavel บริจาคเงิน 250,000 ดอลลาร์ให้กับมูลนิธิการกระจายความเสี่ยงของอุตสาหกรรมน้ำตาลของประเทศ ทรัพย์สินที่ถูกระบุว่านำเข้าประเทศในเวลานั้นคือเงินสด 300 ล้านเหรียญสหรัฐผ่านธนาคารสวิสหลายแห่ง

ส่วนของแอปส่งข้อความ Telegram Messenger นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ที่ตั้งสำนักงานของ Telegram อยู่ในเบอร์ลิน บนโฟกัสที่เน้นจุดยืนการเป็นบริการส่งข้อความแบบเข้ารหัส

Telegram-1

Telegram เป็นแอปรับส่งข้อความ ภาพ ไฟล์ โทรด้วยเสียง และวิดีโอคอลที่สมบูรณ์สไตล์เดียวกับว็อตสแอป (WhatsApp) ไลน์ (LINE) เฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ (Facebook Messenger) หรือแม้แต่สแลค (Slack) จุดเด่นของ Telegram ไม่ได้อยู่ที่ความฟรีและดี แต่อยู่ที่เทคโนโลยีการเข้ารหัสพิเศษที่คิดค้นโดย Nicolai Durov พี่ชายของ Pavel

คุณสมบัติที่แตกต่าง และความเป็นช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัยของ Telegram เกิดขึ้นเมื่อหน่วยรบพิเศษมาที่บ้านของ Pavel เวลานั้น Pavel ไม่สามารถบอกใครเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกคุกคามได้เนื่องจากไม่แน่ใจว่าข้อความนั้นปลอดภัย ในที่สุด Telegram พัฒนาตัวเองจนมีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกในปี 2018 และรัสเซียพยายามปิดกั้น Telegram เมื่อบริษัทปฏิเสธ ไม่มอบกุญแจเข้ารหัสให้เจ้าหน้าที่รัฐบาล

Pavel ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้นำมวลชนของยุโรปเหนือที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีในปี 2014 จนปี 2017 หนุ่ม Pavel ได้รับเลือกให้เข้าร่วม WER Young Global Leaders เพื่อเป็นตัวแทนของฟินแลนด์ ด้านสหภาพนักข่าวแห่งคาซัคสถานมอบรางวัลให้ Pavel ในฐานะผู้มีจุดยืนต่อต้านการเซ็นเซอร์และการแทรกแซงการติดต่อทางออนไลน์ของพลเมือง โดย Pavel มีรายชื่อเป็นมหาเศรษฐีที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ติดอันดับ 838 ในรายชื่อมหาเศรษฐีของฟอร์จูนประจำปี 2019

มุมดีก็มี มุมอื้อฉาวก็มาก Pavel ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อนและก่อวีรกรรมหลายครั้ง Pavel ถูกวิจารณ์หลังจากมีภาพ Pavel ชูนิ้วกลางเป็นการตอบข้อเสนอซื้อโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเป็นทางการ นอกจากความไม่สุภาพที่เกิดขึ้น ยังมีกรณีที่ Pavel โยนเงินออกไปนอกหน้าต่างจากสำนักงานใหญ่ VKontakte โดยพับธนบัตรเป็นรูปเครื่องบินกระดาษจนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมและการเมืองของรัสเซีย

 __EMBED_0__

Pavel ให้สัมภาษณ์ว่าการโปรยเงินที่เกิดขึ้นทำไปเพื่อต้องการสร้างบรรยากาศรื่นเริงและไม่มีเจตนาที่ชั่วร้าย Pavel ระบุว่าตัวเขาเห็นความประหลาดใจและความสุขบนใบหน้าของผู้คน ซึ่งเขามีความสุขที่ได้เห็น และเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะท้าพิสูจน์ความสำคัญหรือความมั่งคั่งของตัวเอง

แม้จะมีเงินสดล้นมือ แต่ Pavel ไม่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ใดๆ หลังจากออกจากรัสเซีย Pavel เดินทางต่อเนื่องและอาศัยในโรงแรมตามสถานที่ที่ไปเยือน บางสื่อระบุว่า Pavel ใช้เวลาส่วนใหญ่ในดูไบ โดย Pavel เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งพำนักในรัสเซีย ว่าตัวเขาเคยเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่และเรือยอชต์มากมาย แต่ตัวเขาไม่เคยต้องการสิ่งเหล่านี้ ดังนั้น Pavel จึงไม่เคยลงทุนในทรัพย์สินใด ๆ โดยคิดเพียงว่าตัวเองเป็นพลเมืองโลก

สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างในตัว Pavel คือชื่อเสียงในเรื่องการควบคุมอาหาร เมื่อ 17 ปีก่อน Pavel เลิกดื่มกาแฟ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไม่แตะแอลกอฮอล์และอาหารจานด่วน ช่วงต้นปี 2019 หนุ่ม Pavel เปิดเผยว่าจำกัดอาหารตัวเองไว้ที่ปลาและอาหารทะเล แต่แล้วในเดือนมิถุนายน 19 ก็ประกาศเลิกรับประทานอาหารและอดน้ำเป็นบางวัน Pavel ระบุุว่ารู้สึกดีมาก เพราะการอดอาหารมีส่วนช่วยเพิ่มความชัดเจนให้ความคิดเขาฉับไวขึ้น

รายได้จาก Pavel อาจมีหลายทาง แต่ทางที่โดดเด่นคือสกุลเงินดิจิทัล โดย Pavel ซื้อเหรียญบิตคอยน์ 2,000 bitcoin เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2017 เวลานั้น 1 bitcoin มีราคา 750 เหรียญเท่านั้น เมื่อใช้เงิน 1.5 ล้านเหรียญซื้อเงินบิตคอยน์ขึ้นมา Pavel จึงมีรายรับไม่ต่ำกว่า 35 ล้านเหรียญในช่วงที่บิตคอยน์ราคากระฉูด

Pavel สนับสนุนหลักการเงินคริปโตหรือ cryptocurrency อย่างเต็มตัว โดยวิจารณ์ท่าทีของกระทรวงการคลังรัสเซียที่ห้ามคนธรรมดาซื้อสกุลเงินดิจิทัล Pavel เคยโพสต์ในเพจของตัวเองว่าการมีสกุลเงินดิจิทัลเข้ามาในระบบการเงินโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ถือเป็นโอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะหลุดจากเก้าอี้ความเป็นเจ้าโลกได้

Telegram2

ในขณะที่ Pavel เรียกบิตคอยน์ว่า "ทองคำดิจิทัล" อีกลู่ทางที่ Pavel เห็นโอกาสในการลงทุนคือการออกเหรียญเงินคริปโตของตัวเองบนระบบบล็อกเชน สิ่งหนึ่งที่ Pavel ทำคือการร่วมมือกับ Nikolai พี่ชายคนสนิทในปี 2018 ระดมทุน 1.7 พันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนใน ICO เพื่อสร้าง TON (Telegram Open Network) ซึ่งเป็นระบบบล็อกเชนที่ใช้ Telegram เป็นแกน

หลักการของ TON คือการเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่พัฒนาโดย Telehgram บริการส่งข้อความที่เข้ารหัสลับถูกยกระดับเข้าสู่ชุมชนบล็อกเชนและเงินคริปโต วันนี้ TON ให้บริการหลากหลายเช่น พื้นที่เก็บข้อมูล TON Storage, ระบบซีเคียวริตี้ TON Proxy และระบบชำระเงิน TON Payments

ธุรกิจของ Pavel มั่งคั่งขึ้นตามอายุ วันนี้มีรายงานว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Pavel ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2019 มีไม่ต่ำกว่า 2,700 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากปี 2015 ที่ Pavel ขายหุ้น 12% ใน VK คว้าเงินสดมูลค่าประมาณ 300 ล้านเหรียญไปครอง

ชีวิตเหลือเชื่อของ Pavel Durov ยังมีอีกหลายบท Positioning สัญญาว่าจะหยิบมารายงานต่อเนื่องในวันที่ Telegram มีบทบาทมากขึ้นในสังคมไทย.

ที่มา :